คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Internet Explorer


คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Internet Explorer สำหรับ Windows 7

ปรับปรุงครั้งล่าสุด: กันยายน 2013

ที่ Microsoft เราทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณไปพร้อมๆ กับการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ให้ประสิทธิภาพ ศักยภาพ และความสะดวกสบายที่คุณต้องการในการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Internet Explorer 11 (“Internet Explorer”) สำหรับ Windows 7 นี้ให้ความสำคัญกับคุณลักษณะในการติดต่อสื่อสารกับอินเทอร์เน็ต โดยจะอธิบายถึงวิธีการที่คุณลักษณะดังกล่าวเก็บรวบรวมข้อมูลของคุณ และอธิบายเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลนั้น ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นซึ่งจะเน้นไปที่คุณลักษณะสำหรับการสื่อสารกับอินเทอร์เน็ตและไม่มีเจตนาให้เป็นรายการที่แสดงรายละเอียดโดยเฉพาะ โดยไม่มีผลบังคับใช้กับไซต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการอื่นๆ ของ Microsoft ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์

Internet Explorer มีคุณลักษณะบางประการที่อาจช่วยปกป้องหรือมีผลต่อความเป็นส่วนตัวของคุณ หัวข้อต่อไปนี้จะอธิบายถึงคุณลักษณะบางประการดังกล่าว และการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเหล่านั้น

ข้อมูลพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต

Internet Explorer ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เรียกดูและโต้ตอบกับเว็บไซต์ต่างๆ บนอินทราเน็ตหรืออินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย เมื่อคุณใช้อินเทอร์เน็ตหรือซอฟต์แวร์ที่มีคุณลักษณะที่ทำงานบนอินเทอร์เน็ต ข้อมูลเกี่ยวกับพีซีของคุณ ("ข้อมูลพีซีมาตรฐาน") จะถูกส่งไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมและบริการออนไลน์ที่คุณใช้ ข้อมูลพีซีมาตรฐานจะครอบคลุมถึงที่อยู่ IP สำหรับพีซีของคุณ ประเภทและภาษาของเบราว์เซอร์ จำนวนครั้งในการเข้าถึง และที่อยู่เว็บไซต์อ้างอิง ข้อมูลนี้อาจถูกบันทึกลงในเว็บเซิร์ฟเวอร์ของไซต์เหล่านั้นได้ ชนิดข้อมูลที่ถูกบันทึกและวิธีใช้ข้อมูลนั้นจะขึ้นอยู่กับแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมและบริการเว็บที่คุณใช้อยู่

คุณลักษณะการเรียกดูเว็บที่จัดเก็บข้อมูล

การกรอง ActiveX

ตัวควบคุม ActiveX เป็นส่วนของซอฟต์แวร์ขนาดเล็กที่เข้ามาเสริมการทำงานให้กับเบราว์เซอร์ของคุณ ตัวอย่างเช่น ตัวควบคุม ActiveX บางตัวสามารถเล่นเสียง วิดีโอ หรือแสดงรูปบนเว็บเพจได้ ตัวควบคุมดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของ Internet Explorer การกรอง ActiveX จะทำให้คุณสามารถเรียกดูเว็บโดยปิดตัวควบคุมเหล่านี้ไว้ได้ เมื่อคุณดูเว็บเพจที่มีการกรองตัวควบคุม ActiveX ออก อาจมีการปิดใช้งานเนื้อหาบางอย่างในเพจนั้น

ถ้าคุณเลือกที่จะเปิดการกรอง ActiveX คุณสามารถเปิดใช้ตัวควบคุม ActiveX สำหรับเว็บไซต์เดียวได้ด้วยการคลิกไอคอนการกรอง ActiveX ในแถบที่อยู่ เมื่อคุณปิดการกรอง ActiveX ในเว็บไซต์หนึ่ง Internet Explorer จะเก็บที่อยู่ของเว็บไซต์ที่คุณเลือกปิดการกรอง ActiveX ไว้ คุณสามารถลบข้อมูลนี้เมื่อใดก็ได้โดยใช้ 'ลบประวัติการเรียกดู'

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการเปิดการกรอง ActiveX

  1. เปิด Internet Explorer

  2. คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก การกรอง ActiveX

เมื่อต้องการปิดการกรอง ActiveX ในบางเว็บไซต์

  1. เปิด Internet Explorer

  2. คลิกปุ่ม ตัวกรอง ในแถบที่อยู่ แล้วคลิก ปิดการกรอง ActiveX

เมื่อต้องการปิดการกรอง ActiveX ในเว็บไซต์ทั้งหมด

  1. เปิด Internet Explorer

  2. คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก การกรอง ActiveX

การบันทึกความเข้ากันได้ของแอปพลิเคชัน

คุณลักษณะนี้ใน Internet Explorer ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้นักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีใช้ในการกำหนดความเข้ากันสำหรับเว็บไซต์ของตนกับ Internet Explorer เมื่อคุณเปิดใช้งานคุณลักษณะนี้ Internet Explorer จะบันทึกจุดข้อมูลเกี่ยวกับการโต้ตอบของคุณกับเว็บเพจไว้ในบันทึกเหตุการณ์ ซึ่งสามารถดูได้ด้วยตัวแสดงเหตุการณ์ของ Windows เหตุการณ์เหล่านี้จะอธิบายถึงความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นกับไซต์ และอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวควบคุมบางตัวและเว็บเพจบางหน้าที่ล้มเหลว ตามค่าเริ่มต้นแล้ว ผู้ใช้ทุกรายสามารถดูข้อมูลนี้ได้ในพีซี เว้นแต่ผู้ดูแลจะจำกัดการเข้าถึงนี้ไว้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการบันทึกและการใช้ตัวแสดงเหตุการณ์ของ Windows ให้ค้นหาคำว่า "ตัวแสดงเหตุการณ์" ในวิธีใช้ของ Windows

การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ

คุณลักษณะ 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ' ใน Internet Explorer ช่วยให้คุณกรอกข้อมูลในเว็บฟอร์มและนำคุณไปยังเว็บไซต์ที่เคยเยี่ยมชมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ' จะรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลที่คุณพิมพ์ลงในกล่องข้อความของเว็บฟอร์มและแถบที่อยู่ไว้ในรีจิสทรีของพีซีของคุณ จะไม่มีการใช้ข้อมูลของ 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ' ร่วมกับบัญชีผู้ใช้อื่นๆ ในพีซีของคุณ

เมื่อคุณส่งเว็บฟอร์มครั้งแรก คุณจะเห็นกล่องข้อความที่ถามว่าคุณต้องการเปิดฟังก์ชันการทำงานของ 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ' หรือไม่

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการปิด 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ'

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. บนแท็บ เนื้อหา ภายใต้ 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ' ให้คลิก การตั้งค่า

  3. ในกล่องโต้ตอบ การตั้งค่าการทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ ให้ล้างกล่องกาเครื่องหมายที่เกี่ยวข้องของตัวเลือกที่คุณไม่ต้องการใช้ แล้วคลิก ตกลง

เมื่อต้องการล้างประวัติของ 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ'

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. บนแท็บ ทั่วไป ภายใต้ ประวัติการเรียกดู ให้คลิก ลบ

  3. ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ข้อมูลฟอร์มและรหัสผ่าน คลิก ลบ แล้วคลิก ตกลง

    หมายเหตุ: เมื่อต้องการล้างรายการที่อยู่เว็บ คุณต้องเลือกกล่องกาเครื่องหมาย ประวัติ ซึ่งจะเป็นการลบประวัติการเรียกดูของคุณด้วย

การจัดเก็บรหัสผ่าน

เมื่อคุณพิมพ์ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับเว็บไซต์ใน Internet Explorer คุณจะถูกถามว่าต้องการให้ Internet Explorer จำข้อมูลประจำตัวในการเข้าสู่ระบบของคุณไว้หรือไม่ ถ้าคุณเลือกให้ Internet Explorer จำข้อมูลประจำตัวของคุณสำหรับเว็บไซต์นั้น ข้อมูลดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในรูปแบบที่เข้ารหัสบนพีซีของคุณในล็อกเกอร์จัดเก็บข้อมูลประจำตัวของ Windows และจะมีการใส่ข้อมูลในเขตข้อมูลสำหรับใส่ข้อมูลประจำตัวในไซต์ที่ปลอดภัยโดยอัตโนมัติ

เมื่อต้องการปิดการจัดเก็บรหัสผ่าน

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. บนแท็บ เนื้อหา ภายใต้ 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ' ให้คลิก การตั้งค่า

  3. ในกล่องโต้ตอบ การตั้งค่าการทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ ให้ล้างกล่องกาเครื่องหมายที่อยู่ติดกับ ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านบนฟอร์ม แล้วคลิก ตกลง

    หมายเหตุ: ไซต์บางแห่งเลือกที่จะปิด 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ' ด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว Internet Explorer จะยอมรับเงื่อนไขของไซต์ที่เลือกปิด 'การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ' ในฟอร์มใส่ข้อมูลที่ไม่เก็บข้อมูลประจำตัว สำหรับฟอร์มที่มีการเก็บข้อมูลประจำตัว Internet Explorer จะแสดงพร้อมท์ให้คุณเลือกเสมอก่อนที่จะจัดเก็บข้อมูล

การกู้คืนความเสียหายโดยอัตโนมัติ

เมื่อคุณเรียกดูเว็บ 'การกู้คืนความเสียหายโดยอัตโนมัติ' ใน Internet Explorer จะจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเซสชันการเรียกดูของคุณไว้ในฮาร์ดดิสก์ในกรณีที่เกิดความเสียหาย แฮง หรือปิดทำงานโดยไม่คาดคิด ถ้าเซสชันการเรียกดูของคุณปิดลงโดยไม่คาดคิด Internet Explorer จะให้โอกาสคุณใช้เซสชันการเรียกดูครั้งล่าสุดต่อ

'การกู้คืนความเสียหายโดยอัตโนมัติ' จะจัดเก็บข้อมูลต่อไปนี้

  • ที่อยู่เว็บ (URL) ของเว็บเพจในแต่ละแท็บ

  • ประวัติย้อนหลัง/ไปข้างหน้าของแต่ละแท็บ (หมายถึงทุกไซต์ที่คุณเยี่ยมชมในแท็บตามลำดับที่คุณได้เยี่ยมชม)

  • การจัดเรียงและการจัดลำดับของแท็บ

  • ข้อมูลที่พิมพ์ลงในเว็บฟอร์ม

เมื่อต้องการปิด 'การกู้คืนความเสียหายโดยอัตโนมัติ'

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. บนแท็บ ขั้นสูง ภายใต้ 'การเรียกดู' ให้ล้างกล่องกาเครื่องหมาย เปิดใช้งานการกู้คืนความเสียหายโดยอัตโนมัติ แล้วคลิก ตกลง

    หมายเหตุ: การปิด 'การกู้คืนความเสียหายโดยอัตโนมัติ' ไม่ได้เป็นการป้องกัน Internet Explorer ไม่ให้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับแท็บของคุณ แต่เป็นการปิดการกู้คืนแท็บหรือเซสชันการเรียกดูของคุณเท่านั้น ทั้งนี้จะไม่มีการส่งข้อมูลนี้ให้แก่ Microsoft เว้นแต่คุณเลือกที่จะส่งให้เอง เช่น ในรายงานข้อผิดพลาด

การปรับปรุงรายการความเข้ากันได้

เพื่อให้เว็บไซต์และฮาร์ดแวร์ของพีซีมีความเข้ากันได้ที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถเปิดใช้การปรับปรุงรายการความเข้ากันได้ รายการความเข้ากันได้ ประกอบด้วยรายการดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • รายการของเว็บไซต์ที่ออกแบบสำหรับเบราว์เซอร์รุ่นเก่าหรือเบราว์เซอร์อื่นๆ ซึ่งช่วยให้ Internet Explorer สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลหรือการติดต่อกับเว็บไซต์เหล่านี้เพื่อให้เข้ากันได้มากขึ้นและให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับไซต์เหล่านั้น

  • รายการของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์ด้านกราฟิกที่ทราบแล้วว่ามีปัญหาความเข้ากันได้ จะช่วยให้ Internet Explorer สามารถหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์เหล่านี้เมื่อแสดงผลเนื้อหาในเว็บ

  • รายการที่อยู่เว็บยอดนิยมที่ Internet Explorer จะให้คำแนะนำในขณะที่ผู้ใช้พิมพ์ในแถบที่อยู่

ถ้าคุณเลือกตัวเลือกนี้ Internet Explorer จะดาวน์โหลดรายการที่ปรับปรุงของการตั้งค่าความเข้ากันได้จาก Microsoft เป็นระยะ และข้อมูลคอมพิวเตอร์มาตรฐานจะถูกส่งไปด้วย คุณสามารถปิดการปรับปรุงรายการความเข้ากันได้ทุกเมื่อ

เมื่อต้องการปิดการปรับปรุงรายการความเข้ากันได้

  1. เปิด Internet Explorer แล้วกดแป้น Alt จากนั้นคลิก เครื่องมือ บนแถบเมนู แล้วคลิก การตั้งค่ามุมมองที่เข้ากันได้

  2. ล้างกล่องกาเครื่องหมาย ดาวน์โหลดรายการความเข้ากันได้ที่ปรับปรุงแล้วจาก Microsoft แล้วคลิก ปิด

มุมมองที่เข้ากันได้

'มุมมองที่เข้ากันได้' ช่วยให้เว็บไซต์ที่ออกแบบมาสำหรับเบราว์เซอร์รุ่นเก่าดูดียิ่งขึ้นเมื่อดูใน Internet Explorer ถ้าคุณเลือกที่จะดูเว็บไซต์ใน 'มุมมองที่เข้ากันได้' Internet Explorer จะจดจำตัวเลือกนี้และใช้ 'มุมมองที่เข้ากันได้' ในครั้งต่อไปที่คุณเยี่ยมชมไซต์ดังกล่าวเพื่อความสะดวกของคุณ คุณสามารถล้างรายการเว็บไซต์ที่คุณเลือกให้แสดงใน 'มุมมองที่เข้ากันได้' โดยใช้ 'ลบประวัติการเรียกดู' ใน Internet Explorer หรือกล่องโต้ตอบ 'การตั้งค่ามุมมองที่เข้ากันได้'

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการล้างรายการเว็บไซต์ในมุมมองที่เข้ากันได้

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก ลบประวัติการเรียกดู

  2. ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ประวัติ แล้วคลิก ลบ

เมื่อต้องการดูหรือปรับเปลี่ยนการตั้งค่ามุมมองที่เข้ากันได้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ

  1. เปิด Internet Explorer

  2. กดแป้น Alt คลิก เครื่องมือ บนแถบเมนู แล้วคลิก การตั้งค่ามุมมองที่เข้ากันได้

การควบคุมคุกกี้

คุกกี้คืออะไร

คุกกี้คือแฟ้มข้อความขนาดเล็กที่เว็บไซต์ใส่ไว้ในฮาร์ดดิสก์ของคุณ คุกกี้ถูกกำหนดให้คุณโดยเฉพาะ และมีเพียงเว็บไซต์หรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ในโดเมนที่ออกคุกกี้ให้คุณเท่านั้นที่จะสามารถอ่านคุกกี้นั้นได้ คุกกี้ไม่สามารถถูกใช้เพื่อเรียกใช้โปรแกรมหรือส่งไวรัสไปที่คอมพิวเตอร์ของคุณ

โดยทั่วไปแล้ว คุกกี้จะถูกใช้เพื่อปรับการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณให้เป็นแบบส่วนบุคคล หรือเพื่อช่วยประหยัดเวลาให้แก่คุณ ตัวอย่างเช่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้า คุกกี้จะเก็บข้อมูลรถเข็นซื้อของ เช่น รายการที่คุณเลือกในตอนนี้ รวมทั้งข้อมูลที่ติดต่อ เช่น ชื่อหรือที่อยู่อีเมลของคุณ ทั้งนี้ คุกกี้มักจะมีรหัสเฉพาะอยู่เพื่อช่วยให้เว็บไซต์สามารถติดตามผู้เยี่ยมชมแต่ละรายได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่สร้างคุกกี้นั้นว่าจะเปิดเผยให้คุณทราบหรือไม่ว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่เก็บอยู่ในคุกกี้ และมีการใช้ข้อมูลนั้นอย่างไร

การบล็อกคุกกี้

คุณสามารถยอมรับหรือปฏิเสธคุกกี้ได้ ถ้าคุณตัดสินใจที่จะบล็อกคุกกี้อย่างน้อยหนึ่งรายการ เว็บไซต์ที่ใช้คุกกี้เหล่านั้นอาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณไม่อนุญาตให้มีคุกกี้เลย คุณอาจไม่สามารถดูบางเว็บไซต์หรือใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะการกำหนดเองต่างๆ (เช่น ข่าวและสภาพอากาศในประเทศ หรือราคาหุ้น)

เมื่อต้องการบล็อกคุกกี้ทั้งหมด

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. ในแท็บ ความเป็นส่วนตัว ให้เลื่อนแถบเลื่อนขึ้นไปที่ บล็อกคุกกี้ทั้งหมด ด้วยการตั้งค่านี้ เว็บไซต์จะไม่สามารถเก็บคุกกี้ไว้ในพีซีของคุณได้

หมายเหตุ: การบล็อกคุกกี้ทั้งหมดอาจทำให้คุณไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์จำนวนมากได้ ดังนั้น ระดับความเป็นส่วนตัวของ Internet Explorer สองระดับถัดไปคือ สูง และ ปานกลางค่อนข้างสูง จึงอาจเหมาะสมกว่า นอกจากนี้ คุณยังสามารถบล็อกคุกกี้สำหรับบางไซต์โดยเฉพาะได้ด้วยการคลิก ไซต์ บนแท็บ ความเป็นส่วนตัว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ วิธีใช้ของ Internet Explorer

การเอาคุกกี้เก่าออก

คุกกี้ที่เคยบันทึกไว้ในฮาร์ดดิสก์ของคุณจะยังคงอ่านได้ เว้นแต่คุณจะเอาคุกกี้เหล่านั้นออก

เมื่อต้องการเอาคุกกี้ที่มีอยู่ออกทั้งหมด

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. บนแท็บ ทั่วไป ภายใต้ ประวัติการเรียกดู ให้คลิก ลบ

  3. ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย คุกกี้และข้อมูลเว็บไซต์

  4. ถ้าคุณต้องการเก็บคุกกี้ที่เกี่ยวข้องกับรายการโปรดที่คุณบันทึกไว้ไม่ให้ถูกเอาออก ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย รักษาข้อมูลเว็บไซต์โปรด

  5. คลิก ลบ แล้วคลิก ตกลง

ประวัติ

โฟลเดอร์ 'ประวัติ' ใน Internet Explorer มีรายการการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์และตำแหน่งเชลล์ของ Windows (หมายถึงไดรฟ์และโฟลเดอร์) ที่คุณเยี่ยมชมเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อต้องการหยุดการบันทึกประวัติ

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. ภายใต้ ประวัติการเรียกดู ให้คลิก การตั้งค่า

  3. ในแท็บ ประวัติ ให้ตั้งค่าจำนวนวันที่จะเก็บเพจในประวัติเป็น 0 แล้วคลิก ตกลง

หมายเหตุ: เมื่อต้องการปิดประวัติชั่วคราว คุณสามารถใช้ 'การเรียกดูแบบ InPrivate' คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก การเรียกดูแบบ InPrivate

โหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูง

โหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูงจะช่วยให้มีความปลอดภัยมากขึ้นใน Internet Explorer โดยจะทำให้การเรียกใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายเป็นเรื่องยากขึ้นใน Internet Explorer ตามค่าเริ่มต้น โหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูงจะถูกเปิดใช้งานสำหรับ Internet Explorer

Add-on ที่เก่ากว่าที่ได้รับการปรับปรุงให้ทำงานกับโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูงของ Internet Explorer อาจไม่ทำงานใน Internet Explorer ขณะที่เปิดโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูงไว้ เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ซึ่งใช้ Add-on ที่ไม่เข้ากับโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูง จะมีการเสนอทางเลือกให้ปิดโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูงสำหรับไซต์นั้นเพื่อให้ Add-on สามารถทำงานได้ หรือให้ละเว้นพร้อมท์เกี่ยวกับ Add-on นั้นในอนาคต Internet Explorer จะเก็บที่อยู่ของเว็บไซต์ที่คุณเลือกให้ปิดโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูงหรือให้ละเว้นพร้อมท์ในอนาคต คุณสามารถลบข้อมูลนี้เมื่อใดก็ได้โดยใช้ 'ลบประวัติการเรียกดู'

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการเปิดหรือปิดโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูง

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. ในแท็บ ขั้นสูง ภายใต้ การตั้งค่า ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการเปิดใช้งานโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูง ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย เปิดใช้งานโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูง

    • เมื่อต้องการปิดโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูง ให้ล้างกล่องกาเครื่องหมาย เปิดใช้งานโหมดที่ได้รับการป้องกันขั้นสูง

เมื่อต้องการใช้คุณลักษณะ 'ลบประวัติการเรียกดู'

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก ลบประวัติการเรียกดู

  2. ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ประวัติ แล้วคลิก ลบ

การจัดการ Add-on

คุณลักษณะ 'จัดการ Add-on' ใน Internet Explorer จะช่วยให้คุณสามารถดู เปิด และปิดรายการ Add-on ที่ Internet Explorer สามารถโหลดได้ Add-on ที่คุณจัดการได้ ได้แก่ วัตถุตัวช่วยเหลือเบราว์เซอร์, ตัวควบคุม ActiveX, โปรแกรมเสริมแถบเครื่องมือ, แถบสำรวจ, โปรแกรมเสริมเบราว์เซอร์, ผู้ให้บริการค้นหา, ส่วนช่วยดำเนินการ และการตั้งค่าการป้องกันการติดตาม

Add-on บางรายการสามารถรวบรวมข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของคุณ หรืออาจมีผลต่อความเป็นส่วนตัวของคุณได้ ถ้า Add-on ที่คุณกำลังใช้มาจากบริษัทอื่นที่ไม่ใช่ Microsoft การใช้ข้อมูลที่รวบรวมไว้จะเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของบริษัทนั้น ถ้าคุณเลือกที่จะปิด Add-on คุณอาจต้องเริ่มการทำงานของ Internet Explorer ใหม่เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงต่อ Add-on นั้นมีผล

เมื่อต้องการดูหรือปรับเปลี่ยน Add-on ในคอมพิวเตอร์ของคุณ

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ คลิก จัดการ Add-on

  2. ภายใต้ แสดง ให้คลิก Add-on ทั้งหมด แล้วเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการปิด Add-on ให้คลิกที่ Add-on นั้นแล้วคลิก ปิดใช้งาน

    • เมื่อต้องการเปิด Add-on ให้คลิกที่ Add-on นั้นแล้วคลิก เปิดใช้งาน

  3. คลิก ปิด

หมายเหตุ: การปิดใช้งาน Add-on ไม่ได้เป็นการเอา Add-on นั้นออกจากพีซีของคุณ เพียงแต่เป็นการป้องกันไม่ให้ Internet Explorer เรียกใช้โค้ดของ Add-on นั้น และไม่ได้เป็นการป้องกันไม่ให้ซอฟต์แวร์อื่นใช้ Add-on ดังกล่าว นอกจากนี้ Add-on บางรายการสามารถลบออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณได้โดยใช้ 'จัดการ Add-on'

ถ้า Add-on หนึ่งถูกปิดใช้งานหรือถูกลบ เพจของเว็บไซต์ที่ใช้งาน Add-on นั้นอาจไม่สามารถทำงานได้ตามที่ควรจะเป็น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Add-on ให้คลิกการเชื่อมโยงวิธีใช้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแถบเครื่องมือและโปรแกรมเสริม ใน 'จัดการ Add-on'

ตัวบล็อกป็อปอัพ

ตัวบล็อกป็อปอัพใน Internet Explorer ช่วยบล็อกหน้าต่างแบบผุดขึ้นที่คุณไม่ต้องการให้ปรากฏ แต่จะไม่บล็อกหน้าต่างแบบผุดขึ้นที่คุณตั้งใจเปิด ตัวบล็อกป็อปอัพจะถูกเปิดใช้ตามค่าเริ่มต้น

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการปิดตัวบล็อกป็อปอัพ

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. ในแท็บ ความเป็นส่วนตัว ภายใต้ ตัวบล็อกป็อปอัพ ให้ล้างกล่องกาเครื่องหมาย เปิดตัวบล็อกป็อปอัพ แล้วคลิก ตกลง

เมื่อต้องการเข้าถึงการตั้งค่าของตัวบล็อกป็อปอัพ

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. ในแท็บ ความเป็นส่วนตัว ภายใต้ ตัวบล็อกป็อปอัพ ให้คลิก การตั้งค่า

หมายเหตุ: ตัวบล็อกป็อปอัพไม่สามารถบล็อกหน้าต่างแบบผุดขึ้นบางหน้าต่างได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ วิธีใช้ของ Internet Explorer

มุมมองแบบเต็มหน้าจอ

Internet Explorer ช่วยให้เว็บไซต์แสดงส่วนของเนื้อหาของเว็บในโหมดเต็มหน้าจอ Internet Explorer จะแจ้งให้ทราบว่าเว็บไซต์ต้องการแสดงเนื้อหาในโหมดเต็มหน้าจอ คุณสามารถอนุญาตให้มีการแสดงผลแบบเต็มหน้าจอสำหรับการเยี่ยมชมไซต์ในปัจจุบันหรือการเยี่ยมชมไซต์ในทุกครั้งได้ นอกจากนี้ คุณยังอาจปฏิเสธสำหรับการเยี่ยมชมปัจจุบันได้อีกด้วย Internet Explorer จะเก็บที่อยู่ของเว็บไซต์ที่คุณเลือกอนุญาตให้แสดงแบบเต็มหน้าจอได้สำหรับการเยี่ยมชมทุกครั้ง คุณสามารถลบที่อยู่เหล่านี้เมื่อใดก็ได้โดยใช้ 'ลบประวัติการเรียกดู'

คุณสามารถออกจากมุมมองแบบเต็มหน้าจอบนไซต์ใดๆ ได้ด้วยการคลิกแป้น Esc แล้วเลือกแป้น Windows บนอุปกรณ์ของคุณ หรือเลือกทางลัด Windows จากแถบทางลัด

เมื่อต้องการใช้คุณลักษณะ 'ลบประวัติการเรียกดู'

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก ลบประวัติการเรียกดู

  2. ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ประวัติ แล้วคลิก ลบ

การโหลดไซต์ในเบื้องหลัง

คนส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการเรียกดูในบางไซต์ที่คล้ายคลึงกัน ตัวอย่างเช่น คนมักจะคลิกที่ผลลัพธ์แรกในหน้าผลลัพธ์การค้นหา และพวกเขามีแนวโน้มที่จะคลิกข่าวแรกที่แสดงอยู่บนเว็บไซต์ข่าว ถ้าบทความมีหลายหน้า ผู้ใช้มักจะคลิกการเชื่อมโยงที่ไปยังหน้าถัดไปของบทความนั้น

นักพัฒนาเว็บไซต์เป็นผู้ที่น่าจะมีความเข้าใจดีที่สุดว่าการเชื่อมโยงใดในไซต์ที่คุณมักจะคลิกเป็นรายการถัดไป และทำเครื่องหมายที่การเชื่อมโยงเหล่านั้น จากนั้น Internet Explorer จะโหลดเพจถัดไปในเบื้องหลัง เพื่อที่ว่าเมื่อคุณคลิกที่การเชื่อมโยงนั้น เพจถัดไปจะโหลดขึ้นมาแทบจะในทันที เมื่อ Internet Explorer โหลดเพจถัดไปในเบื้องหลัง จะมีการดาวน์โหลดทรัพยากรของเพจ ซึ่งรวมถึงแฟ้มคุกกี้ด้วย แม้ถ้าคุณไม่ได้คลิกการเชื่อมโยงที่ไปยังเพจที่ Internet Explorer โหลดไว้ในเบื้องหลัง แต่ทรัพยากรทั้งหมดที่ Internet Explorer ดาวน์โหลดในเบื้องหลังสำหรับหน้านั้นจะยังคงอยู่ในพีซีของคุณ คุณสามารถลบทรัพยากรเหล่านี้ได้ด้วยการเลือกให้ลบประวัติการเรียกดูของคุณ

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการใช้คุณลักษณะ 'ลบประวัติการเรียกดู'

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก ลบประวัติการเรียกดู

  2. ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ประวัติ แล้วคลิก ลบ

เมื่อต้องการปิดการโหลดไซต์ในเบื้องหลัง

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. บนแท็บขั้นสูง ภายใต้ การตั้งค่า ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย โหลดไซต์และเนื้อหาในเบื้องหลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

คุณลักษณะที่ช่วยควบคุมข้อมูลของคุณ

ลบประวัติการเรียกดู

เพียงคลิกครั้งเดียว คุณลักษณะ 'ลบประวัติการเรียกดู' ใน Internet Explorer จะช่วยให้คุณสามารถล้างรหัสผ่านของเว็บไซต์ที่คุณขอให้ Internet Explorer บันทึกไว้ รวมถึงรายการในโฟลเดอร์ 'ประวัติ' ของ Internet Explorer ข้อมูลเว็บฟอร์ม แฟ้มอินเทอร์เน็ตชั่วคราว คุกกี้ กลุ่มแท็บล่าสุด แฟ้มแท็บที่ซิงค์จากพีซีที่เชื่อมต่อของคุณ ตลอดจนแฟ้มและการตั้งค่าที่จัดเก็บโดย Add-on บางรายการของ Internet Explorer ซึ่งบันทึกไว้ในพีซีของคุณ นอกจากนี้ คุณยังสามารถล้างรายการดังกล่าวบางอย่างได้ทีละรายการ ตามที่ได้อธิบายไว้ในส่วน "การเอาคุกกี้เก่าออก" และ "การทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ" ของคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้ Internet Explorer จะจดจำรายการที่คุณเลือกเพื่อจะลบในกล่องโต้ตอบ 'ลบประวัติการเรียกดู' และจะลบรายการเดียวกันนี้เมื่อคุณลบประวัติการเรียกดูในครั้งต่อไปในทุกอินสแตนซ์ของ Internet Explorer

เมื่อต้องการใช้คุณลักษณะ 'ลบประวัติการเรียกดู'

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก ลบประวัติการเรียกดู

  2. ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู ให้เลือกรายการที่จะลบ (แฟ้มอินเทอร์เน็ตชั่วคราว คุกกี้ ประวัติ ประวัติการดาวน์โหลด ข้อมูลฟอร์ม รหัสผ่าน การกรอง ActiveX และข้อมูล Do Not Track)

  3. ถ้าคุณต้องการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรายการโปรดที่คุณได้บันทึกไว้ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย รักษาข้อมูลเว็บไซต์โปรด

  4. คลิก ลบ แล้วคลิก ตกลง

Do Not Track (ไม่ต้องติดตาม)

เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์จากในเบราว์เซอร์ใดๆ คุณจะแบ่งปันข้อมูลเช่น คุกกี้ ที่อยู่ IP ของคุณ และข้อมูลพีซีมาตรฐานให้กับเว็บไซต์นั้นโดยอัตโนมัติ ถ้าเว็บไซต์ดังกล่าวมีเนื้อหาที่ได้มาจากเว็บไซต์อื่น (เช่น แผนที่ โฆษณา หรือเครื่องมือวัดของเว็บอย่างเว็บบีคอนหรือสคริปต์) ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับคุณอาจถูกส่งไปยังผู้ให้บริการด้านเนื้อหานั้นโดยอัตโนมัติ วิธีการนี้อาจมีประโยชน์หลายประการ: ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการรายอื่นได้อย่างสะดวก และโฆษณาที่แสดงในเว็บไซต์ที่คุณกำลังเยี่ยมชมนั้นอาจอนุญาตให้เว็บไซต์จัดเตรียมการเข้าถึงเนื้อหาพิเศษแก่คุณได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้อาจมีผลต่อความเป็นส่วนตัวของคุณเนื่องจากผู้ให้บริการด้านเนื้อหานั้นอาจติดตามคุณไปยังเว็บไซต์ต่างๆ

เมื่อเปิดใช้งานคุณลักษณะ Do Not Track ใน Internet Explorer แล้ว Internet Explorer จะส่งการร้องขอ Do Not Track ไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมและบุคคลภายนอกที่มีเนื้อหาถูกโฮสต์อยู่ในไซต์เหล่านั้น เพื่อให้ไซต์ดังกล่าวทราบว่าคุณไม่ต้องการให้มีการติดตาม เว็บไซต์ต่างๆ อาจยังคงมีกิจกรรมที่คุณอาจมองว่าเป็นการติดตาม ถึงแม้คุณจะกำหนดลักษณะนี้ไว้แล้วก็ตาม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์ของคุณ เว็บไซต์อาจขออนุญาตจากคุณในการยกเว้นจาก Do Not Track คุณสามารถล้างเว็บไซต์ที่คุณยกเว้นเมื่อใดก็ได้

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการเปิดหรือปิดคุณลักษณะ Do Not Track

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก ปิดใช้การร้องขอ Do Not Track (ไม่ต้องติดตาม)

  2. ในกล่องโต้ตอบ Do Not Track, คลิก ปิด

เมื่อต้องการล้างรายการข้อยกเว้น Do Not Track ที่ตั้งค่าให้กับเว็บไซต์ก่อนหน้านี้

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก ลบประวัติการเรียกดู

  2. ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย การป้องกันการติดตาม, การกรอง ActiveX และ Do Not Track แล้วคลิก ลบ

การเรียกดูแบบ InPrivate

การเรียกดูแบบ InPrivate สามารถช่วยเก็บประวัติการเรียกดูของคุณให้เป็นแบบส่วนตัวได้ในพีซีที่ใช้ร่วมกัน เช่น ที่บ้าน ในร้านอินเทอร์เน็ต หรือตู้บริการคอมพิวเตอร์สาธารณะ ข้อมูลประวัติที่เก็บสะสมไว้ขณะเรียกดูเว็บในหน้าต่าง Internet Explorer ของ InPrivate เช่น แฟ้มอินเทอร์เน็ตชั่วคราว ประวัติที่อยู่เว็บ หรือคุกกี้ จะถูกเอาออกเมื่อปิดหน้าต่างนั้น สำหรับประวัติในหน้าต่างอื่นๆ ของ Internet Explorer (ที่ไม่ได้ใช้ InPrivate) จะไม่ได้รับผลกระทบ

การใช้การเรียกดูแบบ InPrivate จะป้องกันการจัดเก็บข้อมูลภายในพีซีของคุณในเรื่องต่อไปนี้

  • ไม่มีการจัดเก็บคุกกี้ใหม่

  • ไม่มีการบันทึกประวัติใหม่

  • แฟ้มอินเทอร์เน็ตชั่วคราวแฟ้มใหม่จะถูกลบหลังจากปิดหน้าต่าง 'การเรียกดูแบบ InPrivate'

  • ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลฟอร์ม

  • ไม่มีการจัดเก็บรหัสผ่านที่ใส่

  • ไม่มีการจัดเก็บที่อยู่ที่พิมพ์ลงในแถบที่อยู่

  • ไม่มีการจัดเก็บการสอบถามที่ใส่ในกล่องค้นหา

นอกจากนี้ Internet Explorer จะส่งการร้องขอ Do Not Track ไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมระหว่างเซสชันของ 'การเรียกดูแบบ InPrivate' ด้วย ทั้งนี้ การเรียกดูแบบ InPrivate ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อปกปิดข้อมูลประจำตัวของคุณต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์บนอินเทอร์เน็ต และไม่ได้ป้องกันข้อมูล เช่น ที่อยู่ IP ของคุณไม่ให้ถูกส่งไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมด้วย

เมื่อต้องการเปิดใช้งาน 'การเรียกดูแบบ InPrivate'

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก การเรียกดูแบบ InPrivate

  2. เมื่อต้องการปิด 'การเรียกดูแบบ InPrivate' ให้ปิดหน้าต่าง 'การเรียกดูแบบ InPrivate' ที่ใช้อยู่

การป้องกันการติดตาม

'การป้องกันการติดตาม' จะช่วยป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมนั้นส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการเยี่ยมชมของคุณไปยังผู้ให้บริการด้านเนื้อหารายอื่นๆ ที่โฮสต์เนื้อหาไว้บนเว็บไซต์ดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

รายการป้องกันการติดตาม

'รายการป้องกันการติดตาม' เป็นเหมือนรายการ "ไม่ต้องเรียก" สำหรับเนื้อหาที่อาจมีผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของคุณ เมื่อคุณเพิ่ม 'รายการป้องกันการติดตาม' Internet Explorer จะบล็อกเนื้อหาของบุคคลภายนอกรวมทั้งคุกกี้จากไซต์ที่อยู่ในรายการ เมื่อจำกัดการเรียกไปยังเว็บไซต์เหล่านี้ Internet Explorer ก็จะจำกัดข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณที่เว็บไซต์ของบุคคลภายนอกเหล่านี้สามารถรวบรวมได้ ในขณะเดียวกัน 'รายการป้องกันการติดตาม' ยังสามารถรวมรายการ "เรียกได้" ซึ่งอนุญาตให้เรียกไปยังบางไซต์ไว้ด้วย

คุณสามารถเพิ่ม 'รายการป้องกันการติดตาม' ได้ด้วยการค้นหาเว็บไซต์ที่มีรายการดังกล่าว แล้วคลิกการเชื่อมโยงหรือปุ่มในเพจนั้นเพื่อเพิ่มเข้าไป Microsoft จะรักษาเว็บไซต์พร้อมด้วย 'รายการป้องกันการติดตาม' ที่บุคคลหรือบริษัทขอให้เราเผยแพร่ คุณสามารถพบการเชื่อมโยงที่ไปยังรายการนี้ได้ในคุณลักษณะ 'การป้องกันการติดตาม' เมื่อคุณเพิ่ม 'รายการป้องกันการติดตาม' Internet Explorer จะดาวน์โหลดรายการและตรวจหาการปรับปรุงเป็นระยะ

เมื่อต้องการปิดหรือเอา 'รายการป้องกันการติดตาม' ออก

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ คลิก จัดการ Add-on แล้วคลิก การป้องกันการติดตาม

  2. คลิกรายการ แล้วเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการลบรายการ ให้คลิก เอาออก

    • เมื่อต้องการปิดรายการชั่วคราว ให้คลิก ปิดใช้งาน

รายการป้องกันการติดตามแบบส่วนบุคคล

คุณสามารถใช้ 'รายการป้องกันการติดตามแบบส่วนบุคคล' ซึ่งมีอยู่ใน Internet Explorer ได้เช่นกัน รายการนี้จะสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติตามข้อมูลจากไซต์ที่คุณเยี่ยมชม รวมทั้งผู้ให้บริการด้านเนื้อหารายอื่นๆ บนไซต์เหล่านั้น คุณสามารถลบข้อมูลนี้เมื่อใดก็ได้ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู

เมื่อต้องการเปิด 'รายการป้องกันการติดตามแบบส่วนบุคคล'

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก การป้องกันการติดตาม

  2. คลิก รายการแบบส่วนบุคคลของคุณ แล้วคลิก เปิดใช้งาน

    เมื่อเปิด 'การป้องกันการติดตาม' เนื้อหาบางอย่างบนเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมอาจถูกกรองออก ดังนั้นจึงไม่แสดงให้เห็น เมื่อมีการกรองเนื้อหา ไอคอน การป้องกันการติดตาม จะปรากฏในแถบที่อยู่ ถ้าเว็บไซต์ทำงานไม่ถูกต้องอันเป็นผลมาจากการเปิด 'การป้องกันการติดตาม' คุณสามารถปิดคุณลักษณะดังกล่าวเฉพาะในเว็บไซต์นั้นได้ด้วยการคลิกไอคอน การป้องกันการติดตาม ในแถบที่อยู่

    เมื่อต้องการลบข้อมูล 'การป้องกันการติดตาม'

    1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก ลบประวัติการเรียกดู

    2. ในกล่องโต้ตอบ ลบประวัติการเรียกดู ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย การป้องกันการติดตาม, การกรอง ActiveX และ Do Not Track แล้วคลิก ลบ

นโยบายความเป็นส่วนตัว P3P

Internet Explorer ให้คุณสามารถดูนโยบายความเป็นส่วนตัวแบบ P3P (มาตรฐาน Platform for Privacy Preferences) ของเว็บไซต์ และเปรียบเทียบกับการกำหนดลักษณะความเป็นส่วนตัวที่คุณตั้งค่าไว้ได้ แม้ว่าเว็บไซต์จะไม่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวแบบ P3P แต่ก็อาจมีคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งคุณสามารถดูได้

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการดูนโยบายความเป็นส่วนตัวแบบ P3P ของเว็บไซต์

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก นโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บเพจ

  2. คลิกสองครั้งที่เว็บไซต์ซึ่งเป็นเจ้าของนโยบายความเป็นส่วนตัวที่คุณต้องการดู

หลังจากตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวแบบ P3P ของเว็บไซต์แล้ว คุณสามารถระบุวิธีที่คุณต้องการให้ Internet Explorer จัดการคุกกี้จากเว็บไซต์นั้นได้ ถ้าคุณต้องการให้ Internet Explorer พิจารณาว่าจะอนุญาตให้เว็บไซต์นี้บันทึกคุกกี้ในพีซีของคุณหรือไม่ด้วยการเปรียบเทียบนโยบายความเป็นส่วนตัวกับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย เปรียบเทียบนโยบายความเป็นส่วนตัวของคุกกี้กับการตั้งค่าของฉัน ถ้าคุณต้องการให้ Internet Explorer อนุญาตให้มีการบันทึกคุกกี้จากเว็บไซต์นี้ไว้ในพีซีของคุณเสมอ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย อนุญาตให้ไซต์นี้ใช้คุกกี้ได้เสมอ ถ้าคุณไม่ต้องการให้ Internet Explorer อนุญาตให้มีการบันทึกคุกกี้จากเว็บไซต์นี้ไว้ในพีซีของคุณ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ไม่อนุญาตให้ไซต์นี้ใช้คุกกี้ได้

ถ้าคุณเปิดคุณลักษณะนี้ และคุณยังคงใช้การตั้งค่าเริ่มต้นสำหรับคุกกี้ใน Internet Explorer คุกกี้จากเว็บไซต์บริษัทภายนอกที่ไม่มีนโยบาย P3P ที่ถูกต้องจะถูกบล็อก ทั้งนี้เพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ

เมื่อต้องการเปิดการตรวจสอบ P3P แบบเข้มงวด

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. บนแท็บ 'ขั้นสูง' ภายใต้ การตั้งค่า ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย เปิดใช้การตรวจสอบ P3P แบบเข้มงวด

หมายเหตุ: แม้ว่า Internet Explorer จะสามารถแสดงนโยบายความเป็นส่วนตัวแบบ P3P ของเว็บไซต์ได้ แต่ Internet Explorer ไม่สามารถตรวจสอบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์เองหรือไม่

คุณลักษณะที่จะช่วยคุณในการเชื่อมต่อกับบริการออนไลน์

ส่วนช่วยดำเนินการ

ส่วนช่วยดำเนินการทำให้คุณสามารถใช้ผู้ให้บริการเว็บได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเน้นคำบนเว็บไซต์ คลิกขวา และเลือกส่วนช่วยดำเนินการ "แปลด้วย Bing" เพื่อรับคำแปลโดยไม่ต้องไปยังเว็บไซต์อื่น

Internet Explorer มีส่วนช่วยดำเนินการหลายรายการ รวมถึงส่วนช่วยดำเนินการด้านการค้นหา การทำแผนที่ การส่งอีเมล และการแปล ซึ่งใช้บริการเว็บของ Windows คุณสามารถเพิ่มและเอาส่วนช่วยดำเนินการออกได้โดยใช้คุณลักษณะ 'จัดการ Add-on' เมื่อคุณคลิกหรือชี้ไปที่ 'ส่วนช่วยดำเนินการ' ชื่อและที่อยู่เว็บแบบเต็มหรือ URL ของเว็บเพจปัจจุบัน รวมถึงข้อมูลพีซีมาตรฐาน และเนื้อหาที่คุณเลือก อาจถูกส่งไปยังผู้ให้บริการ ถ้าคุณใช้ส่วนช่วยดำเนินการที่ให้บริการโดย Microsoft ข้อมูลที่ส่งไปจะเป็นไปตามคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของบริการออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้ส่วนช่วยดำเนินการ "แปลด้วย Bing" คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Bing จะควบคุมการใช้ข้อมูลนั้น ถ้าคุณใช้ส่วนช่วยดำเนินการของบุคคลภายนอก การใช้ข้อมูลที่ส่งไปจะเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการรายนั้น

