การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเครือข่าย

การแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อถือเป็นเรื่องที่มีความท้าทาย เนื่องจากมีสาเหตุที่เป็นไปได้หลายประการ ขั้นแรก ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เปิดการวินิจฉัยเครือข่ายโดยคลิกที่ไอคอนของเครือข่ายในพื้นที่การแจ้งเตือน แล้วคลิก วินิจฉัยและซ่อมแซม

  • ตรวจสอบว่าได้มีการต่อสายทั้งหมดดีแล้ว (ตัวอย่างเช่น ตรวจสอบว่าได้มีการเชื่อมต่อ โมเด็ม กับหัวต่อสายโทรศัพท์ที่ทำงานอยู่หรือสายเคเบิลโดยตรงหรือผ่านเราเตอร์)

  • หากคุณกำลังเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นเปิดอยู่และคุณได้เปิดให้ใช้งานแฟ้มและเครื่องพิมพ์ร่วมกันบนเครือข่ายแล้ว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การสร้างเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ภายในบ้านที่ใช้งาน Windows ต่างรุ่นกัน

  • ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีอะแดปเตอร์เครือข่ายแบบไร้สาย Windows จะตรวจจับเครือข่ายแบบไร้สายที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงโดยอัตโนมัติ เมื่อต้องการดูรายการเครือข่ายไร้สายที่ Windows ตรวจจับได้ ให้คลิกที่ปุ่ม 'เริ่ม'รูปภาพปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก เชื่อมต่อไปยัง ถ้า Windows ตรวจไม่พบเครือข่ายที่คุณคิดว่าอยู่ใกล้กับคอมพิวเตอร์คุณ ให้เปิด 'บริการช่วยเหลือและวิธีใช้' และค้นหาคำว่า "การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการค้นหาเครือข่ายไร้สาย"

  • ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นหลังจากติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าการเชื่อมต่อเพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าหรือไม่

    1. เปิด 'การเชื่อมต่อเครือข่าย' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต คลิก ศูนย์เครือข่ายและการใช้ร่วมกัน แล้วคลิก จัดการการเชื่อมต่อเครือข่าย

    2. คลิกขวาที่การเชื่อมต่อ แล้วคลิก คุณสมบัติ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

  • ตรวจสอบเราเตอร์ของคุณ คุณลักษณะระบบเครือข่ายใหม่ๆ ใน Windows Vista จะทำให้เราเตอร์เครือข่ายรุ่นเก่ากว่าบางรุ่นเข้ากันไม่ได้อย่างสมบูรณ์กับ Windows Vista และอาจทำให้เกิดปัญหาได้ คุณสามารถทดสอบเราเตอร์เพื่อดูว่าเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับ Windows Vista หรือไม่โดยการเรียกใช้ Internet Connectivity Evaluation Tool หรือหากคุณต้องการดูรายชื่อเราเตอร์ที่เข้ากันได้กับ Windows Vista ให้ไปที่เว็บไซต์ Windows Logo'd Products List

หากขั้นตอนข้างต้นนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้ค้นหาปัญหาเฉพาะอย่างในรายการต่อไปนี้

แสดงทั้งหมด

กรณีเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • การค้นหาเครือข่ายถูกปิด

    เมื่อต้องการเปิดการค้นหาเครือข่าย

    1. เปิด 'ศูนย์เครือข่ายและการใช้งานร่วมกัน' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต แล้วคลิก ศูนย์เครือข่ายและการใช้ร่วมกัน

