ถ้าคุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต อนุญาตให้ผู้อื่นใช้คอมพิวเตอร์ของคุณ หรือใช้ แฟ้ม ร่วมกับผู้อื่น คุณควรดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับคอมพิวเตอร์ของคุณ เพราะเหตุใด เพราะมีอาชญากรคอมพิวเตอร์ (บางครั้งเรียกว่า แฮกเกอร์ หรือ แคร็กเกอร์) ซึ่งโจมตีคอมพิวเตอร์ของคนอื่น บุคคลเหล่านี้อาจโจมตีโดยตรงด้วยการเจาะเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านทางอินเทอร์เน็ตและขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณ หรือโดยทางอ้อมด้วยการสร้างซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย (หรือ มัลแวร์) ที่ออกแบบมาเพื่อทำความเสียหายต่อคอมพิวเตอร์ของคุณ

โชคดีที่คุณสามารถป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณได้ด้วยมาตรการป้องกันง่ายๆ เพียงไม่กี่อย่าง บทความนี้จะอธิบายการคุกคามต่างๆ และสิ่งที่คุณสามารถทำเพื่อป้องกันการคุกคามเหล่านี้

การตรวจสอบสถานะความปลอดภัยของคุณจาก 'ศูนย์รักษาความปลอดภัย' ของ Windows

'ศูนย์รักษาความปลอดภัย' ของ Windows เป็นศูนย์กลางสำหรับการรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ศูนย์กลางดังกล่าวนี้จะแสดงสถานะความปลอดภัยปัจจุบันของคอมพิวเตอร์ และแนะนำสิ่งที่คุณควรทำเพื่อช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณปลอดภัยมากขึ้น เมื่อต้องการเปิดใช้

  • เปิด Security Center โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก ความปลอดภัย แล้วคลิก ศูนย์รักษาความปลอดภัย

'ศูนย์รักษาความปลอดภัย' จะตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของคุณถึงสิ่งสำคัญทางด้านความปลอดภัยสามสิ่งดังนี้

  • ไฟร์วอลล์ ไฟร์วอลล์ จะช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณโดยป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายเข้าสู่คอมพิวเตอร์

  • การปรับปรุงอัตโนมัติ Windows สามารถตรวจหาการปรับปรุงสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นประจำและติดตั้งโปรแกรมเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ

  • การป้องกันมัลแวร์ ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสจะช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจาก ไวรัสหนอน และการคุกคามด้านความปลอดภัยอื่นๆ ซอฟต์แวร์ป้องกันสปายแวร์จะช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจาก สปายแวร์ และซอฟต์แวร์ที่อาจไม่เป็นที่ต้องการอื่นๆ

  • การตั้งค่าความปลอดภัยอื่นๆ 'ศูนย์รักษาความปลอดภัย' ตรวจหาการตั้งค่าความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตที่ถูกต้องและตรวจสอบว่ามีการเปิด 'ตัวควบคุมบัญชีผู้ใช้' สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู ภาพรวมของ 'ตัวควบคุมบัญชีผู้ใช้'

รูปภาพของ Windows Security Center
'ศูนย์รักษาความปลอดภัย' ของ Windows

ถ้ารายการรักษาความปลอดภัยมีพื้นหลังเป็นสีแดงหรือสีเหลือง คอมพิวเตอร์ของคุณอาจได้รับการคุกคามด้านความปลอดภัย เมื่อต้องการแก้ไขปัญหา ให้คลิกที่รายการเพื่อขยาย แล้วทำตามคำแนะนำ

การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยคืออะไร

ถ้า Windows ตรวจพบว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอาจจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงด้านการรักษาความปลอดภัยด้านหนึ่งด้านใดดังนี้ ไฟร์วอลล์ การปรับปรุงอัตโนมัติ การป้องกันมัลแวร์ หรือการตั้งค่าความปลอดภัยอื่นๆ คุณจะเห็นการเตือนทุกครั้งที่คุณเข้าสู่ระบบจนกว่าปัญหานั้นจะได้รับการแก้ไข การแจ้งเตือนจะปรากฏขึ้นใน พื้นที่แจ้งเตือน ของ แถบงาน

