การปรับปรุงจาก Windows 8 เป็น Windows 8.1

Windows 8
Windows RT

Windows 8.1 และ Windows RT 8.1 สร้างขึ้นบน Windows 8 และ Windows RT เพื่อปรับปรุงในส่วนของการปรับแต่งให้เป็นแบบส่วนบุคคล, การค้นหา, แอป, Windows Store และการเชื่อมต่อ Cloud และมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถืออย่างที่คุณคาดหวังจาก Windows โปรแกรมทำงานรวดเร็วและพัฒนาให้ใช้งานได้ในอุปกรณ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์แบบสัมผัสรุ่นใหม่ๆ

หากพีซีของคุณกำลังใช้ Windows 8 หรือ Windows RT จะสามารถอัปเดตเป็น Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 ได้ฟรี และที่ต่างจากอัปเดตก่อนหน้าสำหรับ Windows ก็คือ คุณจะได้รับอัปเดตนี้จาก Windows Store

1. ก่อนที่คุณจะเริ่ม

ความต้องการของระบบ สำหรับ Windows 8.1 และ Windows RT 8.1 ใกล้เคียงกับความต้องการสำหรับ Windows 8 หากพีซีของคุณใช้ Windows 8 (หรือ Windows RT) อยู่แล้ว โดยมากแล้วคุณจะสามารถรับอัปเดตฟรี Windows 8.1 (หรือ Windows RT 8.1)

แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มต้น ต่อไปนี้คือบางประเด็นที่ควรจดจำ

  • ไฟล์ เดสก์ท็อปแอป บัญชีผู้ใช้ และการตั้งค่าของคุณจะมาพร้อมกับคุณ Windows 8.1 และ Windows RT 8.1 มาพร้อมกับแอปภายในรุ่นใหม่ และจะอัปเดตหรือแทนที่แอปภายในที่มีอยู่ แอป Windows Store ที่คุณมีอยู่จะไม่มาพร้อมกับคุณ แต่หลังจากที่การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์ คุณจะสามารถติดตั้งแอปเหล่านี้ทั้งหมดได้อีกครั้งในคราวเดียวกัน หรือติดตั้งเฉพาะแอปที่คุณต้องการ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูส่วน ยินดีต้อนรับสู่ Windows ของหน้านี้

  • เราจะตรวจสอบเดสก์ท็อปแอปและอุปกรณ์ให้แก่คุณ ภายใต้ส่วนหนึ่งของอัปเดต เราจะตรวจสอบเดสก์ท็อปแอปปัจจุบันของคุณ รวมถึงอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และแจ้งให้คุณทราบว่าคุณจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอัปเดต หรือทำให้แอปและอุปกรณ์ทำงานได้อีกครั้งภายหลังการอัปเดต โดยมากแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เพราะเดสก์ท็อปแอป อุปกรณ์ (เช่น เครื่องพิมพ์) และการเชื่อมต่อเครือข่ายจะทำงานได้ตามปกติภายหลังการอัปเดต หากคุณมีเดสก์ท็อปแอปหรืออุปกรณ์ที่คุณเป็นกังวลเป็นพิเศษ คุณสามารถตรวจสอบความเข้ากันได้ใน ศูนย์ Windows Compatibility

  • พิจารณาการใช้บัญชี Microsoft เพื่อลงชื่อเข้าใช้พีซีของคุณ หากคุณใช้บัญชี Microsoft เพื่อลงชื่อเข้าใช้ Windows 8 หรือ Windows RT อยู่แล้ว คุณจะใช้บัญชีเดียวกันนั้นเพื่อลงชื่อเข้าใช้ Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1

    หากคุณไม่ได้ใช้ เราขอแนะนำให้คุณเริ่มต้นใช้บัญชี Microsoft ใน Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 กล่าวอย่างง่ายๆ ก็คือ เปรียบเสมือนกาวที่เชื่อมโยงฟีเจอร์มากมายที่มีประโยชน์ของ Windows รุ่นใหม่ เช่น ความสามารถในการดาวน์โหลดแอปจาก Store, การซิงค์การตั้งค่าและเอกสารโดยอัตโนมัติระหว่างพีซีของคุณ, การสำรองรูปถ่ายของคุณไปยัง Cloud คุณจึงสามารถดูรูปถ่ายดังกล่าวได้จากทุกที่ และการเห็นรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมดของคุณจากบัญชีอีเมลและเครือข่ายสังคมหลายๆ บัญชีรวมกันอยู่ในแอปการเชื่อมต่อบุคคลและจดหมาย

