การแสดงผลที่ดีที่สุดบนจอภาพของคุณ


Windows จะเลือกการตั้งค่าการแสดงผลที่ดีที่สุด ซึ่งได้แก่ ความละเอียดของหน้าจออัตราการฟื้นฟู และสี โดยดูจากจอภาพของคุณ การตั้งค่าเหล่านี้จะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่ว่าคุณมีจอภาพแบบ LCD หรือ CRT ถ้าคุณต้องการปรับการตั้งค่าการแสดงผลของคุณ หรือถ้าการแสดงผลเหล่านี้ถูกเปลี่ยนแปลงและคุณต้องการคืนค่ากลับไปเป็นการตั้งค่าเริ่มต้น ให้ใช้คำแนะนำต่อไปนี้

จอภาพ LCD หรือเรียกอีกอย่างว่าจอแสดงผลชนิดจอแบน ได้มาแทนที่จอภาพ CRT เป็นอย่างมาก จอภาพ LCD เบากว่าและบางกว่าจอภาพ CRT ที่มีขนาดใหญ่และมีหลอดภาพที่มีน้ำหนักมาก จอภาพ LCD ยังมาในรูปร่างและขนาดที่หลากหลายกว่า ซึ่งได้แก่หน้าจอที่มีความกว้างแบบพิเศษและแบบมาตรฐาน ที่มีอัตราส่วนความกว้างต่อความสูง 16:9 หรือ 16:10 สำหรับรุ่นแบบจอกว้าง และ 4:3 สำหรับรุ่นความกว้างมาตรฐาน แล็ปท็อปยังสามารถใช้จอแสดงผลชนิดจอแบนได้อีกด้วย

รูปภาพของจอภาพ LCD และจอภาพ CRT
จอภาพ LCD มีขนาดที่บางกว่าและเบากว่าจอภาพ CRT แบบโบราณ

สำหรับทั้งจอภาพ LCD และ CRT โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งจำนวนจุดต่อนิ้ว (DPI)ที่คุณสามารถตั้งค่าในการแสดงผลบนหน้าจอมากขึ้นเท่าใด แบบอักษรก็จะยิ่งดูชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น เมื่อคุณเพิ่ม DPI นั่นหมายถึงว่าคุณกำลังเพิ่มความละเอียดของหน้าจอ ความละเอียดที่คุณใช้ขึ้นอยู่กับความละเอียดที่จอภาพของคุณจะสนับสนุนได้ เมื่อความละเอียดยิ่งสูง เช่น 1900 x 1200 พิกเซล รายการที่ปรากฏจะยิ่งคมชัด รวมทั้งจะดูเล็กลง จึงสามารถบรรจุสิ่งต่างๆ บนหน้าจอได้มากขึ้น เมื่อความละเอียดยิ่งต่ำ เช่น 800 x 600 พิกเซล รายการบนหน้าจอจะน้อยลง แต่มีขนาดใหญ่กว่า

Windows จะให้คุณเพิ่มหรือลดขนาดของข้อความและสิ่งอื่นๆ บนหน้าจอของคุณ ในขณะที่ยังคงตั้งค่าให้จอภาพของคุณไว้ที่ความละเอียดที่ดีที่สุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การทำให้ข้อความบนหน้าจอของคุณใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง

การตั้งค่าการแสดงผลที่ดีที่สุดสำหรับจอภาพ LCD

ถ้าคุณมีจอภาพ LCD ให้ตรวจสอบความละเอียดของหน้าจอของคุณ ซึ่งจะช่วยบอกได้ว่ารูปบนหน้าจอจะมีความคมชัดเพียงใด วิธีที่ดีที่สุดคือตั้งค่าจอภาพ LCD ให้เป็น ความละเอียดดั้งเดิม ซึ่งเป็นความละเอียดจอภาพที่ออกแบบมาเพื่อให้แสดงผลที่ดีที่สุดตามขนาดของจอภาพ เมื่อต้องการดูความละเอียดดั้งเดิมของจอภาพของคุณ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าการแสดงผลใน 'แผงควบคุม'