การค้นหาจากแถบที่อยู่

ค้นหาอัตโนมัติ

ถ้าคุณใส่ข้อความในแถบที่อยู่ใน Internet Explorer และที่อยู่นั้นไม่สามารถแปลงเป็นที่อยู่เว็บที่ถูกต้อง หรือข้อความนั้นขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายคำถาม หรือคำว่า "search" "find" หรือ "go" เมื่อนั้น Internet Explorer จะเปลี่ยนเส้นทางให้คุณไปยังผู้ให้บริการค้นหาเริ่มต้นของคุณเพื่อช่วยคุณระบุตำแหน่งไซต์ที่กำลังค้นหา การทำงานของคุณลักษณะนี้คือ Internet Explorer จะส่งที่อยู่เว็บที่ไม่ถูกต้องหรือแบบสอบถามการค้นหาที่คุณพิมพ์ไปยังผู้ให้บริการค้นหาเริ่มต้นของคุณ ซึ่งจะส่งตัวเลือกที่อยู่เว็บกลับมายังพีซีของคุณ ทั้งนี้ ข้อมูลพีซีมาตรฐานอาจถูกส่งไปยังผู้ให้บริการค้นหาเริ่มต้นของคุณด้วย ถ้า Bing เป็นผู้ให้บริการค้นหาเริ่มต้นของคุณ ข้อมูลที่ส่งจะเป็นไปตาม คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Bing ถ้าคุณใช้ผู้ให้บริการค้นหารายอื่นเป็นผู้ให้บริการเริ่มต้น ข้อมูลที่ส่งไปยังผู้ให้บริการดังกล่าวจะเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการรายนั้น

เมื่อต้องการปิดการค้นหาอัตโนมัติ

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. บนแท็บ ขั้นสูง ภายใต้ การเรียกดู ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ไม่ต้องค้นหาจากแถบที่อยู่

ข้อเสนอแนะการค้นหา

ข้อเสนอแนะการค้นหาในแถบที่อยู่ใน Internet Explorer บนเดสก์ท็อปสามารถช่วยคุณปรับปรุงการค้นหาได้ด้วยการเสนอแนะคำที่ใช้ค้นหาขณะที่คุณพิมพ์ ถ้าผู้ให้บริการค้นหาที่คุณเลือกมีความสามารถนี้ อักษรหรืออักขระแต่ละตัวที่คุณพิมพ์ลงในแถบที่อยู่จะถูกส่งไปยังผู้ให้บริการค้นหาเมื่อคุณพิมพ์ ข้อมูลพีซีมาตรฐานจะถูกส่งไปยังผู้ให้บริการค้นหาขณะที่คุณพิมพ์ด้วยเช่นกัน ถ้า Bing เป็นผู้ให้บริการค้นหาเริ่มต้นของคุณ ข้อมูลที่ส่งจะเป็นไปตาม คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Bing ถ้าคุณใช้ผู้ให้บริการค้นหารายอื่น การใช้ข้อมูลที่ส่งไปจะเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการรายนั้น ตามค่าเริ่มต้นแล้ว ข้อเสนอแนะการค้นหาจะเปิดอยู่

เมื่อต้องการปิดข้อเสนอแนะการค้นหา

  1. คลิกลูกศรที่ด้านขวาของแถบที่อยู่

  2. คลิก ปิดข้อเสนอแนะการค้นหา

Web Slice

Web Slice ช่วยให้คุณสามารถสมัครใช้งานและรับการปรับปรุงจากเว็บเพจที่เปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งได้โดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังสามารถดูการปรับปรุงดังกล่าวโดยที่ไม่ต้องโหลดทั้งเว็บไซต์ได้ด้วย ตัวอย่างเช่น คุณสามารถสมัครใช้งาน Web Slice สภาพอากาศของเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ซึ่งจะมีการปรับปรุงข้อมูลเมื่ออุณหภูมิปัจจุบันเปลี่ยนแปลง เมื่อคุณสมัครใช้งาน Web Slice หรือเนื้อหาสรุป จะเป็นการเปิดการปรับปรุงอัตโนมัติสำหรับ Web Slice และเนื้อหาสรุปทั้งหมดของคุณ ที่อยู่ IP ของคุณจะถูกส่งเป็นระยะๆ ไปยังเว็บไซต์ที่ให้บริการ Web Slice หรือเนื้อหาสรุปแต่ละรายการเพื่อตรวจหาการปรับปรุง แม้แต่เวลาที่ Internet Explorer ไม่ได้ทำงานอยู่

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการเอา Web Slice ออก

  1. บนแถบรายการโปรด ให้คลิกขวาที่ Web Slice ที่คุณต้องการเอาออก

  2. คลิก ลบ แล้วคลิก ใช่

เมื่อต้องการปิดการปรับปรุงอัตโนมัติสำหรับ Web Slice และเนื้อหาสรุป

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. ในแท็บ เนื้อหา ภายใต้ 'เนื้อหาสรุปและ Web Slice' ให้คลิก การตั้งค่า

  3. ล้างกล่องกาเครื่องหมาย ตรวจสอบเนื้อหาสรุปและ Web Slice สำหรับการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ แล้วคลิก ตกลง

คุณลักษณะที่ใช้บริการออนไลน์ของ Microsoft

การปรับรุ่นโดยอัตโนมัติ

ถ้าคุณได้รับการปรับปรุงโดยอัตโนมัติผ่าน Windows Update คุณจะได้รับการปรับปรุง Internet Explorer รวมถึงการปรับรุ่นเป็นรุ่นใหม่ด้วย การปรับปรุงนี้จะติดตั้งโดยไม่ขัดจังหวะการทำงานของคุณ ถ้าคุณต้องการเลือกว่าจะรับการปรับรุ่นเป็น Internet Explorer รุ่นใหม่ผ่าน Windows Update หรือไม่และเมื่อใด คุณก็สามารถทำเช่นนั้นได้

เมื่อต้องการปิดการปรับรุ่นอัตโนมัติ

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก เกี่ยวกับ Internet Explorer

  2. ล้างกล่องกาเครื่องหมาย ติดตั้งรุ่นใหม่โดยอัตโนมัติ แล้วคลิก ตกลง

ถ้าคุณปิดการปรับรุ่นอัตโนมัติ คุณจะยังคงได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับ Internet Explorer รุ่นใหม่ถ้าคุณเปิด Windows Update ไว้ แต่จะไม่มีการติดตั้งรุ่นใหม่นี้โดยอัตโนมัติ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Windows Update และความเป็นส่วนตัวของคุณ ให้ดูที่ คำชี้แจงเรื่องสิทธิส่วนบุคคลของบริการปรับปรุง

โครงการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า

โครงการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า (CEIP) จะรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับพีซีของคุณ รวมถึงวิธีที่คุณใช้ Internet Explorer เพื่อช่วยเราปรับปรุงคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์และบริการของเรา โดยทั่วไป รายงาน CEIP จะมีข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดค่าฮาร์ดแวร์ของคุณ รหัสเฉพาะซึ่งสร้างโดย CEIP ข้อมูลประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ (เช่น ความเร็วในการตอบสนองของซอฟต์แวร์เมื่อคุณคลิกปุ่ม) ตลอดจนการใช้โปรแกรม (เช่น คุณลักษณะที่คุณใช้บ่อยที่สุด)

Microsoft ใช้รายงาน CEIP เพื่อปรับปรุงซอฟต์แวร์และบริการของเรา เราใช้รหัสเฉพาะเพื่อจำแนกว่าคำติชมที่เราได้รับนั้นครอบคลุมเพียงใด และใช้ช่วยในการจัดลำดับความสำคัญของคำติชมดังกล่าว ตัวอย่างเช่น รหัสดังกล่าวทำให้ Microsoft สามารถแยกความแตกต่างระหว่างลูกค้ารายหนึ่งที่ประสบปัญหาหนึ่งร้อยครั้งกับลูกค้ารายอื่นๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกันนี้เพียงครั้งเดียว แต่ Microsoft จะไม่ใช้ข้อมูลที่รวบรวมโดย CEIP นี้ในการระบุตัวคุณ ติดต่อ หรือส่งโฆษณาไปถึงคุณ

Internet Explorer จะใช้การตั้งค่า CEIP ของ Windows ของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า ให้ดูที่ คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Windows 8.1

บริการตำแหน่งที่ตั้ง

บริการตำแหน่งที่ตั้งใน Internet Explorer ทำให้เว็บไซต์สามารถร้องขอตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพของคุณเพื่อปรับปรุงการให้บริการได้ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์แผนที่อาจร้องขอตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพของคุณเพื่อปรับศูนย์กลางแผนที่สำหรับคุณ

เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ใช้บริการตำแหน่งที่ตั้ง คุณสามารถเลือกว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้มีการเข้าถึงทางเว็บไซต์ไปยังข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของคุณได้ ถ้าคุณเลือกที่จะอนุญาตให้มีการเข้าถึงเว็บไซต์ Internet Explorer จะติดต่อบริการตำแหน่งที่ตั้งของ Microsoft เพื่อพยายามกำหนดตำแหน่งทางกายภาพของพีซีของคุณ บริการนี้จะใช้ที่อยู่ IP และข้อมูลของคุณจากจุดเข้าใช้งานเครือข่ายไร้สายที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง (ถ้ามี)

บริการตำแหน่งที่ตั้งของ Microsoft จะกำหนดตำแหน่งที่ตั้งโดยประมาณของพีซีของคุณตามข้อมูลที่ได้รับ และให้ข้อมูลนั้นแก่เว็บไซต์ที่ร้องขอ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ให้ไปจะรวมถึงละติจูดและลองจิจูดสำหรับพีซีของคุณด้วย แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือหรือจุดเข้าใช้งานแบบไร้สายที่มีอยู่ หรือรหัสเฉพาะใดๆ จากคอมพิวเตอร์ของคุณ

ถ้าคุณเลือกที่จะไม่อนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพของคุณทางเว็บไซต์ จะไม่มีการส่งข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งไปยังเว็บไซต์นั้น และไม่มีการส่งข้อมูลไปยังบริการตำแหน่งที่ตั้งของ Microsoft ถ้าคุณเลือกที่จะอนุญาตให้เว็บเพจสามารถเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพของคุณเพียงครั้งเดียว เว็บไซต์นั้นจะเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณได้เมื่อคุณกำลังดูเว็บเพจดังกล่าวอยู่เท่านั้น ถ้าคุณเลือกที่จะอนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพของคุณทางเว็บไซต์ได้เสมอ ทุกครั้งที่คุณเยี่ยมชมเพจใดๆ ในเว็บไซต์นั้น เว็บไซต์จะสามารถร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพของคุณได้ เว็บไซต์จะใช้ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของคุณภายใต้แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์นั้น

การเปิดบริการตำแหน่งที่ตั้ง

เมื่อได้รับการร้องขอตำแหน่งที่ตั้งจากเว็บไซต์ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • เมื่อต้องการให้ตำแหน่งที่ตั้งของคุณเพียงครั้งเดียว ให้คลิก อนุญาตให้ใช้หนึ่งครั้ง

  • เมื่อต้องการให้ตำแหน่งที่ตั้งของคุณทุกครั้งที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ ให้คลิก ตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับไซต์นี้ แล้วคลิก อนุญาตเสมอ

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการปิดบริการตำแหน่งที่ตั้ง

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. ในแท็บ ความเป็นส่วนตัว ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ไม่อนุญาตให้เว็บไซต์ร้องขอตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพของคุณ แล้วคลิก ตกลง

เมื่อต้องการล้างรายการของไซต์ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้บริการตำแหน่งที่ตั้งเสมอ

  1. เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต

  2. บนแท็บ ความเป็นส่วนตัว ภายใต้ 'ตำแหน่งที่ตั้ง' ให้คลิกปุ่ม ล้างไซต์

ตัวกรอง SmartScreen

ตัวกรอง SmartScreen ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเตือนคุณเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยซึ่งปลอมแปลงเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ (ฟิชชิ่ง) หรือมีภัยคุกคามต่อพีซีของคุณ ถ้าคุณยินยอมใช้งานตัวกรอง SmartScreen ตัวกรองจะตรวจสอบที่อยู่ของเว็บเพจที่คุณกำลังเยี่ยมชมเป็นอันดับแรก โดยนำมาเปรียบเทียบกับรายการที่อยู่เว็บเพจที่มีปริมาณการเข้าชมสูงซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในพีซีของคุณ และ Microsoft เชื่อว่าเป็นเว็บเพจที่ถูกกฎหมาย ที่อยู่ที่ไม่ได้อยู่ในรายการภายในเครื่องและที่อยู่ของแฟ้มที่คุณกำลังดาวน์โหลดจะถูกส่งไปยัง Microsoft และจะมีการตรวจสอบกับรายการเว็บเพจและการดาวน์โหลดที่มีการรายงานไปยัง Microsoft ว่าไม่ปลอดภัยและน่าสงสัย โดยรายการดังกล่าวจะได้รับการปรับปรุงอยู่เป็นประจำ คุณอาจเลือกที่จะใช้ตัวกรอง SmartScreen ด้วยตนเองเพื่อตรวจสอบไซต์แต่ละไซต์กับ Microsoft ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ถ้าคุณดาวน์โหลดหรือเรียกใช้โปรแกรมจากอินเทอร์เน็ต SmartScreen จะตรวจสอบโปรแกรมดังกล่าวกับรายการโปรแกรมที่มีการดาวน์โหลดบ่อยๆ และโปรแกรมที่ไม่ปลอดภัย เพื่อช่วยป้องกันคุณไม่ให้เรียกใช้โปรแกรมที่ไม่ปลอดภัยต่างๆ

เมื่อคุณใช้ตัวกรอง SmartScreen ในการตรวจสอบเว็บไซต์โดยอัตโนมัติหรือตรวจสอบด้วยตนเอง ที่อยู่ของเว็บไซต์ที่คุณกำลังเยี่ยมชมจะถูกส่งไปยัง Microsoft พร้อมกับข้อมูลพีซีมาตรฐานและหมายเลขรุ่นของตัวกรอง SmartScreen รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่ช่วยเราในการตรวจหาฟิชชิ่งและมัลแวร์ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ ข้อมูลที่ส่งไปยัง Microsoft จะถูกเข้ารหัสลับไว้ ข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับที่อยู่ดังกล่าว เช่น คำที่ใช้ค้นหาหรือข้อมูลที่คุณระบุในฟอร์มต่างๆ อาจถูกนำมารวมไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ค้นหาของ Microsoft.com ที่ http://search.microsoft.com และใส่คำว่า "Seattle" เป็นคำที่ใช้ค้นหา ที่อยู่แบบเต็ม http://search.microsoft.com/results.aspx?q=Seattle&qsc0=0&FORM=QBMH1&mkt=th-TH จะถูกส่งไป สตริงที่อยู่อาจมีข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ข้อมูลนี้จะมีลักษณะเหมือนกับข้อมูลอื่นๆ ที่ส่งไป นั่นคือจะไม่มีการใช้เพื่อระบุตัวคุณ ติดต่อ หรือส่งโฆษณาไปถึงคุณ นอกจากนี้ Microsoft จะกรองสตริงที่อยู่เพื่อพยายามเอาข้อมูลส่วนบุคคลออกด้วยถ้าทำได้ เมื่อคุณใช้ Internet Explorer ในการดาวน์โหลดโปรแกรม ตัวกรอง SmartScreen จะส่งข้อมูลดังกล่าวข้างต้นพร้อมด้วยข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมที่ดาวน์โหลด เช่น รหัสแฟ้ม ("แฮช") ผลลัพธ์จากเครื่องมือป้องกันไวรัสที่ติดตั้งไว้ และข้อมูลใบรับรองดิจิทัลของโปรแกรม (ถ้ามี)

นอกจากนี้จะมีการส่งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ตัวกรอง SmartScreen ของคุณไปยัง Microsoft เป็นระยะ เช่น เวลาและจำนวนเว็บไซต์ทั้งหมดที่ถูกเรียกดูตั้งแต่ที่มีการส่งที่อยู่ไปยัง Microsoft เพื่อทำการวิเคราะห์ ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับแฟ้มที่คุณดาวน์โหลดจากเว็บ เช่น ชื่อและเส้นทางของแฟ้มอาจถูกส่งไปยัง Microsoft เช่นกัน ที่อยู่เว็บไซต์บางรายการที่ส่งไปยัง Microsoft อาจถูกจัดเก็บไว้พร้อมกับข้อมูลอื่นๆ ซึ่งรวมถึงรุ่นของเว็บเบราว์เซอร์ รุ่นของระบบปฏิบัติการ รุ่นของตัวกรอง SmartScreen ภาษาของเบราว์เซอร์ เว็บเพจอ้างอิง และข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองที่เข้ากันได้ว่ามีการเปิดใช้งานสำหรับเว็บไซต์ดังกล่าวอยู่หรือไม่ นอกจากนี้ รหัสเฉพาะซึ่งสร้างโดย Internet Explorer จะถูกส่งไปด้วย รหัสเฉพาะคือหมายเลขที่สร้างขึ้นแบบสุ่มซึ่งไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ข้อมูลนี้พร้อมกับข้อมูลที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น จะถูกใช้เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพและปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการของเราเท่านั้น

ตัวกรอง SmartScreen สามารถเปิดและปิดได้จากเมนู ความปลอดภัยของ Internet Explorer ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องการเปิดใช้งานการตรวจสอบอัตโนมัติสำหรับเว็บไซต์ทั้งหมด

  • เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก เปิดตัวกรอง SmartScreen

ถ้าคุณพบเว็บไซต์ที่เชื่อว่าไม่ปลอดภัย คุณสามารถรายงานไปยัง Microsoft ได้ด้วยการคลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก รายงานเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย เมื่อคุณรายงานเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย ข้อมูลบางอย่างจะถูกส่งไปยัง Microsoft รวมถึงที่อยู่ของไซต์ที่คุณกำลังรายงานและข้อมูลการใช้ที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น

ไซต์แนะนำ

ไซต์แนะนำเป็นประสบการณ์การใช้งานออนไลน์ที่จะแนะนำเว็บไซต์ รูป หรือวิดีโอที่คุณอาจสนใจ เมื่อคุณเปิดใช้ไซต์แนะนำ ประวัติการเรียกดูเว็บของคุณจะถูกส่งไปยัง Microsoft เป็นระยะ โดยจะมีการบันทึกแล้วนำมาเปรียบเทียบกับรายการเว็บไซต์ที่ได้รับการปรับปรุงบ่อยๆ ที่คล้ายกับไซต์ที่คุณมักจะเยี่ยมชม นอกจากนี้ ไซต์แนะนำยังเปิดใช้การปรับปรุงเบื้องหลังอัตโนมัติสำหรับ Web Slice และเนื้อหาสรุป เพื่อให้คุณสามารถรับคำแนะนำล่าสุดทั้งในเพจของไซต์แนะนำและ Web Slice ของไซต์แนะนำ

คุณสามารถเลือกที่จะหยุดคุณลักษณะไซต์แนะนำชั่วคราว หรือหยุดคุณลักษณะดังกล่าวไม่ให้ส่งประวัติการเรียกดูเว็บของคุณไปยัง Microsoft ได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ คุณยังสามารถลบรายการแต่ละรายการออกจากประวัติของคุณเมื่อใดก็ได้ด้วย รายการที่ถูกลบจะไม่ถูกนำไปใช้สำหรับให้คำแนะนำเกี่ยวกับเว็บไซต์อื่นๆ แก่คุณ แต่ Microsoft จะเก็บรักษารายการเหล่านั้นไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อช่วยในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของเรา ซึ่งรวมถึงคุณลักษณะนี้ด้วย เมื่อคุณใช้ 'การเรียกดูแบบ InPrivate' ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บเพจที่คุณเยี่ยมชมจะไม่ถูกส่งไปยัง Microsoft

เมื่อเปิดใช้ไซต์แนะนำ ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บเพจที่คุณเยี่ยมชมจะถูกส่งไปยัง Microsoft พร้อมกับข้อมูลพีซีมาตรฐาน ซึ่งจะรวมถึงที่อยู่ของเว็บเพจที่คุณเยี่ยมชมและข้อมูลเกี่ยวกับรูปและวิดีโอที่อยู่ในเพจดังกล่าว เพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ ข้อมูลดังกล่าวจะได้รับการเข้ารหัสลับเมื่อส่งไปยัง Microsoft ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่เว็บดังกล่าว เช่น คำที่ใช้ค้นหาหรือข้อมูลที่คุณระบุในฟอร์มต่างๆ อาจถูกนำมารวมไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ค้นหาของ Microsoft.com ที่ http://search.microsoft.com และใส่คำว่า "Seattle" เป็นคำที่ใช้ค้นหา ที่อยู่แบบเต็ม http://search.microsoft.com/results.aspx?q=Seattle&qsc0=0&FORM=QBMH1&mkt=th-TH จะถูกส่งไป สตริงที่อยู่อาจมีข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ข้อมูลนี้จะมีลักษณะเหมือนกับข้อมูลอื่นๆ ที่ส่งไป นั่นคือจะไม่มีการใช้เพื่อระบุตัวคุณ ติดต่อ หรือส่งโฆษณาไปถึงคุณ นอกจากนี้ Microsoft จะกรองสตริงที่อยู่เพื่อพยายามเอาข้อมูลส่วนบุคคลออกด้วย

สถิติเกี่ยวกับเว็บเพจที่คุณเยี่ยมชมจะถูกส่งไปยัง Microsoft ด้วยเช่นกัน เช่น เวลาที่เยี่ยมชมเว็บเพจ เว็บเพจที่นำคุณมา และวิธีการไปยังเว็บเพจนั้น (เช่น ด้วยการคลิกการเชื่อมโยงหรือคลิกรายการโปรดของคุณ) นอกจากนี้ รหัสเฉพาะซึ่งสร้างโดย Internet Explorer จะถูกส่งไปด้วย รหัสเฉพาะ คือหมายเลขที่สร้างขึ้นแบบสุ่มที่ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ รวมอยู่ และไม่ได้ใช้ในการระบุตัวคุณ ถ้าคุณลบประวัติการเรียกดูของคุณหรือถ้าคุณปิดใช้งานไซต์แนะนำแล้วเปิดใช้งานอีกครั้ง จะมีการสร้างรหัสเฉพาะขึ้นใหม่ ทั้งนี้ เราไม่ได้เชื่อมโยงรหัสเฉพาะรายการเดิมเข้ากับรายการใหม่ ข้อมูลนี้พร้อมด้วยที่อยู่เว็บไซต์และประวัติที่ผ่านมาจะถูกใช้เพื่อทำให้ประสบการณ์การใช้งานของคุณเป็นแบบเฉพาะบุคคล ตลอดจนใช้ในการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการของเราด้วย

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการเปิดใช้งาน 'ไซต์แนะนำ'

  1. เปิด Internet Explorer

  2. คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ แฟ้ม คลิก ไซต์แนะนำ แล้วคลิก ใช่

เมื่อต้องการปิดใช้งาน 'ไซต์แนะนำ'

  1. เปิด Internet Explorer

  2. คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ แฟ้ม คลิก ไซต์แนะนำ แล้วคลิก ไม่ใช่

หมายเหตุ: การปิดไซต์แนะนำไม่ได้เป็นการล้างประวัติของคุณ และไม่ได้ปิดการปรับปรุงอัตโนมัติสำหรับเนื้อหาสรุปและ Web Slice

เมื่อต้องการลบประวัติการเรียกดูของคุณ (โดยที่ปิดหรือไม่ปิดใช้งานไซต์แนะนำไว้)

  • เปิด Internet Explorer คลิกปุ่ม เครื่องมือ ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก ลบประวัติการเรียกดู

วิธีรวบรวม ใช้งาน และจัดเก็บข้อมูลของคุณ

การรวบรวมและใช้งานข้อมูลของคุณ

ข้อมูลที่เรารวบรวมจากคุณจะมีการใช้โดย Microsoft และบริษัทสาขารวมถึงธุรกิจในเครือ เพื่อเปิดใช้งานคุณลักษณะต่างๆ ที่คุณใช้อยู่ และให้บริการหรือดำเนินการทรานแซคชันที่คุณร้องขอหรือให้การอนุญาต ข้อมูลนี้อาจถูกนำไปใช้วิเคราะห์และปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการบริการของ Microsoft ด้วย

เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องกันและเป็นแบบส่วนตัวในการติดต่อกับ Microsoft ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากบริการหนึ่งของ Microsoft อาจถูกรวมเข้ากับข้อมูลที่ได้รับจากบริการอื่นๆ ของ Microsoft ด้วย นอกจากนี้ เราอาจใช้ข้อมูลที่เรารวบรวมร่วมกับข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทอื่น ตัวอย่างเช่น เราอาจใช้บริการต่างๆ จากบริษัทอื่นที่จะช่วยให้เราสามารถดึงข้อมูลทางภูมิศาสตร์ทั่วไปจากที่อยู่ IP ของคุณเพื่อปรับบริการบางอย่างให้เหมาะกับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของคุณได้

นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในคำชี้แจงฉบับนี้ จะไม่มีการถ่ายโอนข้อมูลที่คุณให้มาไปยังบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ เราจะทำการจ้างบริษัทอื่นๆ เป็นครั้งคราวเพื่อจัดให้มีบริการแบบจำกัดในฐานะที่เป็นตัวแทนของเรา เช่น การตอบคำถามของลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ หรือการวิเคราะห์บริการของเราในเชิงสถิติ เราจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทเหล่านั้นเท่าที่จำเป็นในการให้บริการ และห้ามไม่ให้บริษัทเหล่านั้นใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์อื่น Microsoft อาจเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคุณ รวมถึงเนื้อหาในการติดต่อสื่อสารของคุณเพื่อการต่างๆ ดังนี้ (ก) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย หรือปฏิบัติตามคำขอทางกฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมาย (ข) ปกป้องสิทธิ์หรือทรัพย์สินของ Microsoft หรือลูกค้าของเรา ตลอดจนการบังคับตามข้อตกลงหรือนโยบายว่าด้วยการใช้บริการ หรือ (ค) ดำเนินการโดยเชื่ออย่างสุจริตใจว่าการเข้าถึงหรือการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลของพนักงาน Microsoft ลูกค้า หรือสาธารณชน

ข้อมูลที่รวบรวมโดยหรือส่งไปยัง Microsoft โดย Internet Explorer อาจถูกจัดเก็บและถูกประมวลผลในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นซึ่ง Microsoft หรือบริษัทในเครือ บริษัทสาขา หรือผู้ให้บริการเปิดดำเนินการอยู่ Microsoft ปฏิบัติตาม Safe Harbor Framework ที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาว่าด้วยการเก็บรวบรวม การใช้งาน และการเก็บรักษาข้อมูลจากสหภาพยุโรป เขตเศรษฐกิจยุโรป และสวิตเซอร์แลนด์

การรักษาความปลอดภัยและการจัดเก็บข้อมูลของคุณ

Microsoft มุ่งมั่นที่จะปกป้องความปลอดภัยสำหรับข้อมูลของคุณ เราใช้เทคโนโลยีและกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่หลากหลายเพื่อปกป้องข้อมูลของคุณจากการเข้าถึง การใช้งาน หรือการเปิดเผยที่ไม่ได้รับอนุญาต ตัวอย่างเช่น เราจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณให้ไว้ในระบบพีซีที่จำกัดการเข้าถึงซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่ที่มีการควบคุม

การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล

เราอาจปรับปรุงคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้เป็นครั้งคราว เมื่อมีการดำเนินการปรับปรุง เราจะปรับแก้วันที่ "ปรับปรุงครั้งล่าสุด" ที่ด้านบนสุดของคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้เป็นระยะเพื่อรับทราบถึงวิธีการที่ Microsoft ใช้ในการช่วยปกป้องข้อมูลของคุณ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ถ้าคุณมีคำถามเกี่ยวกับคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้ โปรดติดต่อเราด้วยการคลิกที่นี่

Internet Explorer Privacy, Microsoft Corporation, One Microsoft Way, Redmond, WA 98052, USA