ต่อไปนี้เป็นคำตอบสำหรับคำถามทั่วไปบางส่วนเกี่ยวกับการเล่นแฟ้มเสียงหรือวิดีโอใน Windows Media Player หากคุณไม่พบคำถามของคุณที่นี่ โปรดไปที่ Windowsคำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ Media Player ออนไลน์

แสดงทั้งหมด

ฉันควรทำอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาเสียง เช่น เสียงแหลม เสียงแตก หรือเสียงที่เร็วหรือช้าเกินไป

ถ้าปัญหาดังกล่าวมีผลกระทบกับแฟ้มส่วนใหญ่หรือทั้งหมดที่คุณเล่น (ตรงกันข้ามกับแฟ้มเฉพาะเพียงไม่กี่แฟ้ม) แสดงว่าซอฟต์แวร์โปรแกรมควบคุมสำหรับการ์ดเสียงของคุณ (หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าตัวควบคุมเสียงหรืออุปกรณ์เล่นเสียง) อาจล้าสมัย คุณสามารถตรวจสอบการปรับปรุงได้โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เปิด Windows Update โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก โปรแกรมทั้งหมด แล้วคลิก Windows Update

  2. ในบานหน้าต่างด้านซ้าย ให้คลิกตรวจหาโปรแกรมปรับปรุงแล้วรอในขณะที่ Windows กำลังค้นหาการปรับปรุงล่าสุดสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ

  3. หากพบการปรับปรุงใดๆ ให้คลิก ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุง ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

ในบางกรณี คุณอาจต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โปรแกรมควบคุมโดยตรงจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หรือผู้ผลิตการ์ดเสียงของคุณ

ฉันควรทำอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาวิดีโอ อย่างเช่น เส้นสีเขียวหรือสีชมพูปรากฏในวิดีโอ ภาพวิดีโอกะพริบหรือขาดๆ หายๆ Player ไม่ตอบสนองเมื่อเล่นวิดีโอ ฯลฯ

ถ้าปัญหาดังกล่าวมีผลกระทบกับแฟ้มวิดีโอส่วนใหญ่หรือทั้งหมดที่คุณเล่น (ตรงกันข้ามกับแฟ้มเฉพาะเพียงไม่กี่แฟ้ม) ซอฟต์แวร์โปรแกรมควบคุมสำหรับการ์ดแสดงผลของคุณ (หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การ์ดจอ การ์ดวิดีโอ การ์ดกราฟิกหรือแผงวงจรแสดงกราฟิก) อาจล้าสมัย ตรวจสอบการปรับปรุงสำหรับซอฟต์แวร์โปรแกรมควบคุมของการ์ดแสดงผลของคุณ รวมถึงการปรับปรุงสำหรับ Microsoft DirectX โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เปิด Windows Update โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก โปรแกรมทั้งหมด แล้วคลิก Windows Update

  2. ในบานหน้าต่างด้านซ้าย ให้คลิก ตรวจสอบการปรับปรุง แล้วรอในขณะที่ Windows ตรวจสอบการปรับปรุงล่าสุดสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ

  3. หากพบการปรับปรุงใดๆ ให้คลิก ติดตั้งการปรับปรุง ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

ในบางกรณี คุณอาจต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โปรแกรมควบคุมโดยตรงจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หรือผู้ผลิตการ์ดแสดงผลของคุณ

หากการปรับปรุงซอฟต์แวร์โปรแกรมควบคุมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้ลองลด (หรือปิด) การเร่งฮาร์ดแวร์ส่วนแสดงผล โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เปิด 'ความละเอียดของหน้าจอ' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก แผงควบคุม จากนั้นภายใต้ ลักษณะที่ปรากฏและการตั้งค่าส่วนบุคคล ให้คลิก ปรับความละเอียดของหน้าจอ

  2. คลิก การตั้งค่าขั้นสูง คลิกแท็บ การแก้ไขปัญหา แล้วคลิก เปลี่ยนการตั้งค่า

    โปรดทราบว่าโปรแกรมควบคุมการ์ดแสดงผลบางโปรแกรมไม่อนุญาตให้คุณเปลี่ยนการตั้งค่า

  3. เลื่อนแถบเลื่อน การเร่งฮาร์ดแวร์ ไปที่ ไม่มี เพื่อลดหรือปิดการเร่งฮาร์ดแวร์ส่วนแสดงผล

เหตุใด Player จึงแสดงการแสดงภาพประกอบเพลงแทนภาพวิดีโอ (หรือแสดงข้อความแสดงข้อผิดพลาด) เมื่อฉันเล่นแฟ้ม .avi, .mpg, .mpeg หรือแฟ้มวิดีโออื่นๆ

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอซึ่งจำเป็นต้องใช้เพื่อถอดรหัสและแสดงผลวิดีโอ อาจไม่ได้รับการติดตั้งอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังพยายามที่จะเล่นแฟ้มซึ่งถูกเข้ารหัสไว้โดยใช้ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ DivX และคุณไม่ได้ติดตั้งตัวแปลงสัญญาณไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณอาจจะได้ยินส่วนของเสียงในแฟ้ม แต่จะไม่เห็นวิดีโอ

ในทำนองเดียวกัน หากคุณกำลังพยายามที่จะเล่นแฟ้มซึ่งถูกเข้ารหัสไว้โดยใช้ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ MPEG-2 และคุณไม่ได้ติดตั้งตัวถอดรหัส MPEG-2 ที่เข้ากันได้ (หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าตัวถอดรหัสดีวีดี) ไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณอาจเห็นข้อความแสดงข้อผิดพลาดหรือพบปัญหาในการเล่นอื่นๆ

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหาและการดาวน์โหลดตัวแปลงสัญญาณ ให้ดูที่ ตัวแปลงสัญญาณ: คำถามที่ถามบ่อย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งตัวถอดรหัส MPEG-2 บนคอมพิวเตอร์ของคุณ โปรดไปที่ เว็บเพจปลั๊กอินตัวถอดรหัสดีวีดี

เหตุใดฉันจึงไม่สามารถเล่น เขียนหรือซิงค์แฟ้มที่ได้รับการป้องกันที่ฉันดาวน์โหลดจากร้านค้าออนไลน์ได้

มีสาเหตุทั่วไปอยู่หลายประการที่คุณไม่สามารถเล่น เขียนหรือซิงค์แฟ้มที่ได้รับการป้องกันที่คุณดาวน์โหลดจากร้านค้าออนไลน์

  • คุณคัดลอกแฟ้มที่ได้รับการป้องกันจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง และร้านค้าออนไลน์ไม่ได้ออกสิทธิ์ในการใช้งานสื่อใหม่ (ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าใบอนุญาตให้ใช้งาน) สำหรับคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองให้กับคุณ

    ในบางกรณี คุณอาจแก้ไขปัญหาได้โดยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ลงชื่อเข้าใช้ร้านค้าออนไลน์ แล้วพยายามเล่นแฟ้มดังกล่าวใหม่ ในกรณีอื่น คุณอาจต้องดาวน์โหลดแฟ้มดังกล่าวจากร้านค้าออนไลน์ใหม่อีกครั้ง ไปที่เว็บไซต์ของร้านค้าออนไลน์ และเพิ่มคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองลงในบัญชีของคุณ หรือติดต่อร้านค้าออนไลน์เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม

  • สิทธิ์การใช้งานสื่อที่ร้านค้าออนไลน์ออกให้แก่คุณอาจจำกัดวิธีในการใช้แฟ้มของคุณ

    ตัวอย่างเช่น ชนิดบัญชีของร้านค้าออนไลน์ของคุณอาจอนุญาตให้คุณเล่นแฟ้ม แต่ไม่อนุญาตให้เขียนแฟ้มเหล่านั้นลงในซีดีเพลง ถ้าเป็นกรณีนี้ คุณอาจจะเขียนแฟ้มดังกล่าวลงในซีดีเพลงได้ หากคุณซื้อแฟ้มดังกล่าวจากร้านค้าออนไลน์ (ตรงกันข้ามกับ "การเช่า" แฟ้มในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของบัญชีการสมัครสมาชิกรายเดือน)

