การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการปรับไดรฟ์ของคุณให้เหมาะสม

วิธีหนึ่งที่สามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพให้กับพีซีของคุณได้ ก็คือการปรับไดรฟ์ให้เหมาะสม Windows มีคุณลักษณะที่ช่วยปรับไดรฟ์ชนิดต่างๆ ที่พีซีของคุณใช้ในปัจจุบันให้เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าพีซีของคุณใช้ไดรฟ์ชนิดใด Windows จะเลือกการปรับให้เหมาะสมที่สุดสำหรับไดรฟ์ของคุณ

ตามค่าเริ่มต้น 'ปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุด' ซึ่งเดิมเรียกว่า 'ตัวจัดเรียงข้อมูลบนดิสก์' จะทำงานโดยอัตโนมัติตามกำหนดเวลาทุกสัปดาห์ แต่คุณสามารถปรับไดรฟ์ในพีซีของคุณให้เหมาะสมที่สุดด้วยตนเองได้เช่นกัน

แสดงทั้งหมด

เมื่อต้องการปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุดด้วยตนเอง

  1. เปิด 'ปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุด' ด้วยการปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ ค้นหา (หรือถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมบนขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ลงด้านล่าง แล้วคลิก ค้นหา) ใส่คำว่า จัดเรียงข้อมูล ลงในกล่องค้นหา จากนั้นแตะหรือคลิก จัดเรียงข้อมูลและปรับไดรฟ์ของคุณให้เหมาะสมที่สุด

  2. ภายใต้ สถานะ ให้แตะหรือคลิกไดรฟ์ที่คุณต้องการปรับให้เหมาะสมที่สุด (คอลัมน์ ชนิดของสื่อ จะบอกชนิดของไดรฟ์ที่คุณกำลังจะปรับให้เหมาะสมที่สุด)

  3. เมื่อต้องการดูว่าไดรฟ์จำเป็นต้องถูกปรับให้เหมาะสมที่สุดหรือไม่ ให้แตะหรือคลิก วิเคราะห์ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล คุณอาจได้รับข้อความให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือยืนยันตัวเลือกของคุณ

    หลังจาก Windows วิเคราะห์ไดรฟ์ของคุณเสร็จแล้ว ให้ตรวจสอบคอลัมน์ สถานะปัจจุบัน เพื่อดูว่าคุณจำเป็นต้องปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุดหรือไม่ ถ้าไดรฟ์มีข้อมูลกระจัดกระจายเกินกว่า 10% คุณควรปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุดเดี๋ยวนี้

  4. แตะหรือคลิก ปรับให้เหมาะสมที่สุด ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล คุณอาจได้รับข้อความให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือยืนยันตัวเลือกของคุณ

    การปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุดอาจใช้เวลาดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่หลายนาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของไดรฟ์และระดับของการปรับให้เหมาะสมที่สุดที่ต้องการ คุณยังสามารถใช้พีซีของคุณได้ในระหว่างกระบวนการของการปรับให้เหมาะสมที่สุด

หมายเหตุ

  • ถ้าไดรฟ์กำลังถูกใช้งานโดยโปรแกรมอื่น หรือถูกฟอร์แมตโดยใช้ระบบแฟ้มอื่นนอกเหนือจาก NTFS, FAT หรือ FAT32 แล้ว ไดรฟ์นั้นจะไม่สามารถถูกปรับให้เหมาะสมที่สุดได้

  • ไดรฟ์เครือข่ายไม่สามารถถูกปรับให้เหมาะสมที่สุดได้

  • ถ้าไดรฟ์ไม่ปรากฏใน 'ปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุด' อาจเป็นเพราะไดรฟ์มีข้อผิดพลาด พยายามซ่อมแซมไดรฟ์ก่อน จากนั้นย้อนกลับไปที่ 'ปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุด' เพื่อลองใหม่อีกครั้ง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ "เมื่อต้องการซ่อมแซมไดรฟ์" ที่ตอนท้ายของบทความนี้

เมื่อต้องการเปลี่ยนกำหนดเวลาการปรับให้เหมาะสมที่สุด

  1. เปิด 'ปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุด' ด้วยการปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ ค้นหา (หรือถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมบนขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ลงด้านล่าง แล้วคลิก ค้นหา) ใส่คำว่า จัดเรียงข้อมูล ลงในกล่องค้นหา จากนั้นแตะหรือคลิก จัดเรียงข้อมูลและปรับไดรฟ์ของคุณให้เหมาะสมที่สุด

  2. แตะหรือคลิก เปลี่ยนแปลงการตั้งค่า ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล คุณอาจได้รับข้อความให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือยืนยันตัวเลือกของคุณ

  3. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการปิดการปรับให้เหมาะสมที่สุดตามกำหนดการ ให้ล้างกล่องกาเครื่องหมาย เรียกใช้ตามกำหนดการ

    • เมื่อต้องการเปลี่ยนความถี่ของการปรับให้เหมาะสมที่สุดตามกำหนดการ ถัดจาก ความถี่ ให้แตะหรือคลิกรายการแบบหล่นลง แล้วแตะหรือคลิก ทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือ ทุกเดือน การกำหนดเวลาเริ่มต้นสำหรับการปรับให้เหมาะสมที่สุดคือทุกสัปดาห์และจะทำงานในระหว่าง 'การบำรุงรักษาอัตโนมัติ'

    • เมื่อต้องการเลือกไดรฟ์ที่คุณต้องการรวมหรือไม่รวมในการปรับให้เหมาะสมที่สุดตามกำหนดการ ถัดจาก ไดรฟ์ ให้แตะหรือคลิก เลือก เลือกหรือล้างกล่องกาเครื่องหมายที่อยู่ถัดจากไดรฟ์ แล้วแตะหรือคลิก ตกลง คุณยังสามารถล้างกล่องกาเครื่องหมาย ปรับไดรฟ์ใหม่ให้เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ถ้าคุณไม่ต้องการให้ไดรฟ์ใหม่ถูกเพิ่มลงในการปรับให้เหมาะสมที่สุดตามกำหนดการ ถ้า Windows ไม่สามารถปรับไดรฟ์ให้เหมาะสมที่สุด ก็จะไม่เสนอไดรฟ์นั้นเป็นตัวเลือกสำหรับ 'การบำรุงรักษาอัตโนมัติ'

  4. แตะหรือคลิก ตกลง

เมื่อต้องการซ่อมแซมไดรฟ์

  1. เปิดพีซีเครื่องนี้ด้วยการปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ ค้นหา (หรือถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมบนขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ลงด้านล่าง แล้วคลิก ค้นหา) ใส่คำว่า พีซีเครื่องนี้ ลงในกล่องค้นหา จากนั้นแตะหรือคลิก พีซีเครื่องนี้

  2. กดค้างหรือคลิกขวาที่ไดรฟ์ที่คุณต้องการซ่อมแซม แล้วแตะหรือคลิก คุณสมบัติ

  3. แตะหรือคลิกแท็บ เครื่องมือ จากนั้นภายใต้ การตรวจสอบข้อผิดพลาด ให้แตะหรือคลิก ตรวจสอบ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล คุณอาจได้รับข้อความให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือยืนยันตัวเลือกของคุณ

  4. ทำตามคำแนะนำ คุณอาจต้องเริ่มระบบพีซีของคุณใหม่หลังจากที่การตรวจสอบข้อผิดพลาดเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่