การป้องกันปัญหาหน่วยความจำไม่เพียงพอ


ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีหน่วยความจำไม่เพียงพอสำหรับงานทั้งหมดที่กำลังพยายามดำเนินการ Windows และโปรแกรมของคุณอาจหยุดทำงานได้ เพื่อเป็นการป้องกันการสูญหายของข้อมูล Windows จะแจ้งให้คุณทราบเมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณมีหน่วยความจำไม่เพียงพอ นอกจากนี้คุณยังสามารถเรียนรู้เพื่อสังเกตสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าหน่วยความจำไม่เพียงพอ และดำเนินการเพื่อป้องกันปัญหา

สัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าหน่วยความจำไม่เพียงพอมีอะไรบ้าง

สัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าหน่วยความจำไม่เพียงพอประกอบไปด้วย ประสิทธิภาพการทำงานต่ำ การแจ้งให้ทราบหน่วยความจำไม่เพียงพอหรือหน่วยความจำหมด และปัญหาในการแสดงผล ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณพยายามเปิดเมนูในโปรแกรมเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีหน่วยความจำไม่เพียงพอ โปรแกรมอาจตอบสนองได้ช้าหรืออาจไม่ตอบสนอง ถ้ามีเมนูปรากฏขึ้น เมนูอาจจะไม่ตอบสนองเมื่อคุณพยายามคลิกรายการ หรืออาจไม่แสดงรายการทั้งหมด ถ้าคุณคลิกรายการในเมนู เมนูอาจจะหายไปด้วยและปรากฏเป็นพื้นที่ว่างเปล่าบนจอภาพแทนที่จะแสดงเนื้อหาของเอกสารหรือแฟ้มที่คุณกำลังทำงานอยู่

ปัญหาหน่วยความจำไม่เพียงพอเกิดขึ้นได้อย่างไร

เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีหน่วยความจำอยู่สองประเภทคือหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม (RAM) และหน่วยความจำเสมือน โปรแกรมทุกโปรแกรมใช้ RAM แต่เมื่อมี RAM ไม่เพียงพอสำหรับโปรแกรมที่คุณกำลังเรียกใช้งาน Windows จะย้ายข้อมูลซึ่งโดยปกติจะเก็บไว้ที่ RAM ไปไว้ที่แฟ้มในฮาร์ดดิสก์ของคุณชั่วคราวที่เรียกว่า แฟ้มเก็บเพจ ปริมาณของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บชั่วคราวในแฟ้มเก็บเพจมักเรียกว่า หน่วยความจำเสมือน การใช้หน่วยความจำเสมือน หรือในอีกความหมายหนึ่งคือการย้ายข้อมูลเข้าและออกจากแฟ้มเก็บเพจ จะช่วยให้มี RAM เพียงพอสำหรับเรียกใช้โปรแกรมได้อย่างถูกต้อง

ปัญหาหน่วยความจำไม่เพียงพอจะเกิดขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มี RAM เหลือและมีหน่วยความจำเสมือนไม่เพียงพอ ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อคุณเรียกใช้โปรแกรมมากเกินกว่าที่จำนวน RAM ที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์จะสามารถสนับสนุนการทำงานได้ ปัญหาหน่วยความจำไม่เพียงพอยังสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อโปรแกรมนั้นไม่ยอมปล่อยหน่วยความจำที่ตัวเองไม่จำเป็นต้องใช้แล้วออกมา ปัญหานี้เรียกว่า การใช้หน่วยความจำเกิน หรือ หน่วยความจำรั่วไหล

วิธีป้องกันปัญหาหน่วยความจำไม่เพียงพอ

การใช้งานโปรแกรมพร้อมๆ กันทีละน้อยสามารถช่วยป้องกันปัญหาหน่วยความจำไม่เพียงพอและการสูญหายของข้อมูลได้ คุณควรสังเกตว่าโปรแกรมใดบ้างแสดงให้เห็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าหน่วยความจำไม่เพียงพอ และพยายามที่จะไม่เรียกใช้งานโปรแกรมเหล่านั้นพร้อมๆ กัน

อย่างไรก็ตาม การจำกัดการใช้งานโปรแกรมก็ไม่ใช่วิธีที่สะดวกหรือปฏิบัติได้จริงเสมอไป สัญญาณที่บ่งบอกว่าหน่วยความจำไม่เพียงพอสามารถบอกได้ว่าคอมพิวเตอร์นั้นต้องการ RAM เพิ่มเพื่อสนับสนุนโปรแกรมต่างๆ ที่คุณใช้ ต่อไปนี้เป็นวิธีที่แนะนำในการแก้ไขหรือป้องกันปัญหาหน่วยความจำไม่เพียงพอ

  • เพิ่มขนาดของแฟ้มเก็บเพจ (หน่วยความจำเสมือน)

    Windows จะพยายามเพิ่มขนาดของแฟ้มเก็บเพจโดยอัตโนมัติในครั้งแรกที่คอมพิวเตอร์ของคุณมีหน่วยความจำไม่เพียงพอ แต่คุณยังสามารถเพิ่มขนาดด้วยตนเองได้จนถึงขนาดสูงสุดที่จำนวน RAM ที่ติดตั้งอยู่กำหนดไว้ ถึงแม้ว่าการเพิ่มขนาดของแฟ้มเก็บเพจสามารถช่วยป้องกันปัญหาหน่วยความจำไม่เพียงพอได้ แต่ก็อาจทำให้เรียกใช้โปรแกรมได้ช้าลง เพราะว่าคอมพิวเตอร์ของคุณจะอ่านข้อมูลจาก RAM ได้รวดเร็วมากกว่าการอ่านจากฮาร์ดดิสก์ (ซึ่งมีแฟ้มเก็บเพจอยู่) ดังนั้นการกำหนดให้มีหน่วยความจำเสมือนมากเกินไปจะทำให้โปรแกรมทำงานช้าลง

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การเปลี่ยนขนาดของหน่วยความจำเสมือน

  • การติดตั้ง RAM เพิ่ม

    ถ้าคุณเห็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าหน่วยความจำไม่เพียงพอ หรือถ้า Windows เตือนคุณเกี่ยวกับปัญหาหน่วยความจำไม่เพียงพอ ให้ตรวจสอบข้อมูลที่มาพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณหรือติดต่อผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ เพื่อดูว่าคอมพิวเตอร์ของคุณใช้ RAM ประเภทใดได้บ้าง และทำการติดตั้ง RAM เพิ่มต่อไป เมื่อต้องการติดตั้ง RAM ให้ตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิต

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การค้นหาจำนวน RAM ของคอมพิวเตอร์คุณ

  • การพิจารณาว่าโปรแกรมนั้นใช้หน่วยความจำเกินหรือไม่

    ถ้าคอมพิวเตอร์มีหน่วยความจำไม่เพียงพอเมื่อใดก็ตามที่คุณเรียกใช้โปรแกรมบางตัว โปรแกรมเหล่านั้นอย่างน้อยหนึ่งตัวอาจจะมีปัญหาหน่วยความจำรั่วไหล ถ้าต้องการหยุดปัญหาหน่วยความจำรั่วไหล คุณจำเป็นต้องปิดโปรแกรมนั้น ในการแก้ไขปัญหาหน่วยความจำรั่วไหล คุณจำเป็นต้องตรวจหาการปรับปรุงสำหรับโปรแกรมนั้น หรือติดต่อกับผู้เผยแพร่ซอฟต์แวร์

    ถ้าต้องการหาว่าโปรแกรมใดที่ใช้หน่วยความจำมากที่สุด ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. เปิด 'ตัวจัดการงาน' โดยคลิกขวาที่แถบงาน แล้วคลิก เริ่ม 'ตัวจัดการงาน'

    2. คลิกแท็บ กระบวนการ

    3. เมื่อต้องการเรียงโปรแกรมต่างๆ ตามการใช้หน่วยความจำ ให้คลิก หน่วยความจำ (ชุดการทำงานเฉพาะส่วน)

    คุณยังสามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมและข้อมูลการแก้ไขปัญหาได้โดยใช้ Event Viewer

    1. เปิด Event Viewer ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิก แผงควบคุม คลิก ระบบและความปลอดภัย คลิก เครื่องมือในการดูแล แล้วคลิกสองครั้งที่ Event Viewer ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    2. ในบานหน้าต่างด้านซ้าย ให้คลิก บันทึกการใช้งานของโปรแกรมประยุกต์และบริการ เพื่อดูเหตุการณ์ข้อผิดพลาดต่างๆ ถ้าต้องการดูรายละเอียดของปัญหา ให้คลิกสองครั้งที่เหตุการณ์นั้น เมื่อต้องการดูว่ามีข้อมูลการแก้ไขปัญหาหรือไม่ ให้ค้นหาการเชื่อมโยงไปยังวิธีใช้แบบออนไลน์

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ มีข้อมูลใดปรากฏในบันทึกเหตุการณ์ (Event Viewer) บ้าง