รูปภาพของการแจ้งเตือนความปลอดภัย
การแจ้งเตือนความปลอดภัย

คลิกที่การแจ้งเตือนเพื่อเปิด 'ศูนย์รักษาความปลอดภัย' ที่ซึ่งคุณสามารถศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาได้

หมายเหตุ

  • เมื่อต้องการปิดใช้งานการแจ้งเตือนความปลอดภัยหรือซ่อนไอคอน Security Center ในพื้นที่แจ้งเตือน ให้เปิด Security Center คลิก เปลี่ยนวิธีที่ Security Center แจ้งเตือนฉัน แล้วเลือกตัวเลือก แม้ว่าคุณจะปิดใช้งานการแจ้งเตือน Security Center จะยังคงตรวจสอบและแสดงสถานะความปลอดภัยต่อไป

การใช้ไฟร์วอลล์

ไฟร์วอลล์ คือซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ตรวจสอบข้อมูลซึ่งมาจากอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย แล้วทำการขจัดข้อมูลนั้นหรือปล่อยให้ข้อมูลนั้นผ่านเข้ามายังคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าไฟร์วอลล์ของคุณ ด้วยวิธีนี้ ไฟร์วอลล์จะช่วยป้องกันแฮกเกอร์และซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายไม่ให้เข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณ

Windows Firewall ติดตั้งอยู่ภายใน Windows และจะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ

ภาพประกอบวิธีการทำงานของไฟร์วอลล์
วิธีการทำงานของไฟร์วอลล์

ถ้าคุณเรียกใช้โปรแกรม เช่น โปรแกรมส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที หรือเกมบนเครือข่ายแบบผู้เล่นหลายคน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย ไฟร์วอลล์จะถามคุณว่าต้องการจะบล็อกหรือยกเลิกการบล็อก (อนุญาต) การเชื่อมต่อนั้นหรือไม่ ถ้าคุณเลือกที่จะยกเลิกการบล็อกการเชื่อมต่อ Windows Firewall จะกำหนด ข้อยกเว้น เพื่อว่าไฟร์วอลล์จะไม่รบกวนคุณเมื่อโปรแกรมนั้นจำเป็นต้องรับข้อมูลในอนาคต

ดูเพิ่มเติม ไฟร์วอลล์: คำถามที่ถามบ่อย

การใช้การป้องกันไวรัส

ไวรัส หนอน และม้าโทรจันเป็นโปรแกรมที่แฮกเกอร์สร้างขึ้น และใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อทำลายคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการป้องกัน ไวรัสและหนอนจะจำลองตัวเองจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่ง ในขณะที่ม้าโทรจันจะเข้าสู่คอมพิวเตอร์โดยการซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ดูเหมือนปกติดี เช่น ตัวรักษาหน้าจอ ไวรัส หนอน และม้าโทรจันที่สร้างความเสียหายจะลบข้อมูลจาก ฮาร์ดดิสก์ ของคุณ หรือทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณใช้งานไม่ได้เลย ตัวอื่นๆ ไม่ทำให้เกิดความเสียหายโดยตรง แต่จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานและความเสถียรของคอมพิวเตอร์ลดน้อยลง

โปรแกรมป้องกันไวรัสจะสแกนหาไวรัส หนอน และม้าโทรจันจากอีเมลและแฟ้มอื่นๆ ในคอมพิวเตอร์ของคุณ ถ้าพบตัวใดตัวหนึ่ง โปรแกรมป้องกันไวรัสจะ กักกัน (แยก) หรือลบออกก่อนที่จะทำความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์และแฟ้มของคุณ

