แม้คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เอี่ยมจะสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เครื่องจะทำงานช้าลง พีซีรุ่นใหม่ที่คุณซื้อเมื่อปีที่แล้วอาจมีประสิทธิภาพลดลงหลังจากที่คุณได้ติดตั้งโปรแกรมมากมาย เครื่องมือป้องกันสปายแวร์และป้องกันไวรัส รวมทั้งทำการดาวน์โหลดขยะจำนวนมากจากอินเทอร์เน็ต การทำงานที่ช้าลงอาจเกิดขึ้นทีละน้อยจนคุณแทบไม่สังเกตเห็น จนกระทั่งวันหนึ่งคุณพยายามเปิดโปรแกรมหรือแฟ้ม และสงสัยว่า "เกิดอะไรขึ้นกับพีซีที่น่าสงสารของฉัน"

ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตาม แต่มีหนทางมากมายในการช่วยให้ Windows ทำงานเร็วขึ้นและทำให้พีซีของคุณทำงานได้ดีขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้ปรับรุ่นฮาร์ดแวร์ของคุณก็ตาม ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับบางอย่างในการช่วยคุณปรับ Windows 7 ให้เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วขึ้น

ลองใช้ 'ตัวแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพ'

สิ่งแรกที่คุณสามารถลองใช้คือ 'ตัวแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพ' ซึ่งสามารถค้นหาและแก้ไขปัญหาได้โดยอัตโนมัติ 'ตัวแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพ' จะตรวจสอบปัญหาที่อาจทำให้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ของคุณช้าลง เช่น จำนวนผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในขณะนี้ และมีโปรแกรมหลายโปรแกรมกำลังทำงานในเวลาเดียวกันหรือไม่

เปิด 'ตัวแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพ' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก แผงควบคุม ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์ ตัวแก้ไขปัญหา แล้วคลิก การแก้ไขปัญหา ภายใต้ ระบบและความปลอดภัย ให้คลิก ตรวจหาปัญหาด้านประสิทธิภาพ

การลบโปรแกรมที่คุณไม่เคยใช้

ผู้ผลิตพีซีจำนวนมากบรรจุโปรแกรมต่างๆ ที่คุณไม่ได้สั่งซื้อและอาจไม่ต้องการเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ซึ่งบ่อยครั้งอาจรวมถึงโปรแกรมรุ่นทดลองและรุ่นจำกัดที่บริษัทซอฟต์แวร์หวังว่าจะคุณจะลองใช้ และเมื่อเห็นว่ามีประโยชน์ ก็อาจเต็มใจจ่ายเงินเพื่อปรับรุ่นโปรแกรมนั้นให้เป็นรุ่นเต็มหรือรุ่นที่ใหม่กว่า ถ้าคุณตัดสินใจว่าไม่ต้องการโปรแกรมเหล่านี้ การเก็บซอฟต์แวร์ไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณอาจทำให้เครื่องทำงานช้าเพราะใช้หน่วยความจำ เนื้อที่ดิสก์ และกำลังในการประมวลผล

ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ถอนการติดตั้งโปรแกรมทั้งหมดที่คุณไม่ต้องการใช้งาน ซึ่งรวมถึงซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งโดยผู้ผลิต และซอฟต์แวร์ที่คุณติดตั้งเอง แต่ไม่ต้องการใช้งานอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรแกรมอรรถประโยชน์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการและปรับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของคอมพิวเตอร์ของคุณ โปรแกรมอรรถประโยชน์เช่น โปรแกรมตรวจหาไวรัส ตัวล้างดิสก์ และเครื่องมือสำรองข้อมูลมักจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเริ่มต้นระบบ และจะทำงานเงียบๆ ในเบื้องหลังโดยที่คุณมองไม่เห็น ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงไม่รู้ว่าโปรแกรมเหล่านี้กำลังทำงานอยู่

แม้ว่าพีซีของคุณจะเก่า แต่ก็อาจมีโปรแกรมที่ผู้ผลิตได้ติดตั้งไว้ซึ่งคุณอาจไม่เคยสังเกตเห็นหรือจำไม่ได้แล้วว่ามีอยู่ ไม่สายเกินไปที่จะเอาโปรแกรมเหล่านี้ออกและจัดการทรัพยากรระบบที่เสียไปให้เป็นระเบียบ บางทีคุณอาจคิดว่าจะต้องได้ใช้ซอฟต์แวร์นั้นในสักวัน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยได้ใช้สักที ดังนั้นให้ลองถอนการติดตั้งซอฟต์แวร์ดังกล่าวแล้วดูว่าพีซีของคุณทำงานได้เร็วขึ้นหรือไม่

สำหรับคำแนะนำ ให้ดูที่ การถอนการติดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงโปรแกรม

การจำกัดจำนวนโปรแกรมที่ทำงานเมื่อเริ่มต้นระบบ

โปรแกรมจำนวนมากได้รับการออกแบบมาให้เริ่มต้นโดยอัตโนมัติเมื่อ Windows เริ่มต้น ผู้ผลิตซอฟต์แวร์มักจะตั้งค่าให้โปรแกรมเปิดอยู่เบื้องหลังโดยที่คุณไม่เห็นว่าโปรแกรมนั้นกำลังทำงานอยู่ เพื่อที่ว่าโปรแกรมจะได้เปิดขึ้นในทันทีเมื่อคุณคลิกไอคอนของโปรแกรม ซึ่งกรณีนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับโปรแกรมที่คุณใช้งานอยู่เป็นประจำ แต่สำหรับโปรแกรมที่คุณแทบไม่ได้ใช้หรือไม่เคยใช้เลย คุณก็จะเสียหน่วยความจำที่มีค่าและทำให้ต้องใช้เวลาในการเริ่มต้นระบบ Windows นานขึ้น

ตัดสินใจด้วยตนเองว่าคุณต้องการให้โปรแกรมทำงานเมื่อเริ่มต้นระบบหรือไม่

แต่คุณจะทราบได้อย่างไรว่าโปรแกรมใดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเริ่มต้นระบบ ในบางครั้งไม่ใช่เรื่องยากที่จะรู้ได้ เนื่องจากโปรแกรมจะเพิ่มไอคอนในพื้นที่แจ้งให้ทราบบนแถบงาน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่คุณจะสามารถเห็นได้ว่าโปรแกรมกำลังทำงานอยู่ ให้ดูในพื้นที่ดังกล่าวว่ามีโปรแกรมที่คุณไม่ต้องการให้เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติอยู่หรือไม่ ชี้ไปที่แต่ละไอคอนเพื่อดูชื่อโปรแกรม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้คลิกปุ่ม แสดงไอคอนที่ซ่อน เพื่อที่คุณจะไม่พลาดไอคอนใดๆ

รูปภาพของปุ่ม 'แสดงไอคอนที่ซ่อน'
ปุ่ม 'แสดงไอคอนที่ซ่อน' ในพื้นที่แจ้งให้ทราบ

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คุณตรวจสอบพื้นที่แจ้งให้ทราบแล้ว อาจมีบางโปรแกรมที่หลุดรอดสายตาโดยยังคงทำงานอัตโนมัติเมื่อเริ่มต้นระบบ AutoRuns สำหรับ Windows เป็นเครื่องมือฟรีที่คุณสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Microsoft ซึ่งจะแสดงโปรแกรมและการดำเนินการทั้งหมดที่ทำงานอยู่เมื่อคุณเริ่มต้น Windows คุณสามารถหยุดโปรแกรมไม่ให้เรียกใช้โดยอัตโนมัติเมื่อ Windows เริ่มทำงานได้โดยเปิดโปรแกรม AutoRuns สำหรับ Windows แล้วล้างกล่องกาเครื่องหมายถัดจากชื่อโปรแกรมที่คุณต้องการหยุด AutoRuns สำหรับ Windows ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ขั้นสูง