  1. เปิด 'ความละเอียดของหน้าจอ' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก แผงควบคุม จากนั้นภายใต้ ลักษณะที่ปรากฏและการตั้งค่าส่วนบุคคล ให้คลิก ปรับความละเอียดของหน้าจอ

  2. คลิกรายการแบบหล่นลงถัดจาก ความละเอียด ตรวจหาความละเอียดที่ทำเครื่องหมาย (แนะนำ) ซึ่งก็คือความละเอียดดั้งเดิมของจอภาพ LCD ซึ่งโดยปกติเป็นความละเอียดสูงสุดที่จอภาพของคุณสามารถสนับสนุนได้

ผู้ผลิตจอภาพหรือผู้ค้าปลีกยังควรสามารถบอกคุณให้ทราบถึงความละเอียดดั้งเดิมสำหรับจอภาพ LCD ของคุณได้ (จอภาพ CRT ไม่มีความละเอียดดั้งเดิม)

รูปภาพของตัวเลือกความละเอียดใน 'ความละเอียดของหน้าจอ'
'ความละเอียดของหน้าจอ' ใน 'แผงควบคุม' จะแสดงความละเอียดที่แนะนำสำหรับจอภาพของคุณ

ปกติจอภาพ LCD ที่ทำงานที่ความละเอียดดั้งเดิมจะแสดงข้อความได้ดีกว่าจอภาพ CRT ในทางเทคนิคแล้วจอภาพ LCD สามารถสนับสนุนความละเอียดที่ต่ำกว่าความละเอียดดั้งเดิมได้ แต่ข้อความจะไม่คมชัด และรูปอาจดูเล็ก ถูกจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้าจอ มีขอบสีดำ หรือดูยืดออก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การเปลี่ยนความละเอียดของหน้าจอ

เนื่องจากปกติจอภาพเดี่ยวจะใหญ่กว่าจอภาพของแล็ปท็อป จึงสนับสนุนความละเอียดที่สูงกว่าแล็ปท็อป

ความละเอียดจะขึ้นอยู่กับขนาดของจอภาพ LCD

ขนาดของจอภาพ ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)
ขนาดของจอภาพ

จอภาพ LCD อัตราส่วนมาตรฐาน 19 นิ้ว

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1280 × 1024

ขนาดของจอภาพ

จอภาพ LCD อัตราส่วนมาตรฐาน 20 นิ้ว

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1600 × 1200

ขนาดของจอภาพ

จอภาพ LCD แบบจอกว้าง 20 และ 22 นิ้ว

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1680 × 1050

ขนาดของจอภาพ

จอภาพ LCD แบบจอกว้าง 24 นิ้ว

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1920 × 1200

ขนาดหน้าจอของแล็ปท็อป ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)
ขนาดหน้าจอของแล็ปท็อป

หน้าจอของแล็ปท็อปอัตราส่วนมาตรฐาน 13 ถึง 15 นิ้ว

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1400 × 1050

ขนาดหน้าจอของแล็ปท็อป

หน้าจอของแล็ปท็อปแบบจอกว้าง 13 ถึง 15 นิ้ว

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1280 × 800

ขนาดหน้าจอของแล็ปท็อป

หน้าจอของแล็ปท็อปแบบจอกว้าง 17 นิ้ว

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1680 × 1050

การตั้งค่าสีสำหรับจอภาพ LCD

เมื่อต้องการสีที่แสดงบนหน้าจอ LCD ของคุณที่ดีที่สุด ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตั้งค่าเป็นสี 32 บิต การวัดนี้หมายถึงความละเอียดของสี ซึ่งคือตัวเลขของค่าสีที่สามารถกำหนดให้กับพิกเซลเดียวในรูป ความละเอียดของสีอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 บิต (ขาวดำ) ถึง 32 บิต (กว่า 16.7 ล้านสี) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการจัดการสี

  1. เปิด 'ความละเอียดของหน้าจอ' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก แผงควบคุม จากนั้นภายใต้ ลักษณะที่ปรากฏและการตั้งค่าส่วนบุคคล ให้คลิก ปรับความละเอียดของหน้าจอ

  2. คลิก การตั้งค่าขั้นสูง แล้วคลิกแท็บ จอภาพ

  3. ภายใต้ สี ให้เลือก สีเหมือนจริง (32 บิต) แล้วคลิก ตกลง

การตั้งค่าการแสดงผลที่ดีที่สุดสำหรับจอภาพ CRT

สำหรับจอภาพ CRT คุณควรเปลี่ยนความละเอียดของหน้าจอเป็นความละเอียดสูงสุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งจะให้สี 32 บิต และอัตราการฟื้นฟูอย่างน้อย 72 เฮิรตซ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การเปลี่ยนความละเอียดของหน้าจอ

ถ้าหน้าจอยังมีกระพริบ หรือดูแล้วไม่สบายตา ให้เพิ่มอัตราการฟื้นฟูขึ้นไปอีกจนกว่าคุณจะรู้สึกสบายตา อัตราการฟื้นฟูยิ่งสูง การกระพริบที่สังเกตเห็นได้จะยิ่งน้อยลง (เนื่องจากจอภาพ LCD ไม่ได้สร้างการกะพริบ จึงไม่ต้องตั้งค่าอัตราการฟื้นฟูที่สูง) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การแก้ไขจอกะพริบ (อัตราการฟื้นฟู)

ความละเอียดจะขึ้นอยู่กับขนาดของจอภาพ CRT

ขนาดของจอภาพ ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)
ขนาดของจอภาพ

จอภาพ CRT 15 นิ้ว

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1024 × 768

ขนาดของจอภาพ

จอภาพ CRT 17 ถึง 19 นิ้ว

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1280 × 1024

ขนาดของจอภาพ

จอภาพ CRT 20 นิ้วขึ้นไป

ความละเอียดที่แนะนำ (เป็นพิกเซล)

1600 × 1200

หมายเหตุ

  • จอภาพ CRT จะแตกต่างจากจอภาพ LCD คือโดยปกติแล้ว จอภาพ CRT จะไม่มีขนาดแบบจอกว้าง เกือบทั้งหมดมีอัตราส่วนของหน้าจอมาตรฐาน 4:3 โดยมีความละเอียดเป็นอัตราส่วน 4:3 เช่นเดียวกับความกว้างต่อความยาว

การตั้งค่าสีสำหรับจอภาพ CRT

สีและชุดรูปแบบ ใน Windows จะทำงานได้ดีที่สุดถ้าคุณมีจอภาพที่ตั้งค่าสีไว้ที่ 32 บิต คุณสามารถตั้งค่าจอภาพของคุณให้เป็นสี 24 บิตได้ แต่คุณจะมองไม่เห็นลักษณะพิเศษเสมือนทั้งหมด ถ้าคุณตั้งค่าจอภาพของคุณให้เป็นสี 16 บิต ภาพที่ควรจะดูเรียบสวยอาจดูผิดเพี้ยนไม่ถูกต้อง

  1. เปิด 'ความละเอียดของหน้าจอ' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก แผงควบคุม จากนั้นภายใต้ ลักษณะที่ปรากฏและการตั้งค่าส่วนบุคคล ให้คลิก ปรับความละเอียดของหน้าจอ

  2. คลิก การตั้งค่าขั้นสูง แล้วคลิกแท็บ จอภาพ

  3. ภายใต้ สี ให้เลือก สีเหมือนจริง (32 บิต) แล้วคลิก ตกลง (ถ้าคุณไม่สามารถเลือกสี 32 บิต ได้ ให้ตรวจสอบว่าความละเอียดของคุณสูงเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว จากนั้นลองอีกครั้ง)