    หากคุณมีบัญชีที่คุณใช้กับ Outlook.com, Xbox LIVE, Windows Phone หรือ Skype ก็แสดงว่าคุณมีบัญชี Microsoft อยู่แล้ว หากคุณมีอีเมลมากกว่าหนึ่งอัน เราสามารถช่วยคุณเลือก ที่อยู่อีเมลที่เหมาะกับคุณ ได้

  • คุณสามารถทำงานอย่างต่อเนื่องขณะที่กำลังติดตั้งอัปเดต เวลาที่ใช้ในการดาวน์โหลดและติดตั้งจะแตกต่างกันไป ตั้งแต่ประมาณ 30 นาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รวมถึงความเร็วและการกำหนดค่าพีซีของคุณ แต่คุณยังคงสามารถใช้พีซีของคุณได้ขณะที่กำลังติดตั้งอัปเดตในส่วนพื้นหลัง ในช่วงเวลานี้ หากคุณตัดสินใจที่จะปล่อยพีซีไว้โดยไม่มีใครเฝ้าดู ให้ตรวจสอบว่าคุณบันทึกงานและปิดแอปใดๆ ที่คุณเปิดไว้เสียก่อน เผื่อว่าพีซีของคุณจะต้องเริ่มระบบใหม่โดยอัตโนมัติระหว่างที่คุณไม่อยู่ หลังจากที่เริ่มระบบใหม่ คุณจะไม่สามารถใช้พีซีของคุณได้ครู่หนึ่ง (ตั้งแต่ประมาณ 20 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง) ขณะที่กำลังนำอัปเดตไปใช้ หลังจากที่สิ้นสุดขั้นตอนนี้ เราจะนำคุณผ่านขั้นตอนการเลือกการตั้งค่าพื้นฐานบางอย่าง จากนั้น Windows จะนำอัปเดตขั้นสุดท้ายที่จำเป็นไปใช้

2. จัดเตรียมพีซีของคุณ

มีบางสิ่งที่คุณควรทำก่อนที่จะเริ่มการติดตั้ง

  1. สำรองไฟล์ของคุณ แม้ว่าไฟล์และแอปของคุณจะมาพร้อมกับคุณเมื่อคุณอัปเดตเป็น Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 แต่ทางที่ดีคุณควรสำรองไฟล์ของคุณเสียก่อน ด้วย การตั้งค่าประวัติแฟ้ม

  2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีพื้นที่ว่างดิสก์เพียงพอ หากคุณกำลังใช้งาน Windows 8 คุณจะต้องใช้พื้นที่ว่าง 3,000 เมกะไบต์เพื่อติดตั้ง Windows 8.1 รุ่น 32 บิต และใช้พื้นที่ว่าง 3,850 เมกะไบต์เพื่อติดตั้ง Windows 8.1 รุ่น 64 บิต บนอุปกรณ์ Windows RT คุณจะต้องใช้พื้นที่ว่างดิสก์ 2,250 เมกะไบต์เพื่อติดตั้ง Windows RT 8.1 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ เคล็ดลับในการเพิ่มเนื้อที่ว่างบนไดรฟ์ในพีซีของคุณ

  3. เสียบปลั๊กแล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตของคุณ พีซีของคุณจำเป็นที่จะต้องเสียบปลั๊กตลอดกระบวนการอัปเดต เพราะหากคุณสูญเสียพลังงานก่อนที่จะเสร็จสมบูรณ์ อัปเดตอาจติดตั้งไม่เหมาะสม

  4. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทางที่ดีที่สุดคือ คุณควรจะเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องจนกว่าการอัปเดตจะเสร็จสิ้น หากคุณไม่ได้ทำเช่นนั้น คุณจะต้องเชื่อมต่ออีกครั้งเพื่อดำเนินการติดตั้งให้เสร็จสิ้นในภายหลัง และการติดตั้งจะใช้เวลานานขึ้น

  5. รับอัปเดตล่าสุดที่สำคัญและสำคัญอย่างยิ่ง มีอัปเดตบางชุดที่คุณจำเป็นต้องใช้ก่อนที่คุณจะสามารถติดตั้ง Windows 8.1 โดยมากแล้ว อัปเดตล่าสุดจะถูกติดตั้งโดยอัตโนมัติโดยใช้ Windows Update แต่หากคุณไม่ได้เปิดอัปเดตอัตโนมัติ และคุณจำเป็นต้องตรวจหาอัปเดตด้วยตนเอง หรือหากคุณต้องการตรวจสอบเพื่อดูว่าอัปเดตล่าสุดถูกติดตั้งเมื่อใด คุณจะสามารถตรวจดูได้จาก Windows Update สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ Windows Update: คำถามที่ถามบ่อย

