การเชื่อมต่อจอภาพที่สองหรือโปรเจคเตอร์

จอภาพสองจอแสดงหน้าจอเริ่มในจอที่หนึ่งและแอปสองแอปเปิดอยู่ในอีกจอหนึ่ง

การมีหน้าจอที่สองสามารถช่วยให้คุณดูแอปที่เปิดอยู่หลายๆ แอปพร้อมกันได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์เพื่อให้ทุกคนในห้องสามารถเห็นหน้าจอของคุณ

คุณเชื่อมต่อจอภาพและโปรเจคเตอร์ส่วนใหญ่ด้วยสาย DVI, VGA หรือ HDMI (อุปกรณ์บางอย่างอาจสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การฉายภาพไปยังจอแสดงผลแบบไร้สายด้วย Miracast) พีซีของคุณอาจมีพอร์ตเหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งพอร์ต
พอร์ต DVI, VGA และ HDMI
พอร์ต DVI, VGA และ HDMI

หลังจากที่คุณเชื่อมต่อจอภาพหรือโปรเจคเตอร์กับพีซีของคุณ คุณจะสามารถ

  • ใช้ทั้งสี่มุมของทุกหน้าจอเพื่อเปิดหน้าจอเริ่ม ทางลัด และแอปที่ใช้ล่าสุดโดยใช้เมาส์ หรือขอบของหน้าจอสัมผัส

  • มีหน้าต่างมากกว่าหนึ่งหน้าต่างเปิดอยู่ในแต่ละหน้าจอ โดยแต่ละหน้าต่างมีแอปทำงานอยู่

  • ปรับแต่งหน้าจอให้มีแถบงานอยู่ในหนึ่งหน้าจอหรือทุกหน้าจอ และย้ายแอปไปมาระหว่างหน้าจอของคุณ

แสดงทั้งหมด

การเชื่อมต่อจอภาพกับพีซีของคุณ

คุณต่อจอภาพและโปรเจคเตอร์ส่วนใหญ่โดยใช้สายที่ตรงกับพอร์ต DVI, VGA หรือ HDMI บนพีซีที่ว่างอยู่ ถ้าพีซีของคุณมีพอร์ต DVI เพียงหนึ่งพอร์ตซึ่งกำลังใช้อยู่ ผู้ผลิตพีซีบางรายอาจมีสายจอเฉพาะซึ่งสามารถแยกสัญญาณจาก DVI หนึ่งพอร์ตไปยังจอภาพสองจอก็ได้

หมายเหตุ

  • พีซีเดสก์ท็อปต้องการการ์ดแสดงผลที่มีพอร์ต DVI, VGA หรือ HDMI สองพอร์ต

  • ถ้าจอภาพหรือโปรเจคเตอร์ของคุณมีสายที่ไม่ตรงกับพีซีของคุณ คุณสามารถใช้อะแดปเตอร์เพื่อแปลงจากชนิดหนึ่งไปยังอีกชนิดหนึ่งได้ (ตัวอย่างเช่น ช่วยต่อจอภาพแบบ DVI เข้ากับพอร์ต VGA หรือในทางกลับกัน)

เมื่อต้องการเชื่อมต่ออีกจอภาพหนึ่งกับพีซีของคุณ

  1. หาวิดีโอพอร์ตที่มีในพีซีของคุณ

  2. เสียบสายที่ตรงกันจากจอภาพที่สองกับพอร์ต

    Windows ควรจะตรวจพบจอภาพและติดตั้งให้โดยอัตโนมัติ

การเชื่อมต่อโปรเจคเตอร์กับพีซีของคุณ

สำหรับการเชื่อมต่อแบบผ่านสาย ให้เสียบสายโปรเจคเตอร์เข้ากับพอร์ต VGA, DVI หรือ HDMI ของคุณ ในกรณีส่วนใหญ่ Windows จะตรวจพบโปรเจคเตอร์และติดตั้งให้โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ คุณสามารถเชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์แบบไร้สายได้เมื่อ Windows ตรวจพบโปรเจคเตอร์ที่อยู่ใกล้เคียง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเชื่อมต่อโปรเจคเตอร์ Miracast แบบไร้สาย ให้ดูที่ การฉายภาพไปยังจอแสดงผลแบบไร้สายด้วย Miracast

เมื่อต้องการเชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์แบบไร้สาย

  1. ปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ อุปกรณ์
    (ถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมล่างขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ขึ้นด้านบน แล้วคลิก อุปกรณ์)

  2. แตะหรือคลิก แสดงผล แล้วแตะหรือคลิก เพิ่มจอแสดงผลแบบไร้สาย

  3. เลือกโปรเจคเตอร์ในรายการอุปกรณ์ที่พบ แล้วทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ

การตั้งค่าสิ่งที่จะแสดงบนหน้าจอ

หลังจากต่อจอภาพที่สองหรือเชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์แล้ว คุณสามารถเลือกตัวเลือกของหน้าจอ

  1. ปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ อุปกรณ์
    (ถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมล่างขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ขึ้นด้านบน แล้วคลิก อุปกรณ์)

