การเรียนรู้วิธีติดตั้ง Windows Vista Service Pack 2 (SP2)

Windows Vista Service Pack 2 (SP2) มีการรองรับฮาร์ดแวร์ประเภทใหม่และมาตรฐานฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ตลอดจนมีการปรับปรุงทั้งหมดที่นำออกใช้ตั้งแต่ SP1 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ สิ่งที่มีอยู่ใน Windows Vista Service Pack 2 (SP2)

วิธีการรับ SP 2

วิธีที่แนะนำ (และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด) ในการรับ SP2 คือการเปิดใช้งานการปรับปรุงอัตโนมัติใน Windows Update ใน 'แผงควบคุม' และรอให้ Windows Vista แจ้งว่า SP2 พร้อมสำหรับการติดตั้งแล้ว คุณเพียงแค่ต้องคลิกสองถึงสามครั้งเพื่อเริ่มต้นการติดตั้ง และกระบวนการที่เหลือจะดำเนินการโดยอัตโนมัติ

เมื่อต้องการติดตั้ง SP2 คุณต้องมี Windows Vista Service Pack 1 ติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การเรียนรู้วิธีติดตั้ง Windows Vista Service Pack 1 (SP1)

เมื่อต้องการทราบว่า SP2 ติดตั้งไว้แล้วหรือไม่

  • คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิกขวาที่ คอมพิวเตอร์ แล้วคลิก คุณสมบัติ

    ถ้า Service Pack 2 แสดงอยู่ในส่วน รุ่นของ Windows แสดงว่ามี SP2 ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่แล้ว และคุณไม่ต้องทำตามคำแนะนำด้านล่าง

แสดงทั้งหมด

ก่อนที่คุณจะเริ่ม

ก่อนที่จะติดตั้ง SP2 เราขอแนะนำให้คุณปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้บัญชีผู้ดูแล ตรวจสอบว่าผู้ใช้คนอื่นๆ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ และปิดโปรแกรมที่เปิดอยู่ทั้งหมดแล้ว

  • สำรองข้อมูลแฟ้มที่สำคัญของคุณไว้ในตำแหน่งที่ตั้งภายนอก เช่น ฮาร์ดดิสก์ภายนอก ดีวีดีหรือซีดี หรือ USB แฟลชไดรฟ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ค้นหาคำว่า "การสำรอง" ในบริการช่วยเหลือและวิธีใช้ของ Windows

  • ถ้าคุณกำลังใช้คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปอยู่ ให้ต่อสายเข้ากับเต้ารับไฟฟ้า AC และห้ามถอดปลั๊กหรือเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ขณะติดตั้ง

  • ปรับปรุงโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ตามความจำเป็น คุณสามารถทำได้โดยใช้ Windows Update หรือไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตอุปกรณ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การปรับปรุงโปรแกรมควบคุมสำหรับฮาร์ดแวร์ที่ทำงานไม่ถูกต้อง

  • หากคุณเชื่อมต่อเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ไว้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้ถอดสายแบบอนุกรมที่ต่ออยู่ออกก่อนที่จะติดตั้ง SP2 การติดตั้งจะพยายามตรวจหาอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตอนุกรมโดยอัตโนมัติ และอุปกรณ์ UPS อาจทำให้เกิดปัญหากับขั้นตอนการตรวจหาได้ แต่สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของคุณกับ UPS เพื่อสำรองไฟได้

  • ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบางโปรแกรมอาจไม่อนุญาตให้ติดตั้ง SP2 หรืออาจทำให้การติดตั้งช้าลง คุณสามารถลองปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของคุณชั่วคราวได้ เมื่อคุณทำเช่นนั้น คุณต้องแน่ใจว่าทราบถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และมั่นใจว่าได้เปิดใช้งานหลังจากติดตั้ง Service Pack เสร็จเรียบร้อย

  • ควรตรวจสอบแน่ใจว่าคุณมีเนื้อที่ว่างบนดิสก์เพียงพอเพื่อที่จะติดตั้ง SP2 (แม้ว่าเนื้อที่ว่างส่วนใหญ่นั้นจะได้กลับคืนมาหลังจากติดตั้งก็ตาม) ถ้าคุณต้องการสร้างเนื้อที่ว่างบนดิสก์ ให้ไปที่ กลยุทธ์ในการเพิ่มเนื้อที่ว่างบนดิสก์ ผ่านทางออนไลน์

