การแก้ไขปัญหาในการติดตั้ง Service Pack 1 (SP1) สำหรับ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2

ระหว่างการติดตั้ง Service Pack 1 (SP1) สำหรับ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 คุณอาจพบข้อความแสดงข้อผิดพลาดแจ้งว่า "การติดตั้งไม่สำเร็จ" สาเหตุที่พบได้บ่อยของปัญหานี้ ได้แก่

  • มีความไม่สอดคล้องกันใน Windows Servicing Store ซึ่ง Windows Servicing Store คือ คุณลักษณะที่จำเป็นต้องใช้เพื่อให้การติดตั้ง Service Pack เสร็จสมบูรณ์

  • โปรแกรมในคอมพิวเตอร์ของคุณ เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัสหรือป้องกันสปายแวร์ อาจกำลังรบกวนการติดตั้ง Service Pack

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ ให้ลองติดตั้ง Service Pack อีกครั้งหลังจากทำแต่ละข้อต่อไปนี้:

แสดงทั้งหมด

การเรียกใช้ 'เครื่องมือเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงระบบ'

'เครื่องมือเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงระบบ' สามารถแก้ไขปัญหาที่อาจทำให้ไม่สามารถติดตั้งการปรับปรุงและ Service Pack ของ Windows เมื่อต้องการดาวน์โหลดและเรียกใช้เครื่องมือ ให้คลิกการเชื่อมโยงในตารางที่ตรงกับรุ่นของ Windows ที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ของคุณ

เมื่อต้องการดาวน์โหลดและเรียกใช้ 'เครื่องมือเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงระบบ'

  1. คลิกการเชื่อมโยงในตารางที่ตรงกับรุ่นของ Windows ที่ทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณ

    • เมื่อต้องการตรวจสอบว่าคุณกำลังเรียกใช้ Windows รุ่นใดอยู่ และเป็นระบบ 32 บิต (x86) 64 บิต (x64) หรือ Itanium ให้คลิกปุ่ม เริ่ม รูปภาพของปุ่มเริ่ม คลิกขวา คอมพิวเตอร์ แล้วคลิก คุณสมบัติ
    รุ่นของ Windowsเชื่อมโยงไปยังศูนย์ดาวน์โหลด Microsoft
    รุ่นของ Windows

    Windows 7 32 บิต (x86)

    เชื่อมโยงไปยังศูนย์ดาวน์โหลด Microsoft
    รุ่นของ Windows

    Windows 7 64 บิต (x64)

    เชื่อมโยงไปยังศูนย์ดาวน์โหลด Microsoft
    รุ่นของ Windows

    Windows Server 2008 R2 64 บิต (x64)

    เชื่อมโยงไปยังศูนย์ดาวน์โหลด Microsoft
    รุ่นของ Windows

    Windows Server 2008 R2 ที่ใช้ Itanium

    เชื่อมโยงไปยังศูนย์ดาวน์โหลด Microsoft
  2. บนเว็บเพจ ศูนย์ดาวน์โหลด Microsoft ให้คลิก ดาวน์โหลด

    หากคุณพบข้อความที่แจ้งให้ตรวจสอบความถูกต้อง ให้คลิก ดำเนินการต่อ และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ จากนั้นคลิก ดาวน์โหลด

  3. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการติดตั้งโปรแกรมทันที ให้คลิก เปิด หรือ เรียกใช้ และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ

    • เมื่อต้องการติดตั้งโปรแกรมในภายหลัง ให้คลิก บันทึก จากนั้นดาวน์โหลดแฟ้มการติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ เมื่อพร้อมที่จะติดตั้งเครื่องมือ ให้คลิกสองครั้งที่แฟ้ม

  4. ในกล่องโต้ตอบ ตัวติดตั้ง Windows Update แบบสแตนด์อโลน ให้คลิก ใช่ หรือ ตกลง

  5. ในกล่องโต้ตอบ การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้คลิก ปิด

  6. ลองติดตั้ง Service Pack อีกครั้ง

หมายเหตุ

  • เครื่องมือนี้อาจใช้เวลาหลายนาทีในการติดตั้ง ถึงแม้ว่าแถบความคืบหน้าจะดูเหมือนหยุดนิ่ง แต่โปรดอย่ายกเลิกการติดตั้ง

การเรียกใช้ตัวแก้ไขปัญหา

หากคอมพิวเตอร์ของคุณกำลังมีปัญหาในการค้นหาและติดตั้งการปรับปรุงระบบปฏิบัติการ ตัวแก้ไขปัญหา Windows Update อาจสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้

ในการเรียกใช้ตัวแก้ไขปัญหา Windows Update

  • เปิดตัวแก้ไขปัญหา Windows Update โดยคลิกปุ่ม เริ่ม รูปภาพของปุ่มเริ่ม แล้วคลิก แผงควบคุม ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์ ตัวแก้ไขปัญหา แล้วคลิก การแก้ไขปัญหา ใน ระบบและความปลอดภัย คลิก แก้ไขปัญหาด้วย Windows Update

การปิดโปรแกรมความปลอดภัยของคุณ

คำเตือน

  • การปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสหรือป้องกันสปายแวร์อาจทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของคุณเพิ่มขึ้น เราจึงขอแนะนำให้คุณเปิดซอฟต์แวร์นี้กลับคืนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากคุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายในระหว่างที่ปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส คอมพิวเตอร์ของคุณจะเสี่ยงต่อการถูกโจมตี

เมื่อต้องการปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสหรือโปรแกรมต่อต้านสปายแวร์ของคุณ

  1. ปิดโปรแกรมทั้งหมด แล้วเริ่มการทำงานคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่

  2. หลังจากเริ่มการทำงานใหม่ ปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสและป้องกันสปายแวร์ทั้งหมดที่อาจทำงานอยู่ในระหว่างขั้นตอนการเริ่มต้นระบบ

    โดยปกติคุณสามารถปิดโปรแกรมได้จากพื้นที่การแจ้งเตือน ซึ่งอยู่ทางด้านขวาของแถบงาน เมื่อต้องการปิดโปรแกรมจากพื้นที่การแจ้งเตือน ให้คลิกขวาที่ไอคอนโปรแกรม จากนั้นคลิก ปิด ปิดใช้งาน ออก หรือตัวเลือกที่คล้ายกัน หากไม่มีตัวเลือกเหล่านี้ให้เลือก คุณอาจต้องเปิดโปรแกรม จากนั้นจึงปิดโดยใช้ตัวเลือกจากภายในโปรแกรม

  3. ทันทีที่คุณปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสหรือป้องกันสปายแวร์ ให้ลองติดตั้ง Service Pack อีกครั้ง

  4. หลังจากติดตั้ง Service Pack แล้ว ให้เปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสหรือป้องกันสปายแวร์ทั้งหมด