แสดงทั้งหมด

การจัดการสี

Windows ยังมีการควบคุมการจัดการสีขั้นสูงอีกด้วย ระบบการจัดการสีช่วยให้แน่ใจว่าเนื้อสีถูกแสดงในทุกที่ได้อย่างถูกต้องเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุปกรณ์ เช่น จอภาพและเครื่องพิมพ์ของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการจัดการสี

การปรับเทียบจอแสดงผลของคุณ

ซอฟต์แวร์การปรับเทียบจอแสดงผลช่วยตรวจสอบให้แน่ใจได้ว่าจะแสดงสีอย่างถูกต้องบนหน้าจอของคุณ ถ้าคุณติดตั้งซอฟต์แวร์การปรับเทียบจอแสดงผลจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์รายอื่นในคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว คุณสามารถใช้ซอฟต์แวร์นั้นเพื่อปรับเทียบจอแสดงผลของคุณได้ อุปกรณ์การปรับเทียบจอแสดงผลมักจะมาพร้อมกับซอฟต์แวร์การปรับเทียบ การใช้อุปกรณ์การปรับเทียบกับซอฟต์แวร์การปรับเทียบที่มาด้วยกันจะช่วยให้คุณได้สีที่ดีที่สุดบนหน้าจอของคุณ

Windows ยังมีคุณลักษณะสำหรับปรับเทียบจอแสดงผลของคุณอีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การปรับเทียบจอแสดงผลของคุณ

การตั้งค่าความสว่างและความเปรียบต่าง

สำหรับจอแสดงผลภายนอก ความสว่างและความเปรียบต่างถูกตั้งค่าบนการควบคุมจอภาพ ไม่ใช่จากภายใน Windows จอภาพ CRT และ LCD ส่วนใหญ่จะมีปุ่มหรือการควบคุมอื่นๆ ที่ด้านหน้าซึ่งคุณสามารถควบคุมความสว่างและความเปรียบต่างได้ จอภาพบางตัวจะเปิดเมนูบนหน้าจอซึ่งคุณสามารถทำการปรับเหล่านี้ได้ ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะปรับการควบคุมเหล่านี้อย่างไร ให้ตรวจสอบคู่มือสำหรับจอภาพของคุณหรือเว็บไซต์ของผู้ผลิต สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การปรับความสว่างและความเปรียบต่างของจอภาพ

ความสว่างของหน้าจอของแล็ปท็อปส่วนมากสามารถปรับจากภายใน Windows ได้ ถ้าคุณกำลังใช้แล็ปท็อปอยู่ คุณสามารถปรับความสว่างใน 'ตัวเลือกการใช้พลังงาน' ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การเปลี่ยน การสร้าง หรือ การลบแผนการใช้พลังงาน (แบบแผน)

การปรับปรุงลักษณะที่ปรากฏของข้อความ

Windows มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า ClearType ซึ่งจะถูกเปิดขึ้นตามค่าเริ่มต้น ClearType ช่วยให้จอภาพของคุณแสดงแบบอักษรของคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจนและราบเรียบเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งช่วยให้อ่านข้อความเป็นเวลานานได้ง่ายขึ้นได้โดยไม่ปวดตา โดยทำงานได้ดีอย่างยิ่งกับอุปกรณ์ LCD ได้แก่ จอแสดงผลชนิดจอแบน แล็ปท็อป และอุปกรณ์มือถือที่มีขนาดเล็ก

ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ClearType ไม่ได้ปิดอยู่เนื่องจากสาเหตุบางประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าข้อความในจอภาพของคุณไม่ชัดเจน นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้งค่า ClearType ให้ทำงานได้ดีที่สุดกับจอภาพเฉพาะของคุณได้อีกด้วย สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการทำงานทั้งสองดังกล่าว ให้ดูที่ การทำให้ข้อความอ่านง่ายขึ้นโดยใช้ ClearType