    วิธีการติดตั้ง เนื้อที่ว่างบนดิสก์ที่ต้องใช้โดยประมาณ
    วิธีการติดตั้ง

    Windows Update

    เนื้อที่ว่างบนดิสก์ที่ต้องใช้โดยประมาณ
    • แบบ x86: 684 MB

    • แบบ x64: 863 MB

    วิธีการติดตั้ง

    การดาวน์โหลด SP2 จากเว็บไซต์ของ Microsoft

    เนื้อที่ว่างบนดิสก์ที่ต้องใช้โดยประมาณ
    • แบบ x86: 1.8 GB ถึง 3 GB

    • แบบ x64: 3.2 GB ถึง 5 GB

    วิธีการติดตั้ง

    การติดตั้งแบบรวมสำหรับองค์กรและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที

    เนื้อที่ว่างบนดิสก์ที่ต้องใช้โดยประมาณ
    • แบบ x86: 10 GB

    • แบบ x64: 13 GB

การติดตั้ง SP2 โดยใช้ Windows Update (แนะนำ)

ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณตั้งค่าไว้ให้ติดตั้งการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ Windows Update จะพร้อมท์คุณให้ติดตั้ง SP2 ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ ถ้าคุณไม่ได้รับพร้อมท์ให้ติดตั้ง SP2 ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

เมื่อต้องการติดตั้ง SP2 โดยใช้ Windows Update

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแล้ว

  2. คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิก โปรแกรมทั้งหมด แล้วคลิก Windows Update
  3. ในบานหน้าต่างด้านซ้าย ให้คลิก ตรวจหาการปรับปรุง

  4. คลิก ดูการปรับปรุงที่มี ในรายการการปรับปรุง ให้เลือก Service Pack สำหรับ Microsoft‌ Windows (KB948465) แล้วคลิก ติดตั้งรูปภาพของไอคอนโล่ความปลอดภัย ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือทำการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    หมายเหตุ

    • ถ้า SP2 ไม่ปรากฏอยู่ในรายการ คุณอาจต้องติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงอื่นบางโปรแกรมก่อนติดตั้ง SP2 ติดตั้งการปรับปรุงที่อยู่ในรายการ แนะนำ หรือ สำคัญ กลับไปยังหน้า Windows Update จากนั้นคลิก ตรวจหาการปรับปรุง

  5. ทำตามคำแนะนำที่ปรากฏบนหน้าจอของคุณ คอมพิวเตอร์อาจเริ่มการทำงานใหม่หลายครั้งในระหว่างการติดตั้ง

  6. หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณที่พร้อมท์การเข้าสู่ระบบ Windows คุณอาจเห็นข้อความระบุว่าการปรับปรุงสำเร็จหรือไม่

  7. หากคุณปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของคุณ ให้เปิดใช้งานอีกครั้ง

การติดตั้ง SP2 ด้วยตนเองโดยใช้ศูนย์ดาวน์โหลด Microsoft

หากคุณมีปัญหาในการรับ Service Pack จาก Windows Update คุณสามารถดาวน์โหลด SP2 เป็นแพคเกจการติดตั้งแบบสแตนด์อโลนจากเว็บไซต์ศูนย์ดาวน์โหลด Microsoft แล้วติดตั้ง SP2 ด้วยตนเองได้

เมื่อต้องการติดตั้ง SP2 ด้วยตนเองโดยใช้แพคเกจการติดตั้งแบบสแตนด์อโลน

  1. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังเรียกใช้ Windows Vista รุ่น 32 บิตหรือ 64 บิตดาวน์โหลดการปรับปรุงสำหรับรุ่น 32 บิต หรือ ดาวน์โหลดการปรับปรุงสำหรับรุ่น 64 บิต

    • เมื่อต้องการตรวจสอบว่าคุณมี Windows Vista รุ่น 32 บิตหรือ 64 บิต ให้คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิกขวาที่ คอมพิวเตอร์ แล้วคลิก คุณสมบัติ
  2. เมื่อต้องการติดตั้ง SP2 ทันที ให้คลิก เปิด หรือ เรียกใช้ แล้วทำตามคำแนะนำบนหน้าจอของคุณ หากต้องการติดตั้ง SP2 ในภายหลัง ให้คลิก บันทึก เพื่อคัดลอกแฟ้มการติดตั้งมาไว้ที่คอมพิวเตอร์ของคุณ เมื่อคุณพร้อมที่จะติดตั้ง Service Pack ให้เปิดแฟ้มที่คุณคัดลอกไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ

  3. บนหน้า ยินดีต้อนรับสู่ Windows Vista Service Pack 2 คลิก ถัดไป

  4. ทำตามคำแนะนำที่ปรากฏบนหน้าจอของคุณ คอมพิวเตอร์อาจเริ่มการทำงานใหม่หลายครั้งในระหว่างการติดตั้ง

  5. หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณที่พร้อมท์การเข้าสู่ระบบ Windows คุณจะได้รับข้อความระบุว่าการปรับปรุงสำเร็จหรือไม่

  6. หากคุณปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของคุณ ให้เปิดใช้งานอีกครั้ง