  • คอมโพเนนต์ระบบจัดการลิขสิทธิ์ดิจิทัล (DRM) บนคอมพิวเตอร์ของคุณล้าสมัยหรือเสียหาย

    ในบางกรณี คุณสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต พยายามเล่นแฟ้มที่ได้รับการป้องกัน แล้วยอมรับพร้อมท์ใดๆ ที่ปรากฏเพื่อปรับปรุงคอมโพเนนต์ DRM ของคุณ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับแฟ้มที่ได้รับการป้องกัน โปรดดูที่ Windows Media Player DRM คำถามที่ถามบ่อย

ฉันจะดูจำนวนเพลงและจำนวนเวลาทั้งหมดที่จะต้องใช้ในการเล่นเพลงภายในรายการที่เลือกได้อย่างไร

วิธีแสดงจำนวนรายการและเวลาเล่นทั้งหมดสำหรับกลุ่มของแฟ้มมีอยู่สองวิธี

  • เมื่อต้องการดูจำนวนรายการและเวลาเล่นทั้งหมดสำหรับเพลงทั้งหมดหรือบางเพลงในไลบรารีของคุณ ให้เลือกเพลงในไลบรารีที่คุณต้องการฟัง เมื่อต้องการเลือกหลายรายการติดกัน ให้กด SHIFT ค้างไว้ในขณะเลือก เมื่อต้องการเลือกรายการที่ไม่ติดกัน ให้กด CTRL ค้างไว้ในขณะเลือก เมื่อต้องการเลือกรายการทั้งหมด ให้กด CTRL+A)

    จำนวนเพลงทั้งหมดที่เลือกและเวลาที่เล่นรวมกันทั้งหมดจะปรากฏขึ้นแบบย่อๆ ที่ด้านขวาของแถบปรับ ระดับเสียงรูปภาพของแถบเลื่อนระดับเสียง
  • เมื่อต้องการดูจำนวนรายการและเวลาเล่นทั้งหมดสำหรับรายการที่จะเล่นบางรายการ ให้สร้างรายการที่จะเล่น ในบานหน้าต่างรายการ โดยลากเพลงจากไลบรารีไปที่บานหน้าต่างรายการ หรือเปิดรายการที่จะเล่นที่มีอยู่โดยคลิก รายการที่จะเล่น ในบานหน้าต่างนำทาง คลิกขวาที่รายการที่จะเล่นที่คุณต้องการเล่น แล้วคลิก แก้ไขในบานหน้าต่างรายการ

    เมื่อรายการที่จะเล่นปรากฏขึ้นในบานหน้าต่างรายการ จำนวนรายการที่อยู่ในนั้นและเวลาเล่นทั้งหมดจะปรากฏในส่วนด้านบนของบานหน้าต่างรายการ (ในบริเวณที่รูปหน้าปกอัลบั้มปรากฏ) ถ้าเพลงกำลังเล่นอยู่ คุณอาจต้องคลิกปุ่ม หยุด ก่อนเวลาเล่น และจำนวนรายการจึงจะปรากฏขึ้น

ฉันไม่สามารถทำให้การต่อเพลงทำงานได้ ฉันควรทำอย่างไร

หากการต่อเพลงไม่ทำงาน ให้ลองปฏิบัติดังนี้

  • แน่ใจว่าคุณกำลังเล่นแฟ้ม Windows Media Audio (WMA) หรือ MP3 ซึ่งจัดเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ของคุณหรือบนซีดีข้อมูล ไม่ใช่เล่นเพลงโดยตรงจากซีดีเพลง การต่อเพลงไม่สามารถใช้ได้กับซีดีเพลง