Windows ไม่มีโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบในตัว แต่บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของคุณอาจติดตั้งไว้ให้ ตรวจสอบ 'ศูนย์รักษาความปลอดภัย' เพื่อค้นหาว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีการป้องกันไวรัสหรือไม่ ถ้าไม่มี ให้ไปที่เว็บเพจ Microsoft Antivirus Partners เพื่อค้นหาโปรแกรมป้องกันไวรัส

เนื่องจากมีไวรัสใหม่ๆ ถูกค้นพบอยู่ทุกวัน จึงจำเป็นที่ต้องเลือกโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีความสามารถในการปรับปรุงอัตโนมัติ เมื่อมีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส ซอฟต์แวร์จะเพิ่มไวรัสใหม่ๆ ลงในรายชื่อไวรัสที่จะตรวจหา เป็นการป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณจากการจู่โจมใหม่ๆ ถ้ารายชื่อไวรัสไม่ทันสมัย คอมพิวเตอร์ของคุณจะมีความเสี่ยงต่อการคุกคามใหม่ๆ โดยปกติการปรับปรุงจำเป็นต้องเสียค่าสมัครรายปี ขอให้สมัครสมาชิกไว้เพื่อจะได้รับการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

คำเตือน

  • ถ้าคุณไม่ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส คุณจะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายจากซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย นอกจากนี้คุณยังเสี่ยงต่อการแพร่ไวรัสไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นด้วย

ดูเพิ่มเติม ไฟร์วอลล์: คำถามที่ถามบ่อย

การใช้การป้องกันสปายแวร์

สปายแวร์คือซอฟต์แวร์ที่สามารถแสดงโฆษณา เก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณ หรือเปลี่ยนการตั้งค่าบนคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ได้รับความยินยอมอย่างถูกต้องจากคุณ ตัวอย่างเช่น สปายแวร์สามารถติดตั้งแถบเครื่องมือที่คุณไม่ต้องการหรือรายการโปรดใน เว็บเบราว์เซอร์ ของคุณ เปลี่ยนโฮมเพจเริ่มต้นของคุณ หรือแสดงโฆษณาแบบผุดขึ้นบ่อยครั้ง สปายแวร์บางตัวจะไม่แสดงอาการที่ให้คุณตรวจพบได้ แต่จะเก็บข้อมูลที่สำคัญไว้อย่างลับๆ เช่น เว็บไซต์ที่คุณเข้าชมหรือข้อความที่คุณพิมพ์ สปายแวร์ส่วนใหญ่จะถูกติดตั้งผ่านซอฟต์แวร์ที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายที่คุณดาวน์โหลด แต่ในบางกรณี เพียงแค่การเข้าชมเว็บไซต์ก็ส่งผลให้ติดสปายแวร์มาได้

เพื่อช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจากสปายแวร์ ให้ใช้โปรแกรมป้องกันสปายแวร์ Windows รุ่นนี้จะมีโปรแกรมป้องกันสปายแวร์แบบในตัวที่เรียกว่า Windows Defender ซึ่งจะเปิดทำงานโดยค่าเริ่มต้นWindows Defender จะเตือนคุณเมื่อสปายแวร์พยายามติดตั้งตัวเองบนคอมพิวเตอร์ของคุณ และยังสามารถสแกนคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อหาและเอาสปายแวร์ที่มีอยู่ออก

เนื่องจากสปายแวร์ใหม่ๆ ปรากฏขึ้นทุกวัน Windows Defender ต้องได้รับการปรับปรุงอยู่เป็นประจำเพื่อตรวจหาและป้องกันการคุกคามจากสปายแวร์ล่าสุด Windows Defender ได้รับการปรับปรุงตามจำเป็นในทุกครั้งที่คุณปรับปรุง Windows สำหรับระดับการป้องกันสูงสุด ให้ตั้งค่า Windows ให้ติดตั้งการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ (ดูด้านล่าง)

ดูเพิ่มเติม สปายแวร์: คำถามที่ถามบ่อย และ การใช้งาน Windows Defender

การปรับปรุง Windows โดยอัตโนมัติ

Microsoft จะเสนอการปรับปรุงที่สำคัญให้กับ Windows อยู่เป็นประจำ ซึ่งสามารถช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจากไวรัสใหม่ๆ และการคุกคามด้านความปลอดภัยอื่นๆ เมื่อต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้รับการปรับปรุงเหล่านี้โดยเร็วที่สุด ให้เปิดการปรับปรุงอัตโนมัติ ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกังวลถึงวิธีการแก้ไขปัญหา Windows ที่จะหายไปจากคอมพิวเตอร์ของคุณ

โปรแกรมปรับปรุงจะได้รับการดาวน์โหลดโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โปรแกรมปรับปรุงจะได้รับการติดตั้งในเวลา 03.00 น. นอกเสียจากว่าคุณจะระบุไว้เป็นเวลาอื่น ถ้าคุณปิดคอมพิวเตอร์ก่อนหน้านั้น คุณสามารถติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงได้ก่อนที่จะปิดเครื่อง มิฉะนั้น Windowsจะติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงในครั้งต่อไปที่คุณเปิดคอมพิวเตอร์

การเปิดการปรับปรุงอัตโนมัติ

  1. เปิด Windows Update โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก โปรแกรมทั้งหมด แล้วคลิก Windows Update

  2. คลิก เปลี่ยนการตั้งค่า

  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการเลือก ติดตั้งการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ (แนะนำ) แล้ว Windows จะติดตั้งการปรับปรุงที่สำคัญสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณเมื่อการปรับปรุงเหล่านั้นพร้อมใช้งาน การปรับปรุงที่สำคัญมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เช่น การปรับปรุงความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือให้เพิ่มมากขึ้น

  4. ภายใต้ การปรับปรุงที่แนะนำ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย รวมการปรับปรุงที่แนะนำเมื่อดาวน์โหลด ติดตั้งหรือแจ้งเตือนฉันเกี่ยวกับการปรับปรุง แล้วคลิก ตกลง การปรับปรุงที่แนะนำสามารถจัดการกับปัญหาที่ไม่ร้ายแรงและช่วยพัฒนาประสบการณ์ด้านการใช้คอมพิวเตอร์ของคุณ ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

ดูเพิ่มเติม การศึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงอัตโนมัติของ Windows

การใช้บัญชีผู้ใช้มาตรฐาน

เมื่อคุณเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ Windows จะให้ระดับสิทธิและสิทธิพิเศษอย่างหนึ่งอย่างใด ขึ้นอยู่กับชนิดบัญชีผู้ใช้ของคุณ ชนิดบัญชีผู้ใช้มีสามชนิด คือ บัญชีผู้ใช้มาตรฐาน บัญชีผู้ดูแลระบบ และบัญชี Guest

แม้ว่าบัญชีผู้ดูแลระบบจะช่วยให้ควบคุมคอมพิวเตอร์ได้อย่างแท้จริง แต่การใช้บัญชีผู้ใช้มาตรฐานสามารถช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ถ้าผู้อื่น (หรือแฮกเกอร์) เข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณในขณะที่คุณเข้าสู่ระบบ คนเหล่านั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์หรือบัญชีผู้ใช้อื่นๆ ได้

การกำหนดชนิดบัญชีผู้ใช้

  • เปิด 'บัญชีผู้ใช้' โดยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'คลิก Control Panel คลิก บัญชีผู้ใช้ และความปลอดภัยในครอบครัว (หรือคลิก บัญชีผู้ใช้ ถ้าคุณเชื่อมต่อกับโดเมนเครือข่าย) แล้วคลิก บัญชีผู้ใช้