การติดตั้ง SP2 ด้วยตนเองโดยใช้แผ่นดีวีดีการติดตั้ง

คุณสามารถสั่งซื้อดีวีดีที่มี SP2 ได้จาก Microsoft สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไปที่เว็บไซต์ของ Microsoft

เมื่อต้องการติดตั้ง SP2 ด้วยตนเองโดยใช้แผ่นดีวีดีการติดตั้ง

  1. ใส่ดิสก์ลงในคอมพิวเตอร์ของคุณโดยที่เรียกใช้ Windows Vista รุ่นปัจจุบัน ตัวช่วยสร้างการติดตั้ง Windows Service Pack ควรจะปรากฏขึ้นโดยอัตโนมัติ

    หากตัวช่วยสร้างไม่ปรากฏขึ้น ให้คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิก คอมพิวเตอร์ คลิกขวาที่ไดรฟ์ที่มีดิสก์การติดตั้ง แล้วคลิก ติดตั้งหรือเรียกใช้โปรแกรม
  2. บนหน้า ยินดีต้อนรับสู่ Windows Vista Service Pack 2 คลิก ถัดไป

  3. ทำตามคำแนะนำที่ปรากฏบนหน้าจอของคุณ คอมพิวเตอร์อาจเริ่มการทำงานใหม่หลายครั้งในระหว่างการติดตั้ง

  4. หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณที่พร้อมท์การเข้าสู่ระบบ Windows คุณจะได้รับข้อความระบุว่าการปรับปรุงสำเร็จหรือไม่

  5. หากคุณปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของคุณ ให้เปิดใช้งานอีกครั้ง

การถอนการติดตั้ง SP2

ถ้าคุณได้ติดตั้ง SP2 ด้วยตัวเอง คุณจะสามารถถอนการติดตั้งได้ อย่างไรก็ตาม หากคอมพิวเตอร์ของคุณมี SP2 ติดตั้งไว้อยู่แล้ว (การติดตั้งแบบรวม) คุณจะไม่สามารถถอนการติดตั้งได้

เมื่อต้องการถอนการติดตั้ง SP2

  1. คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิก แผงควบคุม แล้วคลิก โปรแกรม
  2. ใน โปรแกรมและคุณลักษณะ ให้คลิก ดูการปรับปรุงที่ติดตั้งไว้

  3. บนหน้า ถอนการติดตั้งการปรับปรุง ให้คลิก Service Pack สำหรับ Microsoft‌ Windows (KB948465) แล้วคลิก ถอนการติดตั้ง

  4. ทำตามคำแนะนำที่ปรากฏบนหน้าจอของคุณ

การดูแลให้คอมพิวเตอร์ของคุณปลอดภัยและทันสมัยอยู่เสมอ

ตรวจดูให้แน่ใจว่าคุณใช้ประโยชน์จากทุกด้านของ Windows ที่ช่วยดูแลให้คอมพิวเตอร์ของคุณปลอดภัยมากที่สุดดังต่อไปนี้

  • ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส โปรแกรมป้องกันไวรัสจะสแกนหาไวรัสที่พยายามเข้าถึงอีเมล ระบบปฏิบัติการ หรือแฟ้มของคุณ และสามารถช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ เมื่อต้องการค้นหาโปรแกรมป้องกันไวรัส ให้ไปที่เว็บเพจผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยของ Windows บนเว็บไซต์ของ Microsoft

  • อย่าเปิดสิ่งที่แนบกับอีเมล ไวรัสจำนวนมากแนบมากับข้อความอีเมล และจะแพร่กระจายทันทีที่คุณเปิดสิ่งที่แนบกับอีเมล วิธีที่ดีที่สุดคือต้องไม่เปิดสิ่งที่แนบกับอีเมล เว้นแต่จะเป็นสิ่งที่คุณกำลังรออยู่ Microsoft Outlook และ Windows Mail สามารถช่วยบล็อกสิ่งที่แนบกับอีเมลที่อาจเป็นอันตรายได้

  • ใช้ไฟร์วอลล์ ไฟร์วอลล์ Windows หรือโปรแกรมไฟร์วอลล์อื่นๆ สามารถช่วยเตือนคุณได้เมื่อมีการคุกคามด้านความปลอดภัย โดยจะบล็อกไวรัส หนอน และแฮกเกอร์ไม่ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมที่อาจเป็นอันตรายลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ

  • ใช้ Internet Explorer รุ่นล่าสุด Internet Explorer 8 มีการปรับปรุงด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เช่น ตัวกรอง SmartScreen และการเรียกดูแบบ InPrivate ซึ่งสามารถช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้คุณสามารถเรียกดูเว็บได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไปที่เว็บเพจ Internet Explorer บนเว็บไซต์ Windows