  2. แตะหรือคลิก แสดงผล แล้วเลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่งต่อไปนี้

    • เฉพาะหน้าจอพีซีเท่านั้น คุณจะเห็นทุกอย่างในพีซี (เมื่อคุณเชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์แบบไร้สาย ตัวเลือกนี้จะเปลี่ยนเป็น ยกเลิกการเชื่อมต่อ)

    • ทำสำเนา คุณจะเห็นสิ่งเดียวกันในทั้งสองหน้าจอ

    • ขยาย คุณจะเห็นทุกอย่างกระจายอยู่ในทั้งสองหน้าจอ และคุณสามารถลากและย้ายรายการระหว่างหน้าจอทั้งสอง

    • เฉพาะหน้าจอที่สอง คุณจะเห็นทุกอย่างในหน้าจอที่เชื่อมต่อ อีกหน้าจอหนึ่งของคุณจะเป็นจอว่าง

การใช้แถบงานในหน้าจอทั้งหมด

หลังจากที่คุณติดตั้งจอภาพที่สองหรือโปรเจคเตอร์ตามที่ต้องการแล้ว คุณอาจต้องการให้มีแถบงานบนหน้าจอเดสก์ท็อปแต่ละหน้าจอเพื่อให้การสลับระหว่างแอปและแฟ้มทำได้ง่ายขึ้น คุณสามารถมีแถบงานอยู่บนทุกหน้าจอที่แสดงเดสก์ท็อป และเปลี่ยนปุ่มที่ปรากฏบนนั้น

ถ้าคุณใช้เมาส์ คุณสามารถนำแถบงานมาไว้บนหน้าจอเริ่มหรือภายในแอปจาก Windows Store ได้เช่นกัน ด้วยการย้ายตัวชี้เมาส์ไปที่ด้านล่างของหน้าจอ (ลองย้ายตัวชี้เมาส์ให้เลยด้านล่างของหน้าจอจนกระทั่งตัวชี้เมาส์หายไป) แถบงานจะหายไปเมื่อคุณย้ายเมาส์ไปจากด้านล่างของหน้าจอ

เมื่อต้องการให้มีแถบงานบนเดสก์ท็อป

  1. ปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ ค้นหา (หรือถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมบนขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ลง แล้วคลิก ค้นหา) จากนั้นใส่คำว่า แถบงานและการนำทาง ลงในกล่องค้นหา

  2. แตะหรือคลิก แถบงานและการนำทาง

  3. ภายใต้ จอแสดงผลหลายจอ ให้เลือก แสดงแถบงานในทุกหน้าจอ แล้วเลือกตัวเลือกที่คุณต้องการ

  4. แตะหรือคลิก ตกลง

การย้ายแอปไปยังส่วนต่างๆ บนหน้าจอของคุณ

คุณสามารถย้ายแอปไปมาระหว่างหน้าจอหรือไปยังส่วนต่างๆ บนหน้าจอของคุณ

เมื่อคุณกดแป้นโลโก้ Windows แป้นโลโก้ Windows+ลูกศรซ้าย หรือแป้นโลโก้ Windows แป้นโลโก้ Windows+ลูกศรขวา จะเป็นการย้ายแอปไปรอบๆ หน้าจอ เมื่อคุณกดแป้นโลโก้ Windows แป้นโลโก้ Windows+Shift+ลูกศรซ้าย หรือแป้นโลโก้ Windows แป้นโลโก้ Windows+Shift+ลูกศรขวา จะเป็นการย้ายแอปจากหน้าจอหนึ่งไปยังอีกหน้าจอหนึ่ง

ถ้าคุณใช้เมาส์ คุณสามารถจับแถบชื่อเรื่องแล้วย้ายแอปไปยังตำแหน่งที่คุณต้องการได้เช่นกัน เมื่อต้องการดูแถบชื่อเรื่องบนแอปใน Windows Store ให้ย้ายเมาส์ไปยังด้านบนของแอป

การควบคุมลักษณะการทำงานของเคอร์เซอร์เมื่อจอภาพหนึ่งเป็นหน้าจอสัมผัสและอีกจอหนึ่งไม่ใช่หน้าจอสัมผัส

ถ้าคุณมีจอภาพทั้งแบบหน้าจอสัมผัสและไม่ใช่หน้าจอสัมผัสเชื่อมต่ออยู่กับพีซีของคุณ คุณอาจต้องเปลี่ยนการตั้งค่าเคอร์เซอร์ของคุณ

  1. ปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ ค้นหา (หรือถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมบนขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ลง แล้วคลิก ค้นหา) ใส่คำว่า การตั้งค่าแท็บเล็ตพีซี แล้วแตะหรือคลิก การตั้งค่าแท็บเล็ตพีซี

  2. แตะหรือคลิก ตั้งค่า ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล คุณอาจได้รับข้อความให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือยืนยันตัวเลือกของคุณ

  3. ถ้าคุณได้รับทางเลือก ให้แตะ การป้อนข้อมูลด้วยการสัมผัส แล้วทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่