ฉันจะเอาไวรัสคอมพิวเตอร์ออกได้อย่างไร


หากคอมพิวเตอร์ของคุณติดไวรัส คุณต้องลบออกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิธีที่รวดเร็วในการตรวจหาไวรัสคือใช้โปรแกรมสแกนออนไลน์ เช่น Microsoft Safety Scanner โปรแกรมสแกนเป็นบริการออนไลน์ฟรีที่ช่วยคุณค้นหาและลบไวรัสออก ล้างฮาร์ดดิสก์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั่วไปให้คอมพิวเตอร์ของคุณ

หากคุณไม่แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีไวรัสหรือไม่ ให้ดูที่ ฉันจะทราบได้อย่างไรว่าคอมพิวเตอร์ของฉันมีไวรัสหรือไม่ เพื่อตรวจสอบสัญญาณบ่งบอกบางอย่าง เมื่อต้องการลองใช้โปรแกรมสแกนออนไลน์อื่น ให้ไปตามการเชื่อมโยงไปยังบริษัทอื่นที่ให้บริการบนเว็บเพจของ ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยของ Windows

หากคุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้

หากคุณสามารถเข้าถึงเว็บไซต์โดยใช้เว็บเบราว์เซอร์ของคุณได้ ให้เรียกใช้การสแกนออนไลน์

การเรียกใช้ Microsoft Safety Scanner

  1. ไปที่เว็บเพจ Microsoft Safety Scanner เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมสแกน

  2. คลิก ดาวน์โหลดทันที และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ

หากคุณไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

ถ้าคุณไม่สามารถใช้ Microsoft Safety Scanner แบบออนไลน์ ให้ลองเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ในเซฟโหมดที่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย

เมื่อต้องการเริ่มระบบใหม่ในเซฟโหมดที่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย

  1. เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่

  2. เมื่อคุณเห็นโลโก้ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ กดแป้น F8 ค้างไว้

  3. บนหน้าจอ ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบขั้นสูง ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นที่ เซฟโหมดที่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย แล้วกด Enter

  4. เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิของผู้ดูแล

  5. ทำตามขั้นตอนข้างต้นนี้เพื่อเรียกใช้ Microsoft Safety Scanner

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโหมดเริ่มระบบแบบต่างๆ ให้ดูที่ การเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ในเซฟโหมด

หากคุณยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้หลังจากเริ่มระบบใหม่ในเซฟโหมด ให้ลองตั้งค่าพร็อกซีของ Internet Explorer ใหม่ ขั้นตอนต่อไปนี้จะช่วยตั้งค่าพร็อกซีใหม่ในรีจิสทรีของ Windows เพื่อให้คุณเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อีกครั้ง

เมื่อต้องการตั้งค่าพร็อกซีของ Internet Explorer ใหม่

  1. ใน Windows 7 คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' ในกล่องค้นหา พิมพ์คำว่า เรียกใช้ และจากนั้น ในรายการผลลัพธ์ ให้คลิก เรียกใช้

    หรือ

    ใน Windows Vista คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' จากนั้นคลิก เรียกใช้

    หรือ

    ใน Windows XP คลิกปุ่ม เริ่ม จากนั้นคลิก เรียกใช้

  2. คัดลอกและวาง หรือพิมพ์ข้อความต่อไปนี้ในกล่อง เปิด ในกล่องโต้ตอบ เรียกใช้

    reg add "HKCU\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Internet Settings" /v ProxyEnable /t REG_DWORD /d 0 /f

  3. คลิก ตกลง

  4. ใน Windows 7 คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' ในกล่องค้นหา พิมพ์คำว่า เรียกใช้ และจากนั้น ในรายการผลลัพธ์ ให้คลิก เรียกใช้

    หรือ

    ใน Windows Vista คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' จากนั้นคลิก เรียกใช้

    หรือ

    ใน Windows XP คลิกปุ่ม เริ่ม จากนั้นคลิก เรียกใช้

  5. คัดลอกและวาง หรือพิมพ์ข้อความต่อไปนี้ในกล่อง เปิด ในกล่องโต้ตอบ เรียกใช้

    reg delete "HKCU\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Internet Settings" /v ProxyServer /f

  6. คลิก ตกลง

เริ่มการทำงานของ Internet Explorer ใหม่ จากนั้นทำตามขั้นตอนที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้เพื่อเรียกใช้โปรแกรมสแกน

การลบไวรัสออกด้วยตนเอง

ในบางครั้ง คุณอาจต้องลบไวรัสด้วยตนเอง โดยใช้ขั้นตอนทางเทคนิคซึ่งคุณควรทำเฉพาะในกรณีที่มีประสบการณ์ใช้งานรีจิสทรีของ Windows และรู้วิธีดูและลบแฟ้มโปรแกรมและระบบใน Windows

ก่อนอื่น ให้เรียกใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสเพื่อระบุชื่อของไวรัส ถ้าคุณไม่มีโปรแกรมป้องกันไวรัส หรือถ้าโปรแกรมของคุณตรวจไม่พบไวรัส คุณยังคงสามารถค้นหาไวรัสได้ด้วยการดูจากลักษณะการทํางานของไวรัสเหล่านั้น จดบันทึกข้อความใดๆ ที่ไวรัสแสดงขึ้นมา หรือถ้าคุณได้รับไวรัสในอีเมล ให้จดบรรทัดเรื่องหรือชื่อของแฟ้มที่แนบมากับข้อความนั้น จากนั้น ค้นหาเว็บไซต์ของผู้จําหน่ายโปรแกรมป้องกันไวรัสเพื่อหาข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับสิ่งที่คุณบันทึกไว้ และลองค้นหาชื่อไวรัสและคำแนะนำในการลบไวรัสนั้นออก

การกู้คืนและการป้องกัน

หลังจากที่ไวรัสถูกลบออกไปแล้ว คุณอาจต้องติดตั้งซอฟต์แวร์บางตัวใหม่ หรือกู้คืนข้อมูลที่สูญหาย การสำรองข้อมูลบนแฟ้มอย่างสม่ำเสมอช่วยหลีกเลี่ยงการสูญเสียข้อมูลได้หากคอมพิวเตอร์ของคุณติดไวรัสอีก หากคุณยังไม่เคยสำรองข้อมูลไว้เลย เราขอแนะนำให้คุณเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้

เมื่อต้องการเรียนรู้วิธีป้องกันคอมพิวเตอร์จากไวรัสในอนาคต ให้ดูที่ ฉันจะช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของฉันจากไวรัสได้อย่างไร



ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่