หมายเหตุ

  • สำหรับผู้ที่ต้องการจัดการให้บางโปรแกรมทำงานเมื่อเริ่มต้นระบบสามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือ 'การกำหนดค่าระบบ' สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การเริ่ม 'การกำหนดค่าระบบ'

การจัดเรียงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ของคุณ

การกระจายตัวของข้อมูลทำให้ฮาร์ดดิสก์ของคุณต้องทำงานเพิ่มซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง 'ตัวจัดเรียงข้อมูลบนดิสก์' จะจัดเรียงข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจายใหม่เพื่อให้ฮาร์ดดิสก์ของคุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 'ตัวจัดเรียงข้อมูลบนดิสก์' จะทำงานตามกำหนดเวลา อย่างไรก็ดี คุณสามารถจัดเรียงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ของคุณด้วยตนเองได้ด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการจัดเรียงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์

การล้างข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ของคุณ

แฟ้มที่ไม่จำเป็นบนฮาร์ดดิสก์ของคุณใช้เนื้อที่ว่างบนดิสก์และทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานช้าลงได้ 'การล้างข้อมูลบนดิสก์' จะเป็นการลบแฟ้มชั่วคราว ลบข้อมูลใน 'ถังรีไซเคิล' และเอาแฟ้มระบบต่างๆ และรายการอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้แล้วออกไป สำหรับคำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีดำเนินการนี้ ให้ดูที่ การลบแฟ้มโดยใช้ 'การล้างข้อมูลบนดิสก์'

การเรียกใช้โปรแกรมในคราวเดียวกันให้น้อยลง

บางครั้งการเปลี่ยนลักษณะการใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณก็อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพการทำงานของพีซีได้ ถ้าคุณเป็นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ประเภทที่ชอบเปิดโปรแกรมแปดโปรแกรมและหน้าต่างเบราว์เซอร์สิบสองหน้าต่างไว้พร้อมกัน ขณะเดียวกันก็ส่งข้อความให้กับเพื่อนๆ ของคุณด้วย ดังนั้นอย่าแปลกใจหากว่าพีซีของคุณทำงานช้าลง การเปิดข้อความอีเมลจำนวนมากทิ้งไว้อาจสิ้นเปลืองหน่วยความจำด้วยเช่นกัน

ถ้าคุณพบว่าพีซีของคุณทำงานช้าลง ให้ถามตัวคุณเองว่าจำเป็นต้องเปิดโปรแกรมและหน้าต่างทั้งหมดไว้พร้อมกันจริงๆ หรือไม่ หาวิธีเตือนตัวเองให้ตอบกลับข้อความอีเมลน่าจะดีกว่าการเปิดอีเมลทั้งหมดไว้

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสเพียงโปรแกรมเดียว การเรียกใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสมากกว่าหนึ่งโปรแกรมอาจทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานช้าลงได้ โชคดีที่หากคุณเรียกใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสมากกว่าหนึ่งโปรแกรม 'ศูนย์ปฏิบัติการ' จะแจ้งให้คุณทราบและช่วยแก้ไขปัญหาให้คุณ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ 'ศูนย์ปฏิบัติการ' คืออะไร

การปิดลักษณะการแสดงผล

หาก Windows ทำงานช้า คุณสามารถทำให้ระบบทำงานได้เร็วขึ้นด้วยการปิดใช้งานลักษณะการแสดงผลของระบบ ระหว่างลักษณะการแสดงผลกับประสิทธิภาพการทำงาน คุณจะเลือกให้ Windows ทำงานเร็วขึ้นหรือแสดงภาพได้สวยขึ้น หากพีซีของคุณทำงานเร็วพอ คุณก็ไม่ต้องเลือก แต่หากคอมพิวเตอร์ของคุณแทบไม่มีพลังเหลือพอที่จะเรียกใช้ Windows 7 ได้ วิธีการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพียงแต่แลกกับภาพที่สวยน้อยลง

