เหตุใดฉันจึงไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้



สาเหตุของปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่พบมากที่สุดเกิดจากไม่ได้ต่อสายเคเบิล หรือจากการที่เราเตอร์และโมเด็มทำงานอย่างไม่ถูกต้อง อันดับแรก ให้ลองเรียกใช้ 'ตัวแก้ไขปัญหาเครือข่าย' เพื่อดูว่าสามารถช่วยวินิจฉัยหรือแก้ไขปัญหาได้หรือไม่

  • เปิด 'ตัวแก้ไขปัญหาเครือข่าย' ด้วยการปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ ค้นหา (หรือถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมบนขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ลงด้านล่าง แล้วคลิก ค้นหา) ใส่คำว่า ระบุและแก้ไข ลงในกล่องค้นหา จากนั้นแตะหรือคลิก ระบุและแก้ไขปัญหาเครือข่าย

ถ้าการเรียกใช้ 'ตัวแก้ไขปัญหาเครือข่าย' ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ต่อสายทั้งหมดแล้ว ตัวอย่างเช่น ตรวจสอบว่าโมเด็มแบบบรอดแบนด์ของคุณต่อเข้ากับหัวต่อสายโทรศัพท์หรือจุดต่อสายเคเบิลที่ใช้งานได้ ไม่ว่าจะเชื่อมต่อโดยตรงหรือผ่านเราเตอร์ก็ตาม

  2. ถอดสายไฟออกจากโมเด็มและเราเตอร์

  3. หลังจากที่สัญญาณไฟทั้งหมดบนอุปกรณ์ดับลง ให้รออย่างน้อย 10 วินาที แล้วต่อโมเด็มและเราเตอร์กลับอีกครั้ง

    โมเด็มบางรุ่นมีการสำรองแบตเตอรี่ซึ่งจะทำให้ไฟสัญญาณไม่ดับลง สำหรับโมเด็มประเภทนี้ ให้กดและปล่อยปุ่มรีเซ็ตอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่เห็นปุ่มรีเซ็ต ให้นำแบตเตอรี่ออกแทน

  4. ถ้าคุณกำลังตั้งค่าพีซีเครื่องใหม่เป็นครั้งแรก ให้ตรวจสอบว่าเราเตอร์ของคุณเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับ Windows เนื่องจากคุณลักษณะใหม่ของเครือข่ายใน Windows ทำให้เราเตอร์เครือข่ายรุ่นเก่าบางตัวไม่สามารถเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์และอาจเป็นสาเหตุของปัญหาได้ สำหรับรายการเราเตอร์ที่เข้ากันได้กับ Windows 8.1 และ Windows RT 8.1 ให้ไปที่ ศูนย์ความเข้ากันได้ของ Windows

  5. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราเตอร์และอะแดปเตอร์เครือข่ายในพีซีของคุณจะทำงานด้วยกันได้ เพื่อให้ทำงานด้วยกันได้ อะแดปเตอร์เครือข่ายในพีซีจะต้องใช้มาตรฐานระบบไร้สายที่เท่ากับหรือเก่ากว่ามาตรฐานระบบไร้สายของเราเตอร์ ตัวอย่างเช่น ถ้าอะแดปเตอร์เครือข่ายในพีซีของคุณใช้มาตรฐานระบบไร้สาย 802.11n (หรือเรียกว่า Wireless-N) แต่เราเตอร์ของคุณใช้ 802.11g (หรือเรียกว่า Wireless-G) คุณจะไม่สามารถเชื่อมต่อได้ เนื่องจากมาตรฐาน Wireless-G เป็นรุ่นที่เก่ากว่า และไม่รู้จัก Wireless-N

    อย่างไรก็ตาม ถ้าเราเตอร์ใช้ Wireless-N แต่อะแดปเตอร์ในพีซีของคุณใช้ Wireless-G คุณควรจะสามารถเชื่อมต่อได้ถ้าเราเตอร์ถูกตั้งค่าเป็นโหมดผสม เนื่องจาก Wireless-N ทำงานได้กับมาตรฐานรุ่นก่อนหน้าบางแบบหรือทั้งหมด (802.11a, 802.11b และ 802.11g)

ถ้าขั้นตอนเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้ลองขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในส่วนต่อไปนี้ หรือดูที่ เหตุใดฉันจึงไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้

แสดงทั้งหมด

ฉันไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านการเชื่อมต่อแบบบรอดแบนด์ (DSL, เคเบิล หรือไฟเบอร์ออปติก)

  • ตรวจสอบดูว่าเสียบสายเครือข่าย (อีเทอร์เน็ต) เข้ากับพอร์ตอีเทอร์เน็ตที่โมเด็มและที่พีซีของคุณอย่างถูกต้อง ปลายแต่ละด้านของสายเครือข่ายจะมีลักษณะดังนี้

    สายเครือข่าย (อีเทอร์เน็ต)
    สายเครือข่าย (อีเทอร์เน็ต)
  • ตรวจสอบว่าคุณไม่ได้ใช้ตัวกรองสัญญาณ DSL ระหว่างหัวต่อสายโทรศัพท์กับโมเด็ม

  • ตรวจสอบสัญญาณไฟบนโมเด็มของคุณ บางครั้งสิ่งเหล่านี้สามารถบ่งชี้ตำแหน่งของปัญหาได้ ไม่ว่าจะเกิดจากการเชื่อมต่อด้วยอีเทอร์เน็ต, DSL, เคเบิล, เส้นใยนำแสง หรือพลังงานไฟฟ้าที่เข้าสู่โมเด็ม

  • ตั้งค่าที่อยู่ IP ใหม่ วิธีการมีดังนี้

    1. เปิด 'พร้อมท์คำสั่ง' ด้วยการปัดนิ้วเข้ามาจากขอบขวาของหน้าจอ แล้วแตะ ค้นหา (หรือถ้าคุณใช้เมาส์ ให้ชี้ไปที่มุมบนขวาของหน้าจอ ย้ายตัวชี้เมาส์ลงด้านล่าง แล้วคลิก ค้นหา) ใส่คำว่า พร้อมท์คำสั่ง ลงในกล่องค้นหา จากนั้นแตะหรือคลิก พร้อมท์คำสั่ง

    2. ที่พร้อมท์คำสั่ง ให้พิมพ์ ipconfig/release แล้วกด Enter ซึ่งจะเป็นการยกเลิกที่อยู่ IP ปัจจุบันของคุณ

    3. ที่พร้อมท์คำสั่ง ให้พิมพ์ ipconfig/renew แล้วกด Enter เพื่อขอรับที่อยู่ IP ใหม่

      การกำหนดค่า DHCP สำหรับอะแดปเตอร์ทั้งหมดจะถูกสร้างขึ้นใหม่ เมื่อต้องการกำหนดที่อยู่ IP ใหม่สำหรับอะแดปเตอร์บางชนิด ให้ใส่ชื่ออะแดปเตอร์ที่ปรากฏขึ้นเมื่อคุณใส่ ipconfig ที่พร้อมท์คำสั่ง

  • สอบถามผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของคุณ เพื่อตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทำงานได้อย่างถูกต้อง และคุณมีบัญชีผู้ใช้ของ ISP และสามารถเข้าถึงบริการของ ISP ได้

  • ถ้าคุณเพิ่งเปลี่ยนเราเตอร์หรือโมเด็ม และ ISP ของคุณใช้ตัวกรองที่อยู่ MAC ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะต้องเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ของคุณลงในรายชื่ออุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ ถ้าคุณสงสัยว่าอาจเกิดจากปัญหานี้ ให้ติดต่อ ISP ของคุณเพื่อขอความช่วยเหลือ

การเชื่อมต่อของฉันแสดงเป็นถูก "จำกัด"

ข้อความนี้แสดงว่าพีซีเชื่อมต่อกับเราเตอร์ได้แต่ไม่ได้รับการกำหนดที่อยู่ IP ที่ถูกต้อง ทำให้คุณไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ นอกจากนี้ ยังอาจแสดงว่าการกำหนดที่อยู่ IP ถูกต้องแต่พีซีไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ถ้าคุณเชื่อมต่อกับเครือข่ายในบ้าน ให้ลองเริ่มการทำงานของเราเตอร์ใหม่ ถ้าคุณเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดเมนหรือเครือข่ายสาธารณะ ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับเครือข่ายนั้น

หมายเหตุ

  • พีซีที่ใช้ Windows RT 8.1 หรือ Windows 8.1 ไม่สามารถเข้าร่วมโดเมนได้ คุณสามารถเข้าร่วมโดเมนได้ก็ต่อเมื่อพีซีของคุณใช้ Windows 8.1 Pro หรือ Windows 8.1 Enterprise

ฉันไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านการเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์ หรือฉันกำลังจะถูกยกเลิกการเชื่อมต่อ

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเรียกเลขหมายที่ถูกต้อง ซึ่งรวมถึงหมายเลขตัดที่ใช้ในการโทรออกสายนอก (เช่น 9) และเลขหมายนั้นว่างอยู่

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหัวต่อสายโทรศัพท์ใช้งานได้ เมื่อต้องการทดสอบ ให้เสียบหัวต่อเข้ากับโทรศัพท์เพื่อดูว่ามีเสียงสัญญาณการเรียกเลขหมายหรือไม่

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสียบสายโทรศัพท์เข้ากับหัวต่อ "สายสัญญาณ" ที่โมเด็มของคุณ ไม่ใช่หัวต่อสาย "โทรศัพท์"

  • ตรวจสอบว่าสายโทรศัพท์ไม่ได้ชำรุดด้วยการเสียบโทรศัพท์เข้ากับหัวต่อสาย "โทรศัพท์" บนโมเด็มของคุณ ถ้ามีเสียงสัญญาณการเรียกเลขหมาย แสดงว่าสายโทรศัพท์ไม่มีปัญหา

  • ถ้าคุณตั้งค่าการรับสายเรียกซ้อนไว้ ให้ลองปิด แล้วลองเชื่อมต่ออีกครั้ง

  • ISP ของคุณอาจยกเลิกการเชื่อมต่อของคุณถ้าคุณไม่ได้โต้ตอบกับเว็บไซต์เลยในช่วงเวลาสักพักหนึ่ง ลองเชื่อมต่ออีกครั้ง

  • ถ้ามีใครบางคนยกหูโทรศัพท์ในขณะที่คุณกำลังออนไลน์อยู่ อาจมีการยกเลิกการเชื่อมต่อของคุณโดยอัตโนมัติ ลองเชื่อมต่ออีกครั้ง

  • โมเด็มแบบเรียกผ่านสายโทรศัพท์ส่วนใหญ่จะทำงานเฉพาะกับสายโทรศัพท์แบบแอนะล็อกเท่านั้น ตรวจสอบว่ามีการติดตั้งสายโทรศัพท์แบบแอนะล็อกแล้ว หรือในกรณีที่คุณได้ติดตั้งสายโทรศัพท์แบบดิจิทัล ให้ตรวจสอบว่าพีซีของคุณมีดิจิทัลโมเด็มหรือไม่

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโมเด็มของคุณทำงานอย่างถูกต้อง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ตรวจสอบข้อมูลที่มาพร้อมกับโมเด็มของคุณ หรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตโมเด็ม

  • ติดต่อบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์ของคุณเพื่อตรวจสอบคุณภาพของสายสัญญาณโทรศัพท์

  • ถ้าพีซีของคุณมีการเชื่อมต่อเครือข่ายสองเครือข่าย ซอฟต์แวร์ระบบเครือข่ายต้องเลือกการเชื่อมต่อที่จะใช้สำหรับการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย ซอฟต์แวร์ระบบเครือข่ายจะเลือกการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น ถ้าการเชื่อมต่อ A มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแต่มีประสิทธิภาพการทำงานช้า ขณะที่การเชื่อมต่อ B ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแต่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพดีกว่า ซอฟต์แวร์ระบบเครือข่ายจะกำหนดเส้นทางการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายผ่านการเชื่อมต่อ B ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่สามารถดูเว็บไซต์ได้ ดังนั้น Windows จะรายงานว่าคุณมีเฉพาะการเชื่อมต่อท้องถิ่นเท่านั้น (ไม่มีอินเทอร์เน็ต) ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องในทางเทคนิค แต่อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ เมื่อต้องการบังคับให้พีซีของคุณใช้การเชื่อมต่อ A ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ ให้ยกเลิกการเชื่อมต่อ B แล้วลองอีกครั้ง