  • ให้ทดสอบการต่อเพลงกับเพลงที่ถูกริพในเวลาเดียวกัน การต่อเพลงอาจไม่ทำงาน หากแฟ้มมีอัตราการสุ่มตัวอย่างหรือความลึกของบิตที่ต่างกัน จำนวนช่องสัญญาณเสียงที่ต่างกัน หรือหากแฟ้มใดก็ตามมีสตรีมชนิดอื่นนอกเหนือจากเสียง (เช่น วิดีโอ สคริปต์ หรือ HTML)

  • ตรวจสอบว่าคุณกำลังเล่นแฟ้มที่ถูกริพโดยใช้การตั้งค่าการป้องกันการคัดลอกที่เหมือนกันหรือไม่ หากต้องการให้การต่อเพลงทำงาน แฟ้มที่คุณกำลังเล่นจะต้องเปิดการป้องกันการคัดลอกทั้งหมดไว้ หรือปิดการป้องกันการคัดลอกทั้งหมดไว้

  • ให้ทดสอบเพลงที่มีระดับเสียงดังกำลังพอดีในตอนต้นและท้ายเพลง เนื่องจากการต่อเพลงจะลดระดับเสียงลงระหว่างสองส่วนนี้

  • เลื่อนตัวเลื่อนส่วนที่เหลื่อมกันไปไว้ที่ด้านขวาสุด (สำหรับจำนวนส่วนที่เหลื่อมกันสูงสุด) เพื่อให้ได้ยินเสียงส่วนที่เหลื่อมกันของเพลงต่างๆ

เมื่อฉันคลิกการเชื่อมโยงไปที่แฟ้มเสียงหรือวิดีโอบนเว็บเพจ แฟ้มดังกล่าวไม่เล่น หากฉันไม่คลิกขวาที่การเชื่อมโยง คลิก บันทึกเป้าหมายเป็น แล้วบันทึกแฟ้มลงบนเดสก์ท็อปของฉัน ฉันสามารถหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้อย่างไร

หากคุณได้รับการพร้อมท์ให้บันทึกแฟ้มเป้าหมาย Windows Media Player อาจไม่ได้ถูกกำหนดค่าให้เล่นชนิดแฟ้มที่เฉพาะเจาะจงนั้นๆ โดยอัตโนมัติ (เช่น .mp3 หรือ .m3u)

คุณอาจแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการเปลี่ยนการตั้งค่าโปรแกรมเริ่มต้นของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูคำถามในหัวข้อเกี่ยวกับการทำให้Windows Media Player เป็นโปรแกรมเล่นเริ่มต้นสำหรับชนิดแฟ้ม

ฉันจะทำให้ Windows Media Player เป็นโปรแกรมเล่นเริ่มต้นสำหรับชนิดแฟ้มได้อย่างไร

คุณสามารถทำให้ Windows Media Player เป็นโปรแกรมเล่นเริ่มต้นสำหรับชนิดแฟ้มหลายชนิด (รูปแบบ) คุณต้องเข้าสู่ระบบเป็นผู้ดูแลหรือสมาชิกของกลุ่มผู้ดูแล เพื่อเปลี่ยนแฟ้มที่โปรแกรมเล่นจะเล่นโดยอัตโนมัติ

  1. เปิด 'โปรแกรมเริ่มต้น' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'แล้วคลิก โปรแกรมเริ่มต้น

  2. คลิก ตั้งค่าโปรแกรมเริ่มต้นของคุณ

  3. ในรายการ โปรแกรม คลิก Windows Media Player แล้วคลิก เลือกค่าเริ่มต้นสำหรับโปรแกรมนี้

  4. เลือกกล่องกาเครื่องหมายที่อยู่ถัดจากชนิดแฟ้มที่คุณต้องการให้ Windows Media Player เล่นโดยค่าเริ่มต้น

    ถ้าคุณไม่ต้องการให้ Windows Media Player เล่นชนิดแฟ้มที่เฉพาะเจาะจงโดยค่าเริ่มต้น ให้กลับไปที่ 'ตั้งค่าโปรแกรมเริ่มต้นของคุณ' และเลือกโปรแกรมอื่นให้เป็นโปรแกรมเล่นเริ่มต้นสำหรับแฟ้มชนิดนั้นๆ