  6. ปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสเป็นการชั่วคราว ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบางโปรแกรมอาจแทรกแซงการติดตั้ง หลังจากที่คุณติดตั้ง Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 อย่าลืมเปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสอีกครั้ง

3. รับอัปเดตฟรี

พร้อมดำเนินการแล้วหรือยัง ตอนนี้คุณสามารถดาวน์โหลดอัปเดตฟรีได้จาก Windows Store

  1. ไปที่หน้าจอเริ่ม แล้วแตะหรือคลิกไทล์ Store

    ไทล์ Store บนหน้าจอเริ่ม
    ไทล์ Store บนหน้าจอเริ่ม
  2. ใน Store แตะหรือคลิกอัปเดตสำหรับ Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 หากคุณไม่เห็นอัปเดตบนหน้าจอหลัก Store โปรดดูที่ ทำไมฉันจึงไม่พบการปรับปรุงใน Store

  3. แตะหรือคลิก ดาวน์โหลด

  4. อัปเดตจะดาวน์โหลดและติดตั้งในส่วนพื้นหลังขณะที่คุณใช้พีซีของคุณเพื่อทำสิ่งอื่นๆ โปรแกรมติดตั้งจะตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีพื้นที่ว่างบนดิสก์เพียงพอ แอปและอุปกรณ์ของคุณจะทำงานกับ Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 และคุณมีอัปเดตทั้งหมดที่จำเป็น

    ในบางกรณี โปรแกรมติดตั้งอาจพบบางสิ่งที่คุณจำเป็นต้องจัดการก่อนที่คุณจะสามารถดำเนินการติดตั้งอัปเดตต่อไป หากเป็นเช่นนั้น คุณจะเห็นข้อความที่บอกถึงสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำ

    หมายเหตุ

    • หากการติดตั้งถูกขัดจังหวะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณจะสามารถเริ่มทำการอัปเดตต่อจากจุดที่คุณทำไว้ โดยกลับไปที่ Store และดาวน์โหลดอัปเดตอีกครั้ง

4. เริ่มระบบใหม่

หลังจากที่ดาวน์โหลดอัปเดตและดำเนินการตามขั้นแรกของการติดตั้ง (ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 15 นาทีถึงสองสามชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระบบของคุณและความเร็วในการเชื่อมต่อของคุณ) คุณจะเห็นข้อความที่ระบุว่าพีซีของคุณจำเป็นต้องเริ่มการทำงานใหม่ คุณมีเวลา 15 นาทีในการทำงานให้เสร็จสิ้น บันทึกงานของคุณ และปิดแอป จากนั้นพีซีของคุณจะเริ่มการทำงานใหม่ หรือคุณอาจเริ่มระบบใหม่ด้วยตัวคุณเอง

ข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเริ่มระบบใหม่
ข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเริ่มระบบใหม่

สำคัญ

  • หากคุณจะปล่อยพีซีทิ้งไว้ก่อนที่ระบบจะพร้อมสำหรับการเริ่มทำงานใหม่ คุณควรจะบันทึกงานและปิดเดสก์ท็อปแอปใดๆ ที่คุณกำลังใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่สูญเสียข้อมูลเมื่อระบบเริ่มทำงานใหม่โดยอัตโนมัติ พีซีของคุณอาจต้องเริ่มการทำงานใหม่มากกว่าหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับว่าพีซีถูกตั้งค่าอย่างไร และจำเป็นต้องทำการอัปเดตเพิ่มเติมหรือไม่

  • การเริ่มระบบใหม่จะใช้เวลานานกว่าปกติ คือตั้งแต่ 20 นาทีถึงราวหนึ่งชั่วโมง ขณะที่อัปเดตถูกนำไปใช้ ในช่วงเวลานี้ คุณจะไม่สามารถใช้พีซีของคุณได้

5. เลือกการตั้งค่าของคุณ

การตั้งค่าแบบด่วน

คุณจะเห็นรายการการตั้งค่าที่แนะนำ ซึ่งเรียกว่าการตั้งค่าแบบด่วน เมื่อต้องการยอมรับการตั้งค่าเหล่านี้และดำเนินการต่อ แตะหรือคลิก ใช้การตั้งค่าแบบด่วน คุณสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเหล่านี้ได้ในภายหลัง หลังจากที่คุณติดตั้งเสร็จแล้ว หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าบางอย่างในตอนนี้ ให้แตะหรือคลิก กำหนดเอง

การตั้งค่าแบบด่วนที่แสดงในการติดตั้ง
การตั้งค่าแบบด่วนที่แสดงระหว่างการติดตั้ง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้แตะหรือคลิก เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่าแบบด่วน หากต้องการเรียนรู้ว่าการตั้งค่าเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของคุณอย่างไร ให้แตะหรือคลิก คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล

ลงชื่อเข้าใช้

จากนั้นระบบจะขอให้คุณลงชื่อเข้าใช้ หากคุณใช้บัญชี Microsoft เพื่อลงชื่อเข้าใช้ Windows 8 หรือ Windows RT อยู่แล้ว ระบบจะใส่ชื่อบัญชีของคุณให้โดยอัตโนมัติ หากคุณเคยใช้บัญชีภายในเครื่อง คุณจะยังคงสามารถใช้บัญชีดังกล่าวเพื่อลงชื่อเข้าใช้

ซ่อนทั้งหมด

หากคุณมีบัญชี Microsoft

  1. ป้อนที่อยู่อีเมลสำหรับบัญชี Microsoft ของคุณ และรหัสผ่านหากจำเป็น

  2. เราจะส่งรหัสความปลอดภัยไปยังที่อยู่อีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์สำรองที่คุณตั้งค่าไว้สำหรับบัญชีนี้ และคุณจะต้องป้อนรหัสดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของบัญชี วิธีนี้ช่วยให้เราปกป้องบัญชีและอุปกรณ์ของคุณเมื่อคุณเข้าถึงข้อมูลสำคัญ หากคุณยังไม่ได้ตั้งค่าข้อมูลติดต่อสำรองสำหรับบัญชี คุณจะถูกขอให้ระบุข้อมูลดังกล่าวในตอนนี้

    หมายเหตุ

    • หากคุณมีบัญชี Microsoft มากกว่าหนึ่งบัญชี คุณจะสามารถขอรับความช่วยเหลือในการค้นหาที่อยู่อีเมลที่จะใช้สำหรับบัญชี Microsoft ของคุณ

    • หากคุณลงชื่อเข้าใช้พีซีของคุณโดยใช้บัญชี Microsoft ก่อนที่คุณจะติดตั้ง Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 คุณอาจจะต้องป้อนรหัสความปลอดภัย

หากคุณมีบัญชีภายในเครื่อง

เมื่อต้องการลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีภายในเครื่อง ให้ป้อนรหัสผ่านของคุณ คุณสามารถเชื่อมต่อกับบัญชี Microsoft ในภายหลังได้ทุกเมื่อ และเราขอแนะนำให้คุณลองใช้งานดู กล่าวอย่างง่ายๆ ก็คือ บัญชี Microsoft ของคุณเปรียบเสมือนกาวที่เชื่อมโยงฟีเจอร์มากมายที่มีประโยชน์ของ Windows รุ่นใหม่เข้าด้วยกัน หากมีบัญชีดังกล่าว คุณจะสามารถรับแอปจาก Windows Store ซิงค์การตั้งค่าและเอกสารระหว่างพีซีโดยอัตโนมัติ สำรองรูปถ่ายของคุณไปยัง Cloud เพื่อให้คุณสามารถดูรูปถ่ายดังกล่าวได้จากทุกที่ และดูรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมดของคุณจากบัญชีอีเมลและเครือข่ายสังคมหลายๆ บัญชีรวมกันอยู่ในแอปการเชื่อมต่อบุคคลและจดหมาย

พื้นที่จัดเก็บข้อมูลในระบบ Cloud สำหรับ OneDrive

หากคุณตั้งค่าพีซีด้วย Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 เป็นครั้งแรก คุณจะเห็นตัวเลือกใหม่สำหรับ OneDrive

หากคุณมีพีซีที่ใช้ Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 อยู่แล้ว และคุณเลือกที่จะซิงค์การตั้งค่าบนพีซีเครื่องนั้น การตั้งค่า OneDrive ของคุณจะซิงค์จากพีซีที่คุณมีอยู่ไปยังพีซีเครื่องนี้เช่นกัน และคุณอาจไม่เห็นหน้าจอนี้

ตัวเลือก OneDrive ระหว่างการติดตั้ง
ตัวเลือก OneDrive ระหว่างการติดตั้ง

หากคุณคลิก ถัดไป บนหน้าจอนี้ พีซีของคุณจะใช้การตั้งค่าเริ่มต้นเหล่านี้สำหรับ OneDrive:

  • รูปที่คุณถ่ายด้วยพีซีเครื่องนี้ถูกบันทึกไว้ในโฟลเดอร์ม้วนฟิล์มบนพีซีเครื่องนี้ และสำเนาขนาดเล็กของรูปถ่ายแต่ละรูปถูกสำรองโดยอัตโนมัติไปยัง OneDrive ของคุณ

  • เมื่อคุณสร้างเอกสารใหม่ ตำแหน่งที่ตั้งเริ่มต้นสำหรับการบันทึกคือ OneDrive แต่คุณสามารถเลือกที่จะบันทึกเอกสารแต่ละไฟล์ไว้ภายในเครื่องหรือบนไดรฟ์อื่นได้ทุกเมื่อ

  • Windows จะบันทึกสำเนาสำรองของการตั้งค่าพีซีของคุณไปยัง OneDrive หากมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับพีซีของคุณและคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องพีซี การตั้งค่าของคุณจะถูกบันทึกไว้ใน Cloud และคุณจะสามารถถ่ายโอนการตั้งค่าไปยังพีซีเครื่องใหม่ได้ทันที

คุณสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเหล่านี้ได้ในภายหลังในการตั้งค่าพีซี หากคุณต้องการปิดการตั้งค่าทั้งหมดในตอนนี้ ให้แตะหรือคลิก ปิดการตั้งค่า OneDrive เหล่านี้ (ไม่แนะนำ)

หมายเหตุ

อัปเดตที่สมบูรณ์

เนื่องจาก Windows ได้รับการอัปเดตอยู่เสมอ จึงเป็นไปได้ว่าอัปเดตที่สำคัญจะพร้อมใช้งานนับตั้งแต่ที่ Windows 8.1 และ Windows RT 8.1 รุ่นที่สมบูรณ์ถูกนำออกจำหน่าย Windows ตรวจหาอัปเดตสำคัญเหล่านี้เมื่อคุณติดตั้ง Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 เป็นครั้งแรก และหากพบอัปเดตสำคัญ ก็จะดาวน์โหลดโดยอัตโนมัติ การดาวน์โหลดและติดตั้งอัปเดตเหล่านี้อาจใช้เวลาสองสามนาที ขึ้นอยู่กับอัปเดตที่คุณต้องการ นอกจากนี้ พีซีของคุณอาจจะต้องเริ่มระบบใหม่อีกหนึ่งหรือหลายครั้งเพื่อให้อัปเดตเสร็จสมบูรณ์

6. ขอต้อนรับคุณเข้าสู่ Windows รุ่นใหม่

หน้าจอเริ่มแบบใหม่จะปรากฏขึ้น

หน้าจอเริ่ม
หน้าจอเริ่มแบบใหม่

องค์ประกอบส่วนใหญ่จะดูคุ้นเคย แต่หากคุณต้องการดูว่ามีอะไรใหม่ รวมถึงวิธีการสำรวจส่วนต่างๆ ให้ตรวจสอบเพจหน้าจอเริ่มนี้

เดสก์ท็อปแอปของคุณจะมาพร้อมกับคุณ เมื่อคุณอัปเดตเป็น Windows 8.1 หรือ Windows RT 8.1 แต่คุณจะต้องติดตั้งแอป Windows Store ของคุณอีกครั้ง คุณสามารถดูแอป Windows Store ทั้งหมดที่คุณเป็นเจ้าของในส่วน แอปของคุณ ของ Store จากที่นี่ คุณสามารถเลือกแอปที่คุณต้องการติดตั้งบนพีซีที่อัปเดตของคุณ และติดตั้งแอปทั้งหมดในคราวเดียวกัน

การติดตั้งแอปจากหน้าแอปของคุณใน Store
การติดตั้งแอปจากหน้าแอปของคุณใน Store

การติดตั้งแอปจาก Store อีกครั้ง

  1. บนหน้าจอเริ่ม แตะหรือคลิกไทล์ Store เพื่อเปิด Windows Store

  2. แตะหรือคลิก บัญชี แล้วแตะหรือคลิก โปรแกรมของฉัน

  3. เลือกแอปทั้งหมดที่คุณต้องการติดตั้ง แล้วแตะหรือคลิกที่ ติดตั้ง

หมายเหตุ

  • นอกจากนี้ คุณยังสามารถติดตั้งแอปอีกครั้งจากหน้าจอเริ่ม ด้วยการแตะหรือคลิกไทล์

  • คุณไม่จำเป็นต้องรอให้แอปติดตั้งเสร็จสิ้น แอปจะติดตั้งอย่างต่อเนื่องในส่วนพื้นหลังขณะที่คุณทำสิ่งอื่นๆ