    2. ถ้าการค้นหาเครือข่ายปิดอยู่ ให้คลิกปุ่มลูกศร รูปภาพปุ่มลูกศร เพื่อขยายส่วนดังกล่าว คลิก เปิดการค้นหาเครือข่าย แล้วคลิก นำไปใช้ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    เมื่อต้องการใช้แฟ้มร่วมกัน คลิกปุ่มลูกศรรูปภาพปุ่มลูกศร เพื่อขยายส่วน การใช้แฟ้มร่วมกัน คลิก เปิดการใช้แฟ้มร่วมกัน แล้วคลิก นำไปใช้ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    เมื่อต้องการใช้แฟ้มร่วมกันโดยใช้โฟลเดอร์ 'สาธารณะ' คลิกปุ่มลูกศรรูปภาพปุ่มลูกศร เพื่อขยายส่วน การใช้โฟลเดอร์ 'สาธารณะ' ร่วมกัน คลิก เปิดการใช้งานร่วมกันเพื่อให้ผู้ที่เข้าถึงเครือข่ายสามารถเปิดแฟ้มได้ หรือ เปิดการใช้งานร่วมกันเพื่อให้ผู้ที่เข้าถึงเครือข่ายสามารถเปิด เปลี่ยนแปลง และสร้างแฟ้มได้ แล้วคลิก นำไปใช้ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    เมื่อต้องการใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน คลิกปุ่มลูกศรรูปภาพปุ่มลูกศร เพื่อขยายส่วน การใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน คลิก เปิดการใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน แล้วคลิก นำไปใช้ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    ให้ดำเนินการดังกล่าวบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และบนเครื่องคอมพิวเตอร์ใดๆ บนเครือข่ายที่เรียกใช้ Windows Vista ที่คุณต้องการเชื่อมต่อ

    หมายเหตุ

    หมายเหตุ

    การค้นหาเครือข่ายถูกปิดอยู่โดยค่าเริ่มต้นสำหรับเครือข่ายสาธารณะ การเปลี่ยนประเภทของตำแหน่งที่ตั้งเครือข่ายไปเป็นแบบ 'ส่วนตัว' เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเปิดการค้นหาเครือข่าย เมื่อต้องการเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนประเภทของตำแหน่งที่ตั้งเครือข่าย ให้ดูที่ การเลือกตำแหน่งที่ตั้งเครือข่าย

  • เปิดการใช้งานร่วมกันโดยมีรหัสผ่านป้องกัน

    การใช้งานร่วมกันโดยมีรหัสผ่านป้องกันถูกเปิดอยู่โดยค่าเริ่มต้นสำหรับคอมพิวเตอร์บนเวิร์กกรุ๊ป เมื่อเปิดการใช้งานร่วมกันโดยมีรหัสผ่านป้องกัน บุคคลที่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ บนเครือข่ายของคุณจะไม่สามารถเข้าถึงโฟลเดอร์หรือเครื่องพิมพ์ที่ใช้ร่วมกันของคุณได้ ยกเว้นว่าพวกเขาจะมีบัญชีผู้ใช้บนคอมพิวเตอร์ของคุณ วิธีการเปิดการใช้งานแฟ้มหรือเครื่องพิมพ์ร่วมกันมีอยู่สองวิธี ได้แก่

    • การสร้างบัญชีผู้ใช้ที่เหมือนกันบนคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในเวิร์กกรุ๊ป (แนะนำ) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การสร้างบัญชีผู้ใช้

    • การปิดการใช้งานร่วมกันโดยมีรหัสผ่านป้องกัน เมื่อต้องการปิดการใช้งานร่วมกันโดยมีรหัสผ่านป้องกัน ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

    1. เปิด 'ศูนย์เครือข่ายและการใช้งานร่วมกัน' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต แล้วคลิก ศูนย์เครือข่ายและการใช้ร่วมกัน

    2. ภายใต้ การใช้ร่วมกันและการค้นพบ ให้คลิกปุ่มลูกศร รูปภาพปุ่มลูกศร ถัดจาก การใช้งานร่วมกันโดยมีรหัสผ่านป้องกัน

    3. คลิก ปิดการใช้งานร่วมกันโดยมีรหัสผ่านป้องกัน แล้วคลิก นำไปใช้ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    หมายเหตุ