    โปรดทราบว่า Player อาจไม่สามารถเล่นแฟ้มได้ ถึงแม้ว่าคุณเลือกชนิดแฟ้มนั้นก็ตาม ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้หากแฟ้มนั้นใช้ตัวแปลงสัญญาณ ซึ่งไม่ได้ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหาและการดาวน์โหลดตัวแปลงสัญญาณ โปรดดู ตัวแปลงสัญญาณ: คำถามที่ถามบ่อย

    และโปรดทราบเพิ่มเติมว่า Windows Media Player ไม่สามารถถูกตั้งค่าให้เป็นโปรแกรมเล่นเริ่มต้นสำหรับแฟ้มทุกชนิดที่ Windows Media Player สามารถเล่นได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดแฟ้มทั้งหมดที่ Player สนับสนุน ให้ไปที่ เว็บเพจรูปแบบแฟ้มมัลติมีเดียของ Media PlayerWindows

เหตุใดจึงเกิดข้อผิดพลาดในขณะที่ฉันพยายามเล่นกระแสข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์บางตัว

กรณีเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน

  • คุณหรือเซิร์ฟเวอร์อาจประสบปัญหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเครือข่ายชั่วคราว

  • ถ้าคุณกำลังใช้คอมพิวเตอร์ในที่ทำงาน ผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณอาจบล็อกกระแสข้อมูลบางชนิด

  • Windows Media Player อาจไม่ได้รับการกำหนดค่าอย่างถูกต้อง

    สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดค่า Player สำหรับการส่งกระแสข้อมูล โปรดดูที่ โพรโทคอลที่ Windows Media Player ใช้สำหรับการส่งกระแสข้อมูลคือโพรโทคอลใด

  • เซิร์ฟเวอร์อาจไม่ได้รับการกำหนดค่าอย่างถูกต้อง

    ตัวอย่างเช่น หากเซิร์ฟเวอร์กำลังเรียกใช้งาน Windows Media Services 4.1 หรือที่เก่ากว่า โพรโทคอลควบคุมเซิร์ฟเวอร์ Windows Media Services อาจไม่ได้รับการกำหนดค่าอย่างถูกต้องสำหรับการส่งกระแสข้อมูลไปยัง Windows Media Player 11 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ Windowsคำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ Media Services ออนไลน์

เหตุใด Windows Media Player มักไม่ตอบสนองหรือปิดโดยไม่คาดคิด

Windows Media Player จะโต้ตอบกับคอมโพเนนต์ระบบจำนวนมาก รวมถึงโปรแกรมควบคุมฮาร์ดแวร์ ตัวแปลงสัญญาณเสียงและวิดีโอ และตัวกรอง DirectShow เป็นไปได้ว่า Player ประสบปัญหาเนื่องจากคอมโพเนนต์ที่บกพร่องหรือเข้ากันไม่ได้ที่มาจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์รายอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Microsoft

เราขอแนะนำให้คุณใช้ความระมัดระวังในการติดตั้งตัวแปลงสัญญาณที่ไม่อยู่ในรายการบน WMPlugins.com หรือ Microsoft.com เช่น ชุดตัวแปลงสัญญาณบางชุดที่ไม่เสียค่าบริการที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ตซึ่งอ้างว่ารวมตัวแปลงสัญญาณจากบริษัทหรือองค์กรต่างๆ อย่างกว้างขวาง เป็นที่ทราบกันดีว่าในบางคอมโพเนนต์ของชุดตัวแปลงสัญญาณเหล่านี้มีความเข้ากันไม่ได้ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาการเล่นที่ร้ายแรงใน Windows Media Player และโปรแกรมมัลติมีเดียอื่นๆ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของระบบ และและทำให้ยากสำหรับฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft ที่จะวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการเล่น

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราไม่สนับสนุนให้คุณติดตั้งชุดตัวแปลงสัญญาณเหล่านี้ และขอแนะนำให้คุณเอาตัวแปลงสัญญาณเหล่านี้ออก หากคุณติดตั้งไปแล้วและกำลังมีปัญหากับ Player เราขอแนะนำให้คุณติดตั้งเฉพาะตัวแปลงสัญญาณ ตัวกรอง หรือปลั๊กอินจากแหล่งที่ได้รับอนุญาตหรือไว้ใจได้ เช่น เว็บไซต์ของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ จากนั้น เราขอแนะนำให้คุณใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากมีผู้จำหน่ายตัวแปลงสัญญาณหลายรายที่เสนอบริการสนับสนุนขั้นต่ำให้กับลูกค้า

เรายังแนะนำให้คุณตั้งค่าจุดคืนค่าในระบบก่อนที่จะติดตั้งคอมโพเนนต์สื่อดิจิทัลใดๆ การตั้งค่านี้จะทำให้คุณสามารถกลับไปยังการกำหนดค่าระบบแบบเดิมได้ ถ้าจำเป็น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่าจุดคืนค่า โปรดดูที่ การคืนค่าระบบคืออะไร

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวแปลงสัญญาณ โปรดดูที่ ตัวแปลงสัญญาณ คำถามที่ถามบ่อย

ฉันจะป้องกันไม่ให้วิดีโอเล่นในโหมดเต็มหน้าจอโดยอัตโนมัติได้อย่างไร

โดยปรกติ Windows Media Player จะเล่นวิดีโอในโหมดเต็มหน้าจอต่อเมื่อคุณคลิกปุ่ม ดูแบบเต็มหน้าจอรูปภาพของปุ่ม 'ดูแบบเต็มหน้าจอ' หรือกด ALT+ENTER เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี วิดีโออาจเล่นในโหมดเต็มหน้าจอโดยอัตโนมัติ

ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นถ้าคุณกำลังใช้จอภาพหลายจอ และการ์ดแสดงผลของคุณ (หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การ์ดจอ การ์ดวิดีโอ การ์ดกราฟิกหรือแผงวงจรแสดงกราฟิก) ถูกกำหนดค่าให้ใช้โหมดโคลน (โหมดหลายจอภาพที่แสดงรูปภาพเดียวกันบนจอภาพตั้งแต่สองจอขึ้นไป) คุณสามารถแก้ไขปัญหาการเล่นเต็มหน้าจอโดยปิดโหมดโคลนสำหรับจอภาพตั้งแต่หนึ่งจอขึ้นไป

ในบางกรณี ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้ถ้าการ์ดแสดงผลของคุณถูกกำหนดค่าให้ใช้โหมดขยาย (โหมดที่อนุญาตให้คุณขยายส่วนของหน้าจอได้) คุณสามารถแก้ไขปัญหาการเล่นเต็มหน้าจอได้โดยการปิดโหมดขยาย

ขั้นตอนที่กำหนดในการปิดโหมดโคลนหรือโหมดขยายจะแตกต่างกันไปตามแบบของการ์ดแสดงผลและรุ่นของโปรแกรมควบคุมการ์ดแสดงผล ปฏิบัติตามคำแนะนำทั่วไป สำหรับคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการกำหนดค่าฮาร์ดแวร์เฉพาะของคุณ ให้ไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หรือการ์ดแสดงผลของคุณ

  1. เปิด 'ความละเอียดของหน้าจอ' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก แผงควบคุม จากนั้นภายใต้ ลักษณะที่ปรากฏและการตั้งค่าส่วนบุคคล ให้คลิก ปรับความละเอียดของหน้าจอ

  2. คลิก การตั้งค่าขั้นสูง ค้นหาการตั้งค่าโหมดโคลนหรือโหมดขยายบนแท็บใดแท็บหนึ่ง (ลองเริ่มต้นด้วยแท็บที่มีชื่อตราสินค้าหรือโมเดลของการ์ดแสดงผลของคุณก่อน) แล้วปิดคุณลักษณะนั้น