    ชนิดบัญชีผู้ใช้จะปรากฏขึ้นใต้ชื่อของคุณ

    รูปภาพของข้อมูลบัญชีผู้ใช้
    ข้อมูลบัญชีผู้ใช้

ถ้าคุณกำลังใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ โปรดดู การเปลี่ยนชนิดบัญชีของผู้ใช้ เพื่อเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนชนิดบัญชีเป็นบัญชีผู้ใช้มาตรฐาน

ดูเพิ่มเติม บัญชีผู้ใช้: คำถามที่ถามบ่อย

เคล็ดลับสำหรับการใช้อีเมลและเว็บอย่างปลอดภัย

  • ใช้ความระมัดระวังเมื่อเปิดสิ่งที่แนบมากับอีเมล สิ่งที่แนบมากับอีเมล (แฟ้มที่แนบมากับข้อความอีเมล) เป็นแหล่งสำคัญในการติดไวรัส อย่าเปิดสิ่งที่แนบมาจากบุคคลที่คุณไม่รู้จัก ถ้าคุณรู้จักผู้ส่งแต่คาดว่าจะได้รับสิ่งที่แนบมา ให้ตรวจสอบว่าผู้ส่งได้ส่งสิ่งที่แนบมาจริงๆ ก่อนที่จะเปิด ดูที่ สิ่งที่บ่งบอกว่าข้อความอีเมลสามารถไว้ใจได้ และ การหลีกเลี่ยงอีเมลไวรัส

  • ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอย่างระมัดระวัง ถ้าเว็บไซต์ขอหมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลธนาคาร หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไว้ใจเว็บไซต์นั้น และตรวจสอบว่าระบบธุรกรรมที่ปลอดภัย โปรดดู สิ่งที่บ่งบอกว่าเว็บไซต์สามารถไว้ใจได้

  • ใช้ 'ตัวกรองฟิชชิ่ง' ใน Internet Explorer ฟิชชิ่ง คือการสร้างข้อความอีเมลและเว็บไซต์ปลอมเพื่อหลอกผู้ใช้คอมพิวเตอร์ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน ข้อความอีเมลหรือเว็บไซต์ปลอมจะดูเหมือนกับว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต หรือตลาดออนไลน์ที่มีชื่อเสียง 'ตัวกรองฟิชชิ่ง' จะช่วยตรวจจับเว็บไซต์ฟิชชิ่งเพื่อป้องกันคุณจากการคุกคามต่างๆ โปรดดู ตัวกรองฟิชชิ่ง: คำถามที่ถามบ่อย

  • ใช้ความระมัดระวังเมื่อคลิกการเชื่อมโยงหลายมิติในข้อความอีเมล การเชื่อมโยงหลายมิติ (การเชื่อมโยงที่เปิดเว็บไซต์เมื่อคุณคลิกลงไป) มักจะถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการคุกคามประเภทฟิชชิ่งและสปายแวร์ แต่จะมีไวรัสติดไปด้วย ให้คลิกเฉพาะการเชื่อมโยงในข้อความอีเมลที่คุณไว้ใจเท่านั้น

  • ติดตั้งเฉพาะโปรแกรม Add-on จากเว็บไซต์ที่คุณไว้ใจ โปรแกรม Add-on เว็บเบราว์เซอร์ รวมทั้งตัวควบคุม ActiveX อนุญาตให้เว็บเพจแสดงสิ่งต่างๆ เช่น แถบเครื่องมือ ตัววิ่งแสดงหลักทรัพย์ วิดีโอ และภาพเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Add-on จะติดตั้งสปายแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายอื่นๆ ด้วย ถ้าเว็บไซต์ขอให้คุณติดตั้งโปรแกรมเสริม ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไว้ใจเว็บไซต์นั้นก่อนทำการติดตั้ง โปรดดูควรติดตั้งตัวควบคุม ActiveX หรือไม่ และ โปรแกรม Add-on ของ Internet Explorer: คำถามที่ถามบ่อย