การแปลงแฟ้มก่อนการทำข้อมูลให้ตรงกันใน Windows Media Player: คำถามที่ถามบ่อย

ต่อไปนี้เป็นคำตอบบางส่วนสำหรับคำถามเกี่ยวกับการแปลงแฟ้มก่อนการทำข้อมูลให้ตรงกันใน Windows Media Player หากคุณไม่พบคำถามของคุณที่นี่ โปรดดู คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ Windows Media Player ออนไลน์

แสดงทั้งหมด

จำเป็นหรือไม่ที่ต้องแปลงแฟ้มก่อนที่จะทำข้อมูลให้ตรงกัน

ไม่จำเป็น การแปลงจะเกิดขึ้นเมื่ออุปกรณ์ของคุณรองรับเฉพาะแฟ้มที่ถูกแปลงให้มีระดับคุณภาพและ/หรือรูปแบบที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นในอุปกรณ์ตัวนั้นเท่านั้น การแปลงจะไม่ส่งผลต่อแฟ้มต้นฉบับ

ฉันสามารถปิดการแปลงได้หรือไม่

สามารถปิดการแปลงได้สำหรับอุปกรณ์รุ่นเก่าบางตัว แต่จะไม่สามารถปิดการแปลงได้สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ Media Transfer Protocol (MTP) เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวจะรายงานให้โปรแกรมเล่นทราบอย่างถูกต้องหากต้องมีการแปลงแฟ้ม เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะสามารถเล่นแฟ้มในอุปกรณ์ตัวนั้นได้ หากคุณมีอุปกรณ์ที่สามารถปิดการแปลงได้ ให้พึงระลึกไว้ว่าการทำเช่นนี้อาจจะทำให้อุปกรณ์นั้นไม่สามารถเล่นแฟ้มได้ หรืออาจเป็นสาเหตุให้อุปกรณ์ทำงานผิดพลาดหากคุณทำข้อมูลของแฟ้มให้ตรงกันจนเกินความสามารถของอุปกรณ์ ด้วยเหตุผลดังกล่าว คุณควรอนุญาตให้มีการแปลงแฟ้มก่อนการทำข้อมูลให้ตรงกัน หากคุณต้องการปิดการแปลงแฟ้มสำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ ให้ทำดังต่อไปนี้

  1. คลิกลูกศรใต้แท็บ ทำข้อมูลให้ตรงกัน แล้วชี้ไปยังอุปกรณ์ จากนั้น คลิก ตัวเลือกขั้นสูง

  2. กล่องโต้ตอบคุณสมบัติสำหรับอุปกรณ์ของคุณจะแสดงขึ้นมา คลิกแท็บ คุณภาพ แล้วล้างกล่องกาเครื่องหมาย แปลงเพลง รูปภาพ วิดีโอ และรายการทีวีตามที่ต้องการ

ฉันสามารถเลือกคุณภาพของแฟ้มที่จะแปลงได้หรือไม่

ได้ โดยปกติคุณควรอนุญาตให้โปรแกรมเลือกระดับคุณภาพโดยอัตโนมัติ เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของคุณสามารถเล่นแฟ้มได้ หากคุณต้องการทำข้อมูลของแฟ้มในอุปกรณ์ให้ตรงกันด้วยระดับคุณภาพที่สูงขึ้น ให้ตรวจดูเอกสารประกอบของอุปกรณ์นั้นเสียก่อนเพื่อตรวจสอบว่าอุปกรณ์นั้นรองรับคุณภาพระดับใด นอกจากนี้ โปรดสังเกตว่าหากคุณทำข้อมูลแฟ้มให้ตรงกันต่ำกว่าระดับคุณภาพที่คุณได้ระบุไว้ แฟ้มจะถูกทำข้อมูลให้ตรงกันด้วยระดับคุณภาพที่มีอยู่ (ระดับคุณภาพจะไม่เพิ่มขึ้น) เมื่อต้องการปรับระดับคุณภาพสำหรับการแปลงแฟ้ม ให้ทำดังต่อไปนี้:

  1. คลิกลูกศรใต้แท็บ ซิงค์ แล้วชี้ไปยังอุปกรณ์ จากนั้น คลิกตัวเลือกขั้นสูง

  2. กล่องโต้ตอบคุณสมบัติสำหรับอุปกรณ์ของคุณจะแสดงขึ้นมา คลิกแท็บ คุณภาพ แล้วเลือกการตั้งค่าคุณภาพที่คุณต้องการสำหรับเพลงและวิดีโอ คุณไม่สามารถระบุการตั้งค่าคุณภาพสำหรับการแปลงรูปภาพได้ อัตราบิตที่แท้จริงของแฟ้มอาจจะต่างจากอัตราบิตที่คุณเลือกเล็กน้อย

คุณยังสามารถเลือกให้โปรแกรม Player ใช้การคำนวณเพื่อเพิ่มคุณภาพของแฟ้มวิดีโอที่แปลงได้ โดยทำดังต่อไปนี้:

  1. คลิกลูกศรใต้แท็บ ซิงค์ แล้วคลิก ตัวเลือกเพิ่มเติม

  2. คลิก ขั้นสูง

  3. ในกล่องโต้ตอบตัวเลือกการแปลงแฟ้ม เลือกกล่องกาเครื่องหมาย คำนึงถึงคุณภาพมากกว่าความเร็วเมื่อทำการแปลงวิดีโอ (ใช้เวลาแปลงนานขึ้น)

มีทางใดที่จะลดเวลาในการแปลงได้บ้างหรือไม่

ได้ หากคุณตั้งค่าอุปกรณ์ของคุณให้ทำข้อมูลให้ตรงกันโดยอัตโนมัติ คุณสามารถเปิดการแปลงที่พื้นหลังได้ เมื่อทำเช่นนี้ แฟ้มใดๆที่ต้องแปลงก่อนทำข้อมูลให้ตรงกันจะถูกแปลงที่พื้นหลัง ซึ่งเป็นการลดเวลาที่ใช้ในการทำข้อมูลให้ตรงกัน ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การแปลงที่พื้นหลังจะถูกเปิดใช้สำหรับแฟ้มวิดีโอ เมื่อต้องการเปิดการแปลงแฟ้มเพลงที่พื้นหลัง ให้ทำดังต่อไปนี้

  1. คลิกลูกศรใต้แท็บ ซิงค์ แล้วคลิก ตัวเลือกเพิ่มเติม

  2. คลิก ขั้นสูง

  3. ในกล่องโต้ตอบตัวเลือกการแปลงแฟ้ม เลือกกล่องกาเครื่องหมาย อนุญาตให้แปลงแฟ้มเสียงในรูปแบบการทำงานเบื้องหลัง

หลังจากที่เปิดใช้ การแปลงที่พื้นหลังจะเริ่มขึ้นเมื่อทุกรายการดังต่อไปนี้เกิดขึ้น

  • โปรแกรม Player กำลังทำงานอยู่ และไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ (ไม่มีการขยับเมาส์หรือแป้นพิมพ์) เป็นเวลา 10 นาที

  • อุปกรณ์ของคุณไม่ได้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ (หากอุปกรณ์ถูกเชื่อมต่อไว้ โปรแกรม Player จะแปลงและทำข้อมูลของแฟ้มให้ตรงกัน)

  • คอมพิวเตอร์ของคุณเสียบปลั๊กอยู่ (แทนที่จะทำงานโดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี)

เมื่อการแปลงแฟ้มเริ่มแล้ว คุณก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์ของคุณได้อีกครั้ง โปรแกรม Player จะต้องทำงานอยู่ในขณะที่ทำการแปลงแฟ้ม แต่คุณสามารถย่อลงไปเก็บไว้ที่แถบงานWindows ได้ ขั้นตอนการแปลงจะทำงานในส่วนไม่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์ก่อนอื่น ซึ่งหมายความว่าการแปลงจะใช้ส่วนประมวลผลที่ไม่ได้ใช้งานของคอมพิวเตอร์ แต่จะไม่ส่งผลต่อการใช้คอมพิวเตอร์ของคุณ การแปลงจะหยุดเมื่อสิ่งใดสิ่่งหนึ่งต่อไปนี้เกิดขึ้น:

  • ทุกแฟ้มถูกแปลงเรียบร้อยแล้ว

  • คุณออกจากโปรแกรม Player

  • โฟลเดอร์ที่จัดเก็บแฟ้มที่แปลงมาถึงเนื้อที่ดิสก์ที่ระบุ

  • คอมพิวเตอร์สลับไปใช้้พลังงานจากแบตเตอรี (การแปลงจะดำเนินการต่อเมื่อคุณเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์อีกครั้ง)