สิ่งที่บ่งบอกว่าเว็บไซต์สามารถไว้ใจได้

สิ่งที่บ่งบอกว่าเว็บไซต์สามารถไว้ใจได้นั้นส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับผู้เผยแพร่เว็บไซต์ ข้อมูลที่ผู้เผยแพร่ต้องการ และสิ่งที่คุณต้องการจากไซต์ หากคุณไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจเว็บไซต์ได้หรือไม่ ให้พิจารณาคำถามเหล่านี้:

แสดงทั้งหมด

คุณกำลังเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ปลอดภัยหรือไม่

หากคุณกำลังเยี่ยมชมเว็บไซต์ผ่านการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย คุณจะสามารถระบุเว็บไซต์ดังกล่าวได้จากใบรับรองของไซต์ ที่อยู่เว็บไซต์ที่ปลอดภัยหรือที่มีการเข้ารหัสลับจะขึ้นต้นด้วย HTTPS แทนที่จะเป็น HTTP และคุณจะพบไอคอน 'ล็อก' รูปภาพของไอคอน 'ล็อก' ในแถบที่อยู่ การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยจะใช้ใบรับรองเพื่อระบุเว็บไซต์และเข้ารหัสลับการเชื่อมต่อของคุณ ดังนั้นแฮกเกอร์จะดูข้อมูลของคุณได้ยากขึ้น คุณยังสามารถคลิกที่ไอคอน 'ล็อก'ในแถบที่อยู่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บไซต์นั้นๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ปลอดภัย ให้ดูที่ วิธีการที่จะรู้ว่าธุรกรรมออนไลน์มีความปลอดภัยหรือไม่

เมื่อคุณคลิกที่ไอคอน 'ล็อก' ในแถบที่อยู่ คุณจะพบรายงานความปลอดภัยได้ที่นี่ คุณสามารถดูที่อยู่เว็บไซต์หรือที่อยู่บริษัทที่ได้รับใบรับรอง โดยขึ้นอยู่กับประเภทของใบรับรองของเว็บไซต์นั้น ใบรับรองการตรวจสอบความถูกต้องเพิ่มเติม (EV) จะเปลี่ยนแถบที่อยู่ให้เป็นสีเขียว และจะมีชื่อและที่อยู่ของเจ้าของเว็บไซต์ที่ได้รับการยืนยัน ใบรับรองที่ไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องเพิ่มเติมจะแสดงที่อยู่เว็บไซต์หรือโดเมนของไซต์ หากรายงานความปลอดภัยแสดงเฉพาะที่อยู่เว็บไซต์ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์ที่คุณต้องการเยี่ยมชม เว็บไซต์ฟิชชิ่งหรือเว็บไซต์ที่หลอกลวงมักจะใช้ชื่อเว็บไซต์ที่ดูคุ้นตาเพื่อลวงให้ผู้เยี่ยมชมหลงเชื่อว่ากำลังเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิชชิ่ง ให้ดูที่ ฟิชชิ่งคืออะไร

ใบรับรองต่างๆ จะถูกออกโดยบริษัทที่รวมเรียกว่า ผู้มีสิทธิ์ออกใบรับรองWindows จะมีรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ออกใบรับรองที่ถูกใช้บริการมากที่สุด ถ้า Windows ไม่รู้จักผู้ออกใบรับรอง จะมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้น อย่างไรก็ตาม Windows สามารถถูกกำหนดค่าให้ไว้วางใจผู้ออกใบรับรองใดๆ ได้ ดังนั้นคุณจึงไม่ควรเชื่อข้อความแจ้งเตือนที่ได้รับเพียงอย่างเดียวเมื่อพบเว็บไซต์ที่อาจเป็นเว็บไซต์หลอกลวง

เว็บไซต์นั้นได้รับการรับรองโดยองค์กรรับรองความน่าเชื่อถือบนอินเทอร์เน็ตหรือไม่

องค์กรรับรองความน่าเชื่อถือบนอินเทอร์เน็ตเป็นบริษัทที่ตรวจสอบว่าเว็บไซต์นั้นมีคำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคล (การแจ้งให้ทราบที่ประกาศถึงวิธีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปใช้) และเว็บไซต์นั้นเสนอทางเลือกแก่คุณเกี่ยวกับวิธีการนำข้อมูลของคุณไปใช้ เว็บไซต์ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรรับรองความน่าเชื่อถือบนอินเทอร์เน็ตสามารถแสดงสัญลักษณ์การรับรองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมักจะแสดงอยู่ที่ใดที่หนึ่งบนโฮมเพจหรือแบบฟอร์มใบสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม สัญลักษณ์เหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าเว็บไซต์นั้นเชื่อถือได้ แต่หมายถึงเพียงแค่ว่าเว็บไซต์นั้นปฏิบัติตามข้อกำหนดซึ่งเป็นที่ยอมรับขององค์กรรับรองความน่าเชื่อถือบนอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ เว็บไซต์ที่หลอกลวงก็อาจจะแสดงเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือหลอกไว้ก็ได้ ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือนั้นถูกต้องตามกฎหมายจริง ให้ติดต่อองค์กรรับรองความน่าเชื่อถือข้างต้นเพื่อดูว่าเว็บไซต์นั้นได้ลงทะเบียนกับองค์กรไว้แล้ว

เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กรรับรองความน่าเชื่อถือเหล่านี้ คุณสามารถไปที่เว็บไซต์ TRUSTe เว็บไซต์ BBB Online หรือเว็บไซต์ WebTrust

เว็บไซต์นั้นเป็นของบริษัทหรือองค์กรที่คุณรู้จักเป็นอย่างดีหรือไม่

ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อสินค้าจากร้านค้าทั่วไปแห่งหนึ่ง และรู้สึกพึงพอใจแล้ว คุณก็อาจต้องการที่จะลองซื้อผ่านทางเว็บไซต์ของทางร้านด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคุณจะไว้วางใจในบริษัท แต่ก็ควรที่จะอ่านคำชี้แจงสิทธ์ส่วนบุคคลหรือข้อตกลงการใช้งานของเว็บไซต์นั้นเสมอ บางครั้ง เว็บไซต์ของบริษัทจะไม่ขึ้นกับร้านค้า และอาจจะมีข้อกำหนดเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลที่ต่างออกไปได้ ให้หาข้อกำหนดที่คุณไม่เห็นด้วย เช่น ข้อกำหนดในการยอมรับการนำเสนอทางอีเมลหรือโฆษณาจากเว็บไซต์ หรือการใช้ข้อมูลของคุณร่วมกับหุ้นส่วนของบริษัท หากคุณไม่พึงพอใจกับข้อกำหนดหรือพฤติกรรมเหล่านั้น (อาทิเช่น คุณไม่ต้องการที่จะถูกติดตาม หรือเห็นโฆษณา) ก็จงอย่าใช้งานไซต์นั้น

เว็บไซต์ถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณหรือไม่

หากคุณถูกถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิต หรือข้อมูลธนาคาร ควรให้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลที่เหมาะสมเท่านั้น และตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีแบบฟอร์มการกรอกข้อมูลที่ปลอดภัยสำหรับการบันทึกข้อมูล มองหาข้อความที่ระบุว่าข้อมูลจะถูกเข้ารหัสลับและตรวจสอบหาไอคอน 'ล็อก' รูปภาพของไอคอน 'ล็อก' ในแถบสถานะความปลอดภัยในแถบที่อยู่ของ Internet Explorer (อย่าป้อนข้อมูลที่เป็นความลับถ้าไม่มีไอคอน 'ล็อก' บนแถบที่อยู่) ควรจะทำความเข้าใจนโยบายของเว็บไซต์เกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลว่าเป็นอย่างไรด้วย เว็บไซต์นั้นเก็บหมายเลขบัตรเครดิตของคุณไว้ในแฟ้มหรือไม่ เว็บไซต์นั้นมีหุ้นส่วนที่เข้ามาใช้ข้อมูลร่วมกันหรือไม่ คุณควรจะมั่นใจว่าเว็บไซต์นำข้อมูลของคุณไปใช้อย่างเหมาะสม และในลักษณะที่ปลอดภัยก่อนที่จะให้ข้อมูลใดๆ ไป

บนเว็บไซต์ร้านค้าปลีก มีวิธีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผ่านทางโทรศัพท์หรือทางอีเมลหรือไม่

เว็บไซต์มีหมายเลขโทรศัพท์ที่คุณสามารถติดต่อได้เมื่อมีปัญหา หรือโทรเพื่อสั่งซื้อได้หรือไม่ เว็บไซต์มีการแสดงที่อยู่หรือไม่ มีนโยบายเกี่ยวกับการส่งคืนสินค้าพร้อมด้วยข้อกำหนดที่ยอมรับได้หรือไม่ ถ้าไซต์ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่ระบุไว้ ให้ลองติดต่อบริษัทผ่านทางอีเมลเพื่อขอข้อมูลเหล่านั้น

หากคุณไม่สามารถรับรองไซต์นั้นได้ คุณมีข้อมูลอื่นในการช่วยตัดสินใจหรือไม่

หากคุณไม่คุ้นเคยกับเว็บไซต์ หรือเว็บไซต์ไม่มีสัญลักษณ์การรับรองข้อมูลส่วนบุคคล ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สามารถไว้วางใจไซต์นั้น ให้สอบถามเกี่ยวกับไซต์นั้นจากเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานที่เชื่อถือได้ ค้นหาข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับไซต์บนอินเทอร์เน็ตเพื่อดูว่าแหล่งข้อมูล เช่น นิตยสารหรือบริษัทที่คุณไว้วางใจ ได้มีการอ้างอิงถึงไซต์นั้นหรือไม่ อ่านคำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือการเปิดเผยอื่นๆ (แต่พึงระลึกอยู่เสมอว่าไซต์อาจจะไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อมูลเหล่านี้)

เว็บไซต์อาจจะไม่น่าเชื่อถือ หาก

  • ไซต์ถูกอ้างถึงคุณผ่านข้อความอีเมลจากบุคคลที่คุณไม่รู้จัก

  • ไซต์นำเสนอเนื้อหาที่เป็นที่น่ารังเกียจ อาทิเช่น รูปภาพลามกอนาจาร หรือเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย

  • ไซต์ให้ข้อเสนอที่ดูเหมือนจะดีเกินความเป็นจริง บ่งชี้ได้ว่าอาจเป็นกลอุบาย หรือการขายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือผิดกฎหมาย

  • คุณถูกล่อลวงให้ไปยังไซต์ตามแผนการโฆษณาแบบอ่อยเหยื่อ โดยที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการไม่ได้เป็นไปตามที่คุณต้องการ

  • คุณถูกถามข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อการตรวจสอบตัวตนของคุณหรือเพื่อใช้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งดูเหมือนไม่จำเป็นต้องถาม

  • คุณถูกขอให้แจ้งหมายเลขบัตรเครดิต โดยไม่มีหลักฐานที่แสดงได้ว่าการทำธุรกรรมนั้นปลอดภัย