การตั้งค่าการเริ่มต้น Windows (ที่มีเซฟโหมด)

เมื่อใช้การตั้งค่าการเริ่มต้น Windows (ซึ่งเคยเรียกว่า "Advanced boot options") คุณจะสามารถเริ่มการทำงานของ Windows ในโหมดการแก้ไขปัญหาขั้นสูงต่างๆ เพื่อช่วยในการค้นหาและแก้ไขปัญหาในพีซี

เมื่อต้องการไปยังการตั้งค่าการเริ่มต้น Windows ใน 'การตั้งค่าพีซี'

  1. ปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ การตั้งค่า จากนั้นแตะ เปลี่ยนการตั้งค่าพีซี
    (ถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมล่างขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ขึ้น แล้วคลิก การตั้งค่า จากนั้นคลิก เปลี่ยนการตั้งค่าพีซี)

  2. ภายใต้ การตั้งค่าพีซี ให้แตะหรือคลิก การปรับปรุงและการกู้คืน แล้วแตะหรือคลิก การกู้คืน

  3. ภายใต้ การเริ่มต้นขั้นสูง ให้แตะหรือคลิก เริ่มระบบใหม่เดี๋ยวนี้

  4. เมื่อพีซีของคุณเริ่มการทำงานใหม่ บนหน้าจอ เลือกตัวเลือก ให้แตะหรือคลิก แก้ไขปัญหา

    ถ้าคุณไม่เห็นตัวเลือก การตั้งค่าการเริ่มต้น ให้แตะหรือคลิก ตัวเลือกขั้นสูง

  5. แตะหรือคลิก การตั้งค่าการเริ่มต้น

  6. แตะหรือคลิก เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่

  7. ในหน้าจอ การตั้งค่าการเริ่มต้น ให้เลือกการตั้งค่าการเริ่มต้นที่คุณต้องการ

  8. ลงชื่อเข้าใช้พีซีของคุณด้วยบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิของผู้ดูแล

เมื่อต้องการไปยังการตั้งค่าการเริ่มต้น Windows ใน Windows Recovery Environment

ถ้าคุณไม่สามารถเริ่มการทำงาน (เริ่มต้นระบบ) ของพีซี ให้ทำตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อไปยัง Windows Recovery Environment คุณจะต้องต่อแป้นพิมพ์จึงจะทำขั้นตอนดังกล่าวให้เสร็จสมบูรณ์ได้

  1. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ โดยขึ้นอยู่กับว่าคุณมีสื่อการติดตั้ง (เช่น ดีวีดีหรือ USB แฟลชไดรฟ์) หรือไม่

    • ถ้าคุณมีสื่อการติดตั้งสำหรับ Windows 8.1 ให้เริ่มการทำงาน (หรือเริ่มต้นระบบ) ของคอมพิวเตอร์จากสื่อการติดตั้ง ใส่แผ่นดีวีดีหรือ USB แฟลชไดรฟ์แล้วเริ่มระบบคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ ถ้าคุณเห็นข้อความบอกให้คุณ “Press any key to boot from DVD” (กดแป้นใดก็ได้เพื่อเริ่มต้นระบบจากดีวีดี) ให้ทำตามนั้น ถ้าคุณไม่เห็นข้อความนี้ คุณอาจต้องเปลี่ยนลำดับการเริ่มต้นระบบในการตั้งค่า BIOS ของคอมพิวเตอร์เพื่อจะได้เริ่มการทำงานจากดีวีดีหรือ USB เมื่อคุณเห็นหน้า ติดตั้ง Windows ให้แตะหรือคลิก ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่อเริ่มการทำงานของ Windows Recovery Environment

    • ถ้าคุณไม่มีสื่อการติดตั้ง ให้ใช้ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องเพื่อเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่สามครั้ง ซึ่งจะเริ่มการทำงานของ Windows Recovery Environment

  2. ใน Windows Recovery Environment บนหน้าจอ เลือกตัวเลือก ให้แตะหรือคลิก แก้ไขปัญหา

  3. แตะหรือคลิก การตั้งค่าการเริ่มต้น

    ถ้าคุณไม่เห็น การตั้งค่าการเริ่มต้น ให้แตะหรือคลิก ตัวเลือกขั้นสูง แล้วแตะหรือคลิก การตั้งค่าการเริ่มต้น

  4. แตะหรือคลิก เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ แล้วรอให้คอมพิวเตอร์เริ่มระบบใหม่

  5. บนหน้าจอ การตั้งค่าการเริ่มต้น ให้เลือกตัวเลือก

  6. ลงชื่อเข้าใช้คอมพิวเตอร์ของคุณด้วยบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิของผู้ดูแล

ตัวเลือกบางตัว เช่น เซฟโหมด จะเริ่มการทำงานของ Windows ในสถานะที่จำกัด ซึ่งทำให้มีโปรแกรมสำคัญเพียงไม่กี่โปรแกรมเท่านั้นที่ถูกเริ่มการทำงาน ตัวเลือกอื่นๆ จะเริ่มการทำงานของ Windows ด้วยคุณลักษณะขั้นสูง (โดยทั่วไปจะใช้เฉพาะผู้ดูแลระบบและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ไปที่เว็บไซต์ Microsoft TechNet สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอที

หมายเหตุ

  • ถ้าคุณใช้ BitLocker คุณจะต้องหยุดโปรแกรมดังกล่าวชั่วคราวก่อนจึงจะไปยังการตั้งค่าการเริ่มต้น Windows ได้ ถ้าคุณใช้ Windows RT 8.1 คุณอาจถูกขอให้ใส่คีย์การกู้คืนของการเข้ารหัสลับอุปกรณ์เพื่อไปยังการตั้งค่าการเริ่มต้น

แสดงทั้งหมด

เปิดใช้งานการดีบัก

เริ่ม Windows ในโหมดการแก้ไขปัญหาขั้นสูงที่มีไว้สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและผู้ดูแลระบบ

เปิดใช้งานการบันทึกการเริ่มระบบ

สร้างแฟ้ม ntbtlog.txt ที่จะแสดงรายการโปรแกรมควบคุมทั้งหมดที่ได้รับการติดตั้งในระหว่างการเริ่มต้นระบบ และเป็นแฟ้มที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาขั้นสูง

เปิดใช้งานวิดีโอความละเอียดต่ำ (640×480)

เริ่ม Windows โดยใช้โปรแกรมควบคุมการแสดงผลปัจจุบันของคุณ และใช้การตั้งค่าความละเอียดและอัตราการรีเฟรชต่ำ คุณสามารถใช้โหมดนี้เพื่อกำหนดการตั้งค่าการแสดงผลของคุณใหม่ได้

เปิดใช้งานเซฟโหมด

ถ้าคุณมีปัญหากับพีซี คุณสามารถแก้ไขปัญหาด้วยการเริ่มการทำงานของพีซีในเซฟโหมด เซฟโหมดจะเริ่มการทำงานของ Windows โดยมีชุดโปรแกรมควบคุมและบริการขั้นต่ำ ถ้าปัญหาไม่ปรากฏขึ้นอีกเมื่อคุณเริ่มการทำงานของพีซีในเซฟโหมด คุณสามารถตัดการตั้งค่าเริ่มต้นและโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์พื้นฐานรวมทั้งบริการออกจากสาเหตุที่เป็นไปได้ ตัวเลือกของเซฟโหมดมีสามแบบคือ

  • Enable Safe Mode: เริ่มการทำงานของ Windows โดยมีชุดโปรแกรมควบคุมและบริการขั้นต่ำ

  • Enable Safe Mode with Networking: เริ่มการทำงานของ Windows ในเซฟโหมดและมีโปรแกรมควบคุมเครือข่ายและบริการที่จำเป็นในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในเครือข่ายของคุณ

  • Enable Safe Mode with Command Prompt: เริ่มการทำงานของ Windows ในเซฟโหมดที่มีหน้าต่างพร้อมท์คำสั่งแทนส่วนติดต่อปกติของ Windows ตัวเลือกนี้มีไว้สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและผู้ดูแลระบบ

ถ้าไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มการทำงานของพีซีใหม่ในเซฟโหมด คุณสามารถมั่นใจได้ว่าการตั้งค่าพื้นฐาน แฟ้ม และโปรแกรมควบคุมใน Windows ไม่ได้เป็นสาเหตุของปัญหา จากนั้นให้ใช้การตัดการทำงานออกเพื่อช่วยคุณค้นหาสาเหตุของปัญหา ลองเริ่มแอปทั้งหมดในเดสก์ท็อปที่คุณใช้เป็นประจำทีละแอป (รวมถึงแอปในโฟลเดอร์เริ่มต้น) เพื่อดูว่าแอปใดที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหา ถ้าแอปใดแอปหนึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหา ให้ถอนการติดตั้งแอปนั้นหรือติดต่อผู้เผยแพร่ซอฟต์แวร์ ถ้าปัญหาเกิดขึ้นในขณะที่อยู่ในเซฟโหมด หรือคุณยังคงไม่พบปัญหา คุณสามารถลองรีเฟรชหรือรีเซ็ตพีซีของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ วิธีการรีเฟรช รีเซ็ต หรือคืนค่าพีซีของคุณ

ปิดใช้งานการบังคับใช้ลายเซ็นของโปรแกรมควบคุม

อนุญาตให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมที่มีลายเซ็นไม่ถูกต้อง

ปิดใช้งานการเปิดใช้โปรแกรมป้องกันมัลแวร์ตั้งแต่แรก

ป้องกันการเปิดใช้โปรแกรมควบคุมของการป้องกันมัลแวร์ตั้งแต่แรกจากการเริ่มต้นใช้งาน ป้องกันการอนุญาตให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมที่อาจมีมัลแวร์

ปิดใช้งานการเริ่มทำงานใหม่อัตโนมัติเมื่อระบบล้มเหลว

ป้องกันไม่ให้ Windows เริ่มการทำงานใหม่โดยอัตโนมัติถ้าข้อผิดพลาดทำให้ Windows ล้มเหลว เลือกตัวเลือกนี้ก็ต่อเมื่อ Windows ติดอยู่ในวนรอบที่ Windows ล้มเหลว พยายามที่จะเริ่มการทำงานใหม่ และล้มเหลวอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Directory Services Restore Mode

เริ่มตัวควบคุมโดเมนของ Windows ที่เรียกใช้ Active Directory เพื่อให้สามารถคืนค่าบริการไดเรกทอรีได้ ตัวเลือกนี้มีไว้สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและผู้ดูแลระบบ

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่