การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยและการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัย


ถ้าคุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อนุญาตให้ผู้อื่นใช้คอมพิวเตอร์ของคุณ หรือใช้แฟ้มร่วมกับผู้อื่น คุณควรดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับคอมพิวเตอร์ของคุณ เป็นเพราะเหตุใด เนื่องจากมีอาชญากรคอมพิวเตอร์ (บางครั้งเรียกว่า แฮกเกอร์) ที่คอยโจมตีคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น บุคคลเหล่านี้อาจโจมตีโดยตรงด้วยการเจาะเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านทางอินเทอร์เน็ตและขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณ หรือโดยทางอ้อมด้วยการสร้างซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายเพื่อทำความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ

โชคดีที่คุณสามารถป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณได้ด้วยมาตรการป้องกันง่ายๆ เพียงสองสามข้อ บทความนี้จะอธิบายการคุกคามต่างๆ และสิ่งที่คุณสามารถดำเนินการเพื่อป้องกันการคุกคามเหล่านั้นได้

การป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณ

มีหลายวิธีที่จะช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณจากการคุกคามด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • ไฟร์วอลล์ ไฟร์วอลล์สามารถช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยการป้องกันการเข้าถึงของแฮกเกอร์หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย

  • การป้องกันไวรัส ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสจะช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณจากไวรัสหนอน และการคุกคามด้านความปลอดภัยอื่นๆ

  • การป้องกันสปายแวร์และมัลแวร์อื่นๆ ซอฟต์แวร์ AntiSpyware จะช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณจากสปายแวร์และซอฟต์แวร์อื่นที่อาจไม่เป็นที่ต้องการ

  • Windows Update Windows สามารถตรวจหาการปรับปรุงสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นประจำและติดตั้งโปรแกรมเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ

การจัดการการตั้งค่าความปลอดภัยด้วย 'ศูนย์ปฏิบัติการ'

'ศูนย์ปฏิบัติการ' คือตำแหน่งที่ตั้งศูนย์กลางในการตรวจสอบและจัดการการตั้งค่าไฟร์วอลล์ Windows Update การตั้งค่าซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต และการตั้งค่า 'การควบคุมบัญชีผู้ใช้' นอกจากนี้ 'ศูนย์ปฏิบัติการ' ยังจะตรวจสอบการตั้งค่าการบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ และให้การเชื่อมโยงไปยังตัวแก้ไขปัญหาและเครื่องมืออื่นๆ ที่สามารถช่วยในการแก้ไขปัญหาได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'ศูนย์ปฏิบัติการ' ให้ดูที่ 'ศูนย์ปฏิบัติการ' ตรวจสอบปัญหาอย่างไร

การใช้ไฟร์วอลล์

ไฟร์วอลล์ คือซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ตรวจสอบข้อมูลซึ่งมาจากอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย แล้วทำการขจัดข้อมูลนั้นหรือปล่อยให้ข้อมูลนั้นผ่านเข้ามายังคอมพิวเตอร์ของคุณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าไฟร์วอลล์ของคุณ ด้วยวิธีนี้ ไฟร์วอลล์จะช่วยป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์และซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณได้

ไฟร์วอลล์ Windows ติดตั้งอยู่ภายใน Windows และจะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ

ภาพประกอบของวิธีการทำงานของไฟร์วอลล์
วิธีการทำงานของไฟร์วอลล์

ถ้าคุณเรียกใช้โปรแกรม เช่น โปรแกรมข้อความโต้ตอบแบบทันที หรือเกมบนเครือข่ายแบบผู้เล่นหลายคน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย ไฟร์วอลล์จะถามคุณว่าต้องการจะบล็อกหรือยกเลิกการบล็อก (อนุญาต) การเชื่อมต่อนั้นหรือไม่ ถ้าคุณเลือกที่จะยกเลิกการบล็อกการเชื่อมต่อ ไฟร์วอลล์ Windows จะกำหนดข้อยกเว้นเพื่อว่าไฟร์วอลล์จะไม่รบกวนคุณเมื่อโปรแกรมนั้นจำเป็นต้องรับข้อมูลอีกในอนาคต

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ ไฟร์วอลล์: คำถามที่ถามบ่อย

การใช้การป้องกันไวรัส

ไวรัส หนอน และม้าโทรจันเป็นโปรแกรมที่แฮกเกอร์สร้างขึ้น และใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อทำลายคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการป้องกัน ไวรัสและหนอนจะจำลองตัวเองจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่ง ในขณะที่ม้าโทรจันจะเข้าสู่คอมพิวเตอร์ด้วยการซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ดูเหมือนเป็นปกติ เช่น โปรแกรมรักษาหน้าจอ โดยที่ไวรัส หนอน และม้าโทรจันที่สร้างความเสียหายจะลบข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ของคุณ หรือปิดใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณอย่างสมบูรณ์ ตัวอื่นๆ อาจไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายโดยตรง แต่มีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานและความเสถียรของคอมพิวเตอร์ลดน้อยลงได้

โปรแกรมป้องกันไวรัสจะสแกนหาไวรัส หนอน และม้าโทรจันจากอีเมลและแฟ้มอื่นๆ ในคอมพิวเตอร์ของคุณ ถ้าพบตัวใดตัวหนึ่ง โปรแกรมป้องกันไวรัสจะ กักกัน (แยก) หรือลบออกก่อนที่จะทำความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์และแฟ้มของคุณ

Windows ไม่มีโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบในตัว แต่บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของคุณอาจติดตั้งไว้ให้ หากไม่ได้รับการติดตั้ง มีโปรแกรมป้องกันไวรัสมากมายที่พร้อมให้ใช้งาน ทั้งนี้ Microsoft ขอเสนอ Microsoft Security Essentials โปรแกรมป้องกันไวรัสที่คุณสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ Microsoft Security Essentials นอกจากนี้ คุณสามารถไปที่เว็บไซต์เกี่ยวกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ความปลอดภัยของ Windows 7เพื่อค้นหาโปรแกรมป้องกันไวรัสของบริษัทอื่น

เนื่องจากมีการค้นพบไวรัสใหม่ๆ ทุกวัน จึงจำเป็นต้องใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีความสามารถในการปรับปรุงอัตโนมัติ เมื่อโปรแกรมได้รับการปรับปรุง จะมีการเพิ่มไวรัสใหม่ๆ เข้าในรายการไวรัสที่จะตรวจสอบ จึงช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณจากการโจมตีใหม่ๆ ถ้ารายชื่อไวรัสไม่ทันสมัย คอมพิวเตอร์ของคุณจะเสี่ยงต่อการคุกคามใหม่ๆ โดยปกติการปรับปรุงจำเป็นต้องเสียค่าการสมัครใช้งานรายปี รักษาสถานะของการสมัครใช้งานให้เป็นปัจจุบันเพื่อจะได้รับการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

คำเตือน

  • ถ้าคุณไม่ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส คอมพิวเตอร์ของคุณอาจเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายจากซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย นอกจากนี้คุณยังเสี่ยงที่จะเป็นพาหะในการแพร่กระจายไวรัสไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นด้วย

การใช้การป้องกันสปายแวร์

สปายแวร์คือซอฟต์แวร์ที่สามารถแสดงโฆษณา เก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณ หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าในคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ได้รับความยินยอมอย่างถูกต้องจากคุณ ตัวอย่างเช่น สปายแวร์สามารถติดตั้งแถบเครื่องมือที่คุณไม่ต้องการหรือรายการโปรดในเว็บเบราว์เซอร์ของคุณ เปลี่ยนโฮมเพจเริ่มต้นของคุณ หรือแสดงโฆษณาที่เป็นหน้าต่างแบบผุดขึ้นบ่อยครั้ง สปายแวร์บางตัวจะไม่แสดงอาการให้คุณตรวจพบได้ แต่จะแอบเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ เช่น เว็บไซต์ที่คุณเข้าชมหรือข้อความที่คุณพิมพ์ สปายแวร์ส่วนใหญ่จะถูกติดตั้งผ่านซอฟต์แวร์ที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายที่คุณดาวน์โหลด แต่ในบางกรณี เพียงแค่การเข้าชมเว็บไซต์ก็ส่งผลให้ติดสปายแวร์มาได้

เมื่อต้องการช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณจากสปายแวร์ ให้ใช้โปรแกรม AntiSpyware Windows รุ่นนี้จะมีโปรแกรม AntiSpyware อยู่แล้วภายในที่เรียกว่า Windows Defender ซึ่งจะเปิดทำงานตามค่าเริ่มต้นWindows Defender จะแจ้งเตือนคุณเมื่อสปายแวร์พยายามติดตั้งตัวเองบนคอมพิวเตอร์ของคุณ และยังสามารถสแกนคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อหาและเอาสปายแวร์ที่มีอยู่ออก

เนื่องจากสปายแวร์ใหม่ๆ ปรากฏขึ้นทุกวัน Windows Defender จึงต้องได้รับการปรับปรุงอยู่เป็นประจำเพื่อตรวจหาและป้องกันการคุกคามจากสปายแวร์ล่าสุด Windows Defender จะได้รับการปรับปรุงตามต้องการในทุกครั้งที่คุณปรับปรุง Windows สำหรับระดับการป้องกันสูงสุด ให้ตั้งค่า Windows ให้ติดตั้งการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ (ดูที่ด้านล่าง)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การใช้ Windows Defender

การปรับปรุง Windows โดยอัตโนมัติ

Microsoft จะเสนอการปรับปรุงที่สำคัญให้กับ Windows อยู่เป็นประจำ ซึ่งสามารถช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณจากไวรัสใหม่ๆ และภัยคุกคามด้านความปลอดภัยอื่นๆ เมื่อต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้รับการปรับปรุงเหล่านี้โดยเร็วที่สุด ให้เปิดใช้การปรับปรุงอัตโนมัติ วิธีการดังกล่าวจะทำให้คุณไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขที่สำคัญสำหรับ Windows ที่อาจไม่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ

การปรับปรุงจะได้รับการดาวน์โหลดโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การปรับปรุงจะได้รับการติดตั้งในเวลา 03.00 น. นอกเสียจากว่าคุณจะระบุไว้เป็นเวลาอื่น ถ้าคุณปิดคอมพิวเตอร์ก่อนหน้านั้น คุณสามารถติดตั้งการปรับปรุงได้ก่อนที่จะปิดเครื่อง มิฉะนั้น Windows จะติดตั้งการปรับปรุงในครั้งต่อไปเมื่อคุณเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์

เมื่อต้องการเปิดใช้การปรับปรุงอัตโนมัติ

  1. เปิด Windows Update ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์ Update จากนั้นในรายการผลลัพธ์ ให้คลิก Windows Update

  2. คลิก เปลี่ยนแปลงการตั้งค่า

  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือก ติดตั้งการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ (แนะนำ) ไว้แล้ว

    Windows จะติดตั้งการปรับปรุงที่สำคัญสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณเมื่อการปรับปรุงนั้นพร้อมใช้งาน การปรับปรุงที่สำคัญมีประโยชน์อย่างยิ่ง เช่น ทำให้มีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น

  4. ภายใต้ การปรับปรุงที่แนะนำ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากล่องกาเครื่องหมาย ให้การปรับปรุงที่แนะนำแก่ฉันด้วยวิธีเดียวกับที่ฉันรับการปรับปรุงที่สำคัญ ถูกเลือกไว้ แล้วคลิก ตกลง

    การปรับปรุงที่แนะนำสามารถจัดการกับปัญหาที่ไม่ร้ายแรง และช่วยเพิ่มประสบการณ์ด้านการใช้คอมพิวเตอร์ของคุณ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับปรุงอัตโนมัติของ Windows

การติดตั้งเว็บเบราว์เซอร์ที่คุณใช้รุ่นล่าสุดและคอยปรับปรุงให้ทันสมัย

การใช้เว็บเบราว์เซอร์รุ่นล่าสุดและคอยปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาในขณะออนไลน์ ส่วนใหญ่แล้ว เว็บเบราว์เซอร์รุ่นล่าสุดจะมีการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยและคุณลักษณะใหม่ๆ ที่ช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์และความเป็นส่วนตัวของคุณได้ในขณะที่คุณออนไลน์

นอกจากนี้ เว็บเบราว์เซอร์หลายรุ่นก็มีการปรับปรุงความปลอดภัยมานำเสนอเป็นระยะๆ ดังนั้น เมื่อมีการปรับปรุงใหม่พร้อมให้ใช้งานคุณควรติดตั้งให้กับเว็บเบราว์เซอร์ของคุณ

หากคุณใช้ Internet Explorer คุณสามารถรับการปรับปรุงแบบอัตโนมัติโดยใช้ Windows Update ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้ตั้งค่าให้รับการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ คุณสามารถขอรับการปรับปรุงเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองโดยใช้ Internet Explorer คลิกปุ่ม ความปลอดภัย แล้วคลิก Windows Update ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อตรวจหาการปรับปรุง

การเปิดคุณลักษณะความปลอดภัยของเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์หลายอย่างจะมีคุณลักษณะความปลอดภัยซึ่งช่วยให้คุณเรียกดูเว็บได้อย่างปลอดภัย การตรวจสอบว่าเบราว์เซอร์ของคุณมีคุณลักษณะความปลอดภัยอะไรบ้างและเปิดใช้งานคุณลักษณะเหล่านั้นจึงเป็นความคิดที่ดี

หากคุณมี Internet Explorer คุณลักษณะความปลอดภัยบางอย่างที่มีให้ใช้มีดังต่อไปนี้

  • ตัวกรอง SmartScreen ที่สามารถช่วยปกป้องคุณจากการโจมตีแบบฟิชชิ่งออนไลน์ เว็บไซต์ฉ้อฉล เว็บไซต์ตบตา หรือเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายต่างๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ ตัวกรอง SmartScreen: คำถามที่ถามบ่อย

  • การเน้นโดเมน ซึ่งทำให้คุณสามารถดูที่อยู่เว็บที่มีอยู่จริงบนเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมได้ง่ายดายขึ้น สิ่งนี้ช่วยให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงเว็บไซต์ลวงหรือเว็บไซต์ฟิชชิ่ง ซึ่งใช้ที่อยู่เว็บที่อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดเพื่อหลอกลวงคุณ โดเมนจริงที่คุณกำลังเยี่ยมชมจะได้รับการเน้นในแถบที่อยู่

  • ตัวจัดการ Add-on ที่ให้คุณสามารถปิดใช้งานหรือเปิด Add-on ของเว็บเบราว์เซอร์ และลบตัวควบคุม ActiveX ที่ไม่ต้องการออกได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ Add-on ของเบราว์เซอร์มีผลต่อคอมพิวเตอร์ของฉันอย่างไร

  • ตัวกรองการโจมตีแบบแฝงสคริปต์ (XSS) ที่ช่วยป้องกันการโจมตีจากเว็บไซต์ฟิชชิ่งและเว็บไซต์ฉ้อฉลที่อาจพยายามขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ Internet Explorer จะช่วยป้องกันฉันจากการโจมตีแบบแฝงสคริปต์ได้อย่างไร

  • การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย (SSL) แบบ 128 บิต เพื่อการใช้เว็บไซต์อย่างปลอดภัย คุณลักษณะนี้ช่วยให้ Internet Explorer สร้างการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสลับกับเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งดำเนินงานโดยธนาคาร ร้านค้าออนไลน์ ไซต์ทางการแพทย์ หรือองค์กรอื่นๆ ที่ต้องจัดการกับข้อมูลสำคัญของลูกค้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ วิธีการที่จะรู้ว่าธุรกรรมออนไลน์มีความปลอดภัยหรือไม่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันคอมพิวเตอร์และความเป็นส่วนตัวของคุณขณะออนไลน์ ให้ไปที่เว็บไซต์ Microsoft Security หรือเว็บไซต์ Microsoft Online Safety

การใช้บัญชีผู้ใช้มาตรฐาน

เมื่อคุณเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ Windows จะให้ระดับสิทธิและสิทธิพิเศษอย่างหนึ่งอย่างใดตามชนิดบัญชีผู้ใช้ของคุณ ชนิดบัญชีผู้ใช้มีสามชนิด คือ บัญชีผู้ใช้มาตรฐาน บัญชีผู้ดูแล และบัญชี Guest

แม้ว่าบัญชีผู้ดูแลจะให้การควบคุมคอมพิวเตอร์ได้ทั้งหมด แต่การใช้บัญชีผู้ใช้มาตรฐานก็สามารถช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณปลอดภัยยิ่งขึ้นได้ ด้วยวิธีนี้ ถ้าผู้อื่น (หรือแฮกเกอร์) เข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณขณะที่คุณเข้าสู่ระบบอยู่ บุคคลเหล่านั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์หรือบัญชีผู้ใช้อื่นๆ ได้ คุณสามารถตรวจสอบชนิดบัญชีของคุณหลังจากเข้าสู่ระบบได้โดยทำดังนี้

ขั้นตอนที่คุณควรทำตามจะแตกต่างกัน ขึ้นกับว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่บนโดเมนหรือเวิร์กกรุ๊ป เมื่อต้องการดู ให้ดูที่ "เมื่อต้องการตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในเวิร์กกรุ๊ปหรือไม่" ใน โดเมน เวิร์กกรุ๊ป และโฮมกรุ๊ป แตกต่างกันอย่างไร

แสดงทั้งหมด

คอมพิวเตอร์ของฉันอยู่บนโดเมน

  1. พิมพ์ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับบัญชีผู้ใช้ของคุณในหน้าจอต้อนรับ

    รูปภาพของหน้าจอต้อนรับ
    หน้าจอต้อนรับ
  2. เมื่อต้องการเปิด 'บัญชีผู้ใช้' ให้คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิก แผงควบคุม คลิก บัญชีผู้ใช้ คลิก บัญชีผู้ใช้ แล้วคลิก จัดการบัญชีผู้ใช้ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    ชื่อผู้ใช้ของคุณจะแสดงเป็นตัวเน้นและชนิดบัญชีผู้ใช้ของคุณจะปรากฏในคอลัมน์ กลุ่ม

    รูปภาพของผู้ใช้ปัจจุบันที่เข้าสู่ระบบใน 'จัดการบัญชีผู้ใช้' ใน 'แผงควบคุม'
    ผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบอยู่ในขณะนี้และชนิดบัญชีของผู้ใช้

คอมพิวเตอร์ของฉันอยู่ในเวิร์กกรุ๊ป

  1. พิมพ์ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับบัญชีผู้ใช้ของคุณในหน้าจอต้อนรับ

    รูปภาพของหน้าจอต้อนรับ
    หน้าจอต้อนรับ
  2. เมื่อต้องการเปิด 'บัญชีผู้ใช้' ให้คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิก แผงควบคุม คลิก บัญชีผู้ใช้และความปลอดภัยของครอบครัว คลิก บัญชีผู้ใช้ แล้วคลิก จัดการบัญชีอื่น ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    ชนิดบัญชีผู้ใช้จะปรากฏใต้ชื่อผู้ใช้ของคุณ

    รูปภาพของผู้ใช้ปัจจุบันที่เข้าสู่ระบบใน 'บัญชีผู้ใช้' ใน 'แผงควบคุม'
    ผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบอยู่ในขณะนี้และชนิดบัญชีของผู้ใช้

    ถ้าชนิดบัญชีของคุณคือผู้ดูแล แสดงว่าขณะนี้คุณเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแล

ถ้าคุณกำลังใช้บัญชีผู้ดูแลอยู่ ให้ดูที่ การเปลี่ยนชนิดบัญชีของผู้ใช้ เพื่อเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนบัญชีดังกล่าวให้เป็นบัญชีผู้ใช้มาตรฐาน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ บัญชีผู้ใช้: คำถามที่ถามบ่อย

เคล็ดลับการใช้อีเมลและเว็บอย่างปลอดภัย

  • ใช้ความระมัดระวังเมื่อเปิดสิ่งที่แนบมากับอีเมล สิ่งที่แนบมากับอีเมล (แฟ้มที่แนบมากับข้อความอีเมล) เป็นแหล่งสำคัญของการติดไวรัส อย่าเปิดสิ่งที่แนบจากบุคคลที่คุณไม่รู้จัก ถ้าคุณรู้จักผู้ส่งแต่ไม่คาดว่าจะได้รับสิ่งที่แนบ ให้ตรวจสอบว่าผู้ส่งได้ส่งสิ่งที่แนบนั้นจริงๆ ก่อนที่จะเปิด

  • ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอย่างระมัดระวัง ถ้าเว็บไซต์ขอหมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลธนาคาร หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไว้ใจเว็บไซต์นั้นได้และตรวจสอบว่าระบบธุรกรรมของเว็บไซต์นั้นมีความปลอดภัย

  • ใช้ความระมัดระวังเมื่อคลิกการเชื่อมโยงหลายมิติในข้อความอีเมล การเชื่อมโยงหลายมิติ (การเชื่อมโยงที่จะเปิดเว็บไซต์เมื่อคุณคลิก) มักจะถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการคุกคามประเภทฟิชชิ่งและสปายแวร์ แต่ก็สามารถเป็นพาหะแพร่ไวรัสได้ด้วย ให้คลิกเฉพาะการเชื่อมโยงในข้อความอีเมลที่คุณไว้ใจเท่านั้น

  • ติดตั้งเฉพาะ Add-on จากเว็บไซต์ที่คุณไว้ใจ Add-on ของเว็บเบราว์เซอร์ช่วยให้เว็บเพจแสดงสิ่งต่างๆ ได้ เช่น แถบเครื่องมือ ตัวแสดงราคาหุ้น วิดีโอ และภาพเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม Add-on สามารถติดตั้งสปายแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายอื่นๆ ได้ด้วย ถ้าเว็บไซต์ขอให้คุณติดตั้ง Add-on ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไว้ใจเว็บไซต์นั้นได้ก่อนทำการติดตั้ง



ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่