คุณสามารถเลือกได้ว่าจะปิดลักษณะการแสดงผลใด ปิดทีละลักษณะ หรือจะให้ Windows เลือกให้คุณก็ได้ มีลักษณะการแสดงผล 20 อย่างที่คุณสามารถควบคุมได้ เช่น ลักษณะแก้วโปร่งใส วิธีเปิดหรือปิดเมนู และเลือกให้มีการแสดงเงาหรือไม่

เมื่อต้องการปรับลักษณะการแสดงผลทั้งหมดเพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุด

  1. เปิด 'ข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานและเครื่องมือต่างๆ' โดยคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก แผงควบคุม ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์ ข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานและเครื่องมือต่างๆ จากนั้นในรายการผลลัพธ์ ข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานและเครื่องมือต่างๆ

  2. คลิก ปรับลักษณะการแสดงผล ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

  3. คลิกแท็บ ลักษณะการแสดงผล คลิก ปรับเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แล้วคลิก ตกลง (สำหรับตัวเลือกที่ส่งผลกระทบน้อยกว่า เลือก ให้ Windows เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคอมพิวเตอร์ของฉัน)

การเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ตามปกติ

เคล็ดลับนี้เรียบง่าย เริ่มระบบพีซีของคุณใหม่อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้พีซีของคุณทำงานจำนวนมาก การเริ่มระบบพีซีใหม่เป็นทางที่ดีในการล้างหน่วยความจำของเครื่องและทำให้แน่ใจว่ามีการปิดกระบวนการและบริการที่ไม่ถูกต้องใดๆ ที่เริ่มทำงาน

การเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่จะปิดซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ทำงานบนพีซีของคุณ ไม่ใช่เพียงโปรแกรมที่คุณมองเห็นบนแถบงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริการอีกมากมายที่อาจเริ่มต้นทำงานโดยโปรแกรมต่างๆ และไม่เคยหยุดทำงานเลย การเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่สามารถแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพที่น่าสงสัยเมื่อยากที่จะระบุสาเหตุที่แน่นอน

หากคุณเปิดโปรแกรม ข้อความอีเมล และเว็บไซต์จำนวนมากเอาไว้จนคิดว่าการเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่เป็นเรื่องยุ่งยาก นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณควรเริ่มระบบพีซีของคุณใหม่ ยิ่งคุณเปิดมากเท่าใดและปล่อยให้ทำงานนานแค่ไหน โอกาสที่พีซีของคุณจะยิ่งทำงานช้าลงและใช้หน่วยความจำจนเหลือน้อยลงในที่สุดจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

การเพิ่มหน่วยความจำเพิ่มเติม

นี่ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อฮาร์ดแวร์ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานเร็วขึ้น แต่การบอกถึงวิธีที่ทำให้ Windows ทำงานได้เร็วขึ้นคงจะไม่สมบูรณ์ หากไม่บอกว่าคุณควรพิจารณาเพิ่มหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม (RAM) เพิ่มเติมในพีซีของคุณ

ถ้าคอมพิวเตอร์ที่เรียกใช้ Windows 7 ดูเหมือนว่าจะทำงานช้าเกินไป โดยปกติแล้วมักมีสาเหตุจากพีซีมี RAM ไม่เพียงพอ วิธีที่ดีที่สุดในการทำให้พีซีทำงานได้เร็วขึ้นคือการเพิ่มหน่วยความจำ

Windows 7 สามารถทำงานได้บนพีซีที่มี RAM ขนาด 1 กิกะไบต์ (GB) แต่ทำงานได้เร็วขึ้นที่ 2 GB เพื่อประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ให้เพิ่ม RAM เป็น 3 GB หรือมากกว่า

ทางเลือกอีกประการหนึ่งคือการเพิ่มจำนวนหน่วยความจำ โดยใช้ Windows‌ ReadyBoost คุณลักษณะนี้จะช่วยให้คุณสามารถใช้พื้นที่จัดเก็บบนอุปกรณ์สื่อแบบถอดได้บางอย่าง เช่น USB แฟลชไดรฟ์ เพื่อเพิ่มความเร็วให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณได้ ทั้งนี้เป็นการง่ายกว่าที่จะเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับ USB พอร์ต แทนที่จะเปิดตัวเครื่องของพีซีและเสียบโมดูลหน่วยความจำลงในแผงวงจรหลักของเครื่อง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การใช้หน่วยความจำในอุปกรณ์เก็บข้อมูลของคุณเพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณเร็วขึ้น

การตรวจหาไวรัสและสปายแวร์

ถ้าพีซีของคุณทำงานช้าลง เป็นไปได้ที่เครื่องอาจจะติดไวรัสหรือสปายแวร์ การติดไวรัสไม่ใช่เรื่องทั่วไปเหมือนเช่นปัญหาอื่นๆ แต่เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา ก่อนที่คุณจะกังวลมากเกินไป ให้ตรวจสอบพีซีของคุณโดยใช้โปรแกรมป้องกันสปายแวร์และโปรแกรมป้องกันไวรัส

อาการทั่วไปของเครื่องที่ติดไวรัสก็คือประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์จะช้าลงกว่าปกติมาก นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งรวมถึงการปรากฏของข้อความที่ไม่คาดคิดบนพีซีของคุณ โปรแกรมเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ และฮาร์ดดิสก์ของคุณมีเสียงทำงานอยู่ตลอดเวลา

โดยปกติแล้ว สปายแวร์จะเป็นโปรแกรมประเภทที่ถูกติดตั้งไว้โดยที่คุณไม่รู้ตัว ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าดูกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตของคุณโดยเฉพาะ คุณสามารถตรวจหาสปายแวร์ด้วย Windows Defender หรือโปรแกรมป้องกันสปายแวร์อื่นๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ จะทราบได้อย่างไรว่าคอมพิวเตอร์ของคุณติดสปายแวร์หรือไม่

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับไวรัสคือการป้องกันไวรัสตั้งแต่แรกเริ่ม เรียกใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ แม้ว่าคุณจะให้การระมัดระวังอยู่แล้ว แต่พีซีของคุณก็อาจจะติดไวรัสได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ ฉันจะทราบได้อย่างไรว่าคอมพิวเตอร์ของฉันมีไวรัสหรือไม่

การตรวจสอบความเร็วของคอมพิวเตอร์

หากคุณลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้แล้วและคอมพิวเตอร์ของคุณยังทำงานช้าอย่างผิดปกติอยู่ คุณอาจต้องซื้อพีซีใหม่หรือปรับรุ่นฮาร์ดแวร์บางอย่าง เช่น ฮาร์ดดิสก์ใหม่หรือการ์ดแสดงผลที่เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องคาดเดาความเร็วของคอมพิวเตอร์ของคุณ Windows มีวิธีการในการตรวจสอบและจัดอันดับความเร็วพีซีของคุณด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า 'ดัชนีการใช้งาน Windows'

'ดัชนีการใช้งาน Windows' จะให้คะแนนคอมพิวเตอร์ของคุณโดยแบ่งออกเป็นส่วนประกอบสำคัญห้าส่วน และจะระบุหมายเลขให้กับแต่ละส่วน รวมทั้งคะแนนฐานโดยรวมด้วย คะแนนฐานนี้จะเทียบเท่ากับคะแนนย่อยของส่วนประกอบที่มีประสิทธิภาพต่ำที่สุดของคุณ

โดยคะแนนฐานในปัจจุบันจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 7.9 หากพีซีของคุณมีคะแนนต่ำกว่า 2 หรือ 3 อาจถึงเวลาพิจารณาซื้อพีซีเครื่องใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงานที่คุณต้องการทำโดยใช้คอมพิวเตอร์ของคุณ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ 'ดัชนีการใช้งาน Windows' คืออะไร

อย่ามัวทนอยู่กับเครื่องที่ทำงานช้า

สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติม ให้ดูที่ วิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพคอมพิวเตอร์ของคุณ