    หมายเหตุ

    การใช้งานร่วมกันโดยมีรหัสผ่านป้องกันจะใช้ไม่ได้กับคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโดเมน

  • คอมพิวเตอร์ที่คุณต้องการเชื่อมต่อไม่มีโฟลเดอร์ใดๆ ที่ใช้งานร่วมกัน

    ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีโฟลเดอร์ที่ใช้งานร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งโฟลเดอร์เพื่อที่คุณจะเชื่อมต่อ

  • คอมพิวเตอร์ไม่ได้อยู่ในเวิร์กกรุ๊ปเดียวกัน

    สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าร่วมเวิร์กกรุ๊ป ให้ดูที่ เข้าร่วมหรือสร้างเวิร์กกรุ๊ป โปรดทราบว่าชื่อเวิร์กกรุ๊ปเริ่มต้นใน Windows Vista ได้ถูกเปลี่ยนเป็น WORKGROUP

  • การใช้แฟ้มร่วมกันถูกเปิดใช้งานอยู่ แต่ไม่ได้ตั้งค่าคุณสมบัติการใช้ร่วมกันบนโฟลเดอร์หรือเครื่องพิมพ์

    การใช้แฟ้มและเครื่องพิมพ์ร่วมกันมีขั้นตอนสองส่วน ดังนี้ ขั้นแรก คุณต้องเปิดการใช้ร่วมกันตามที่อธิบายไว้ข้างต้น จากนั้นคุณต้องตั้งค่าคุณสมบัติการใช้ร่วมกันบนรายการนั้นๆ หรือย้ายรายการไปไว้ที่โฟลเดอร์ 'สาธารณะ' เพื่อที่บุคคลอื่นๆ จะได้เข้าใช้งานได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้แฟ้มและเครื่องพิมพ์ร่วมกัน ให้ไปที่ 'การใช้แฟ้มและเครื่องพิมพ์ร่วมกัน' บนเว็บไซต์ Windows Vista ของ Microsoft‌

  • คอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีการปรับปรุงล่าสุดสำหรับเราเตอร์ของคุณ

    ตรวจสอบกับผู้ผลิตเราเตอร์เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีการปรับปรุงล่าสุด

  • ตรวจสอบว่าเราเตอร์และโมเด็มเปิดอยู่

  • หากคุณกำลังใช้การเชื่อมต่อแบบใช้สาย ตรวจสอบว่ามีการเสียบสายอีเทอร์เน็ตเข้ากับอะแดปเตอร์เครือข่ายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว ปลายแต่ละด้านของสายอีเทอร์เน็ตจะมีลักษณะดังนี้

    ภาพประกอบของสายอีเทอร์เน็ตสายอีเทอร์เน็ต

  • หากคุณกำลังใช้การเชื่อมต่อแบบใช้สาย ให้ตรวจสอบว่าสายเครือข่ายสามารถใช้งานได้ คุณสามารถทำการทดสอบได้โดยการใช้สายอื่นที่คุณรู้ว่าสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • ตรวจสอบว่าได้เชื่อมต่อสายเข้ากับพอร์ตที่ถูกต้องบนเราเตอร์แล้ว ไม่ควรมีการเชื่อมต่อกับพอร์ต 'การเชื่อมโยงขึ้น' นอกจากนี้ เราเตอร์บางชนิดจะไม่มีการเรียกใช้พอร์ตที่อยู่ถัดจากพอร์ตการเชื่อมโยงขึ้น ดังนั้นให้ลองใช้พอร์ตอื่น

  • หากคุณกำลังพยายามเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายจากพีซีแบบเคลื่อนที่ ให้ตรวจสอบว่าสวิตซ์แบบไร้สายบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเปิดอยู่ โดยปกติตำแหน่งของสวิตซ์จะอยู่ตามแนวขอบของคอมพิวเตอร์

  • อาจมีปัญหากับอะแดปเตอร์เครือข่ายของคุณ ตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่น (LAN)ของคุณ

    เปิด 'การเชื่อมต่อเครือข่าย' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต คลิก ศูนย์เครือข่ายและการใช้ร่วมกัน แล้วคลิก จัดการการเชื่อมต่อเครือข่าย

    ไอคอนเครือข่าย รูปภาพไอคอนเครือข่าย จะเปลี่ยนไปตามสถานะการเชื่อมต่อ LAN และจะแสดงข้อมูลถ้าอะแดปเตอร์ทำงานไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ หากไม่ได้เสียบสาย LAN ไอคอนสถานะจะปรากฏในพื้นที่แจ้งเตือน

  • ให้ใช้ ตัวจัดการอุปกรณ์ เพื่อตรวจสอบว่าอะแดปเตอร์เครือข่ายของคุณทำงานอย่างถูกต้องหรือไม่

    คุณต้องเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลเพื่อให้สามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้

    1. เปิด 'ตัวจัดการอุปกรณ์' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก ระบบและการบำรุงรักษา แล้วคลิก ตัวจัดการอุปกรณ์ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    2. ขยายส่วน อะแดปเตอร์เครือข่าย คลิกขวาที่อะแดปเตอร์ของคุณแล้วคลิก คุณสมบัติ

    3. ภายใต้ สถานะอุปกรณ์ ให้ตรวจสอบเพื่อดูว่าอุปกรณ์ทำงานอย่างเหมาะสมหรือไม่

  • โปรแกรมควบคุมอะแดปเตอร์เครือข่ายอาจทำงานอย่างไม่เหมาะสม ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมควบคุมรุ่นล่าสุดจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต

Windows อาจปิดอะแดปเตอร์เครือข่ายเพื่อประหยัดพลังงาน ปิดตัวเลือกประหยัดพลังงานที่อยู่ในคุณสมบัติของอะแดปเตอร์เครือข่าย (อะแดปเตอร์เครือข่ายแบบใช้สายเท่านั้น)

  1. เปิด 'การเชื่อมต่อเครือข่าย' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต คลิก ศูนย์เครือข่ายและการใช้ร่วมกัน แล้วคลิก จัดการการเชื่อมต่อเครือข่าย

  2. คลิกขวาที่การเชื่อมต่อ แล้วคลิก คุณสมบัติ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

  3. บนแท็บ ระบบเครือข่าย ให้คลิก กำหนดค่า

  4. บนแท็บ การจัดการพลังงาน ล้างกล่องกาเครื่องหมาย อนุญาตให้คอมพิวเตอร์ปิดอุปกรณ์นี้เพื่อประหยัดพลังงาน แล้วคลิก ตกลง

ให้ตรวจสอบตามวิธีต่อไปนี้

  • คุณใช้โปรแกรมควบคุมล่าสุดสำหรับอะแดปเตอร์เครือข่ายของคุณหรือไม่ ไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตเพื่อตรวจสอบโปรแกรมควบคุมที่ใหม่กว่า

  • ความช้าเกิดขึ้นในระหว่างที่มีการเล่นเพลงหรือวิดีโอเท่านั้นใช่หรือไม่ Windows Vista Service Pack 1 (SP1) ช่วยแก้ปัญหาเครือข่ายช้าซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการเล่นเพลงหรือวิดีโอได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้ง Windows VistaService Pack 1 (SP1) ให้ดูที่เรียนรู้วิธีการติดตั้ง Windows Vista Service Pack 1 (SP1)

  • การปรับค่า TCP โดยอัตโนมัติถูกปิดใช้งานหรือเป็นปกติ ลองการปรับค่า TCP โดยอัตโนมัติโดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'

    2. ในกล่องค้นหา พิมพ์คำว่า พร้อมท์คำสั่ง

    3. ในรายการผลลัพธ์ คลิกขวาที่ พร้อมท์คำสั่ง จากนั้นคลิก เรียกใช้เป็นผู้ดูแลระบบ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    4. พิมพ์ netsh interface tcp set global autotuninglevel=disabled แล้วกด ENTER

    5. เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่

    (เมื่อต้องการเปิดใช้งานการปรับค่าโดยอัตโนมัติอีกครั้ง ให้พิมพ์คำสั่ง netsh interface tcp set global autotuninglevel=normal แล้วกด ENTER)

  • ความสามารถของเราเตอร์และอะแดปเตอร์เครือข่ายเข้ากันได้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเตอร์เป็น 10/100 แต่อะแดปเตอร์เครือข่ายเป็นกิกะบิตอีเทอร์เน็ต เครือข่ายจะส่งข้อมูลที่ความเร็วต่ำกว่า คุณอาจต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ตัวที่ทำงานช้ากว่าเพื่อให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น

  • คุณกำลังใช้การเชื่อมต่อแบบใช้สายหรือไม่ ลองปรับเปลี่ยนการตั้งค่าการควบคุมการรับส่งข้อมูล โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. เปิด 'ตัวจัดการอุปกรณ์' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก ระบบและการบำรุงรักษา แล้วคลิก ตัวจัดการอุปกรณ์ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    2. คลิกขวาที่อะแดปเตอร์เครือข่าย จากนั้น คลิก คุณสมบัติ

    3. คลิกแท็บ ขั้นสูง แล้วคลิก การควบคุมการรับส่งข้อมูล

    4. ใต้ ค่า เลือก เปิดใช้งานการรับและส่งข้อมูล (ในบางกรณี ตัวเลือกนี้อาจมีชื่อว่า อัตโนมัติ หรือ หยุดการรับ/ส่งชั่วคราว) แล้วคลิก ตกลง

  • ตรวจสอบว่าคุณได้พิมพ์ชื่อเซิร์ฟเวอร์เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN)อย่างถูกต้องตามที่กำหนดโดยผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณ

  • คุณต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อให้การเชื่อมต่อ VPN ทำงานได้

  • หากโมเด็มของคุณเป็นแบบใช้ภายนอก ให้ตรวจสอบว่าเปิดโมเด็มแล้ว

  • ติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณเพื่อตรวจสอบว่าคุณมีการเชื่อมต่อที่เหมาะสมและมีสิทธิ์โดเมนบน Remote Access Server

  • กรณีนี้อาจเป็นปัญหาเกี่ยวกับใบรับรอง ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณ เพื่อขอความช่วยเหลือ

  • การเชื่อมต่อ VPN จะไม่ทำงานกับ Winsock พร็อกซีไคลเอ็นต์ ที่ใช้งานอยู่ ติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณเพื่อตรวจสอบว่าไม่ได้มีการเรียกใช้งาน Winsock พร็อกซีไคลเอ็นต์

  • หากคุณทราบที่อยู่ IP (เช่น 131.107.10.25) ของเว็บไซต์ ให้พิมพ์ที่อยู่ดังกล่าวในแถบที่อยู่ของเว็บเบราว์เซอร์ของคุณ แล้วกด ENTER หากใช้งานได้ แสดงว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการจำแนก Domain Name System (DNS) ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณ เพื่อขอความช่วยเหลือ

  • หากคุณมีซอฟต์แวร์พิเศษที่กำหนดหรือติดตั้งโดยที่ทำงานของคุณ อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาก็ได้ ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณ เพื่อขอความช่วยเหลือ

  • หากคุณทราบที่อยู่ IP (เช่น 131.107.10.25) ของเซิร์ฟเวอร์ VPN ให้พิมพ์ที่อยู่ดังกล่าวสำหรับการเชื่อมต่อ VPN แล้วกด ENTER หากใช้งานได้ แสดงว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการจำแนก DNS ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณ เพื่อขอความช่วยเหลือ

  • อาจมีปัญหาเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ที่คุณพยายามเชื่อมต่อ ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณ เพื่อขอความช่วยเหลือ

กรณีเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อการเข้ารหัสลับที่คอมพิวเตอร์ของคุณใช้ไม่ตรงกับการเข้ารหัสลับที่เซิร์ฟเวอร์ VPN ใช้ เมื่อต้องการเปลี่ยนการตั้งค่าการเข้ารหัสลับเพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณใช้การตั้งค่าที่แนะนำคือ 3DES ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เปิด 'ศูนย์เครือข่ายและการใช้งานร่วมกัน' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต แล้วคลิก ศูนย์เครือข่ายและการใช้ร่วมกัน

  2. คลิก เชื่อมต่อกับเครือข่าย

  3. คลิกขวาที่การเชื่อมต่อ VPN แล้วคลิก คุณสมบัติ

  4. คลิกแท็บ ความปลอดภัย คลิก ขั้นสูง (การตั้งค่าแบบกำหนดเอง) แล้วคลิก การตั้งค่า

  5. ในกล่องโต้ตอบ 'การตั้งค่าความปลอดภัยขั้นสูง' ภายใต้ 'การเข้ารหัสลับข้อมูล' ให้เลือก เข้ารหัสลับอย่างเข้มงวดสูงสุด (ยกเลิกการเชื่อมต่อถ้าเซิร์ฟเวอร์ปฏิเสธ) แล้วคลิก ตกลง สองครั้ง

  6. คลิก เชื่อมต่อ เพื่อลองเชื่อมต่ออีกครั้ง

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เปิด 'การเชื่อมต่อเครือข่าย' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต คลิก ศูนย์เครือข่ายและการใช้ร่วมกัน แล้วคลิก จัดการการเชื่อมต่อเครือข่าย

  2. ถ้าคุณไม่เห็นเมนู 'แฟ้ม' ให้กด ALT

  3. คลิก แฟ้ม แล้วคลิก สร้างการเชื่อมต่อขาเข้าใหม่ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

เมื่อต้องการใช้รากของไดรฟ์ร่วมกัน ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เปิด 'คอมพิวเตอร์' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'แล้วคลิก คอมพิวเตอร์

  2. คลิกขวาที่ไดรฟ์ แล้วคลิก ใช้ร่วมกัน

  3. คลิก การใช้ร่วมกันขั้นสูง ในกล่องโต้ตอบคุณสมบัติของไดรฟ์ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

  4. ในกล่องโต้ตอบ การใช้ร่วมกันขั้นสูง ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ใช้โฟลเดอร์นี้ร่วมกัน พิมพ์ชื่อที่ใช้ร่วมกัน แล้วคลิก ตกลง

หมายเหตุ

หมายเหตุ

  • คุณไม่สามารถใช้รากของไดรฟ์ที่มีเครื่องหมายดอลลาร์ต่อท้ายอักษรชื่อไดรฟ์ร่วมกันเหมือนกับใน Windows รุ่นก่อนหน้าได้ ตัวอย่างเช่น คุณไม่สามารถใช้รากของไดรฟ์ C ที่เป็น "C$" ร่วมกัน แต่สามารถใช้ร่วมกันในชื่อ "C" หรือชื่ออื่นๆ ได้

  • เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย เราขอแนะนำให้คุณใช้เฉพาะโฟลเดอร์ที่เลือกไว้ร่วมกัน แทนที่จะใช้ร่วมกันทั้งไดรฟ์

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่คำติชมของลูกค้า: คำถามที่ถามบ่อย
ขอบคุณ
คุณต้องการเพิ่มอะไรอีกหรือไม่
ขอบคุณ คำติชมของคุณจะช่วยเราในการปรับปรุงเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง
1200 400 เราสามารถทำให้ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์สำหรับคุณมากขึ้นได้อย่างไร ส่ง ข้ามสิ่งนี้ คุณต้องการเพิ่มอะไรอีกหรือไม่ ส่ง ไม่ ขอบคุณ