การแก้ไขข้อผิดพลาดการหยุด (จอฟ้า) ใน Windows 7

ข้อผิดพลาดการหยุด (หรือที่เรียกว่าข้อผิดพลาดจอฟ้าหรือจอดำ) อาจเกิดขึ้นได้หากมีปัญหาร้ายแรงอันเป็นเหตุให้ Windows 7 ปิดลงหรือเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่โดยไม่คาดคิด คุณอาจเห็นข้อความ "Windows ถูกปิดการทำงานเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ของคุณ"

ข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจเกิดจากปัญหาด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และอาจเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขปัญหา เครื่องมือและวิธีการต่อไปนี้มักสามารถช่วยให้ Windows ใช้งานได้อีกครั้ง

ถ้าคุณสามารถเริ่มการทำงานของ Windows

เครื่องมือและวิธีเหล่านี้จะช่วยให้ระบบของคุณสามารถย้อนกลับสู่สถานะก่อนหน้า และช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณได้รับการติดตั้งการปรับปรุงล่าสุด

แสดงทั้งหมด

การเลิกทำการเปลี่ยนแปลงล่าสุดโดยใช้ 'การคืนค่าระบบ'

'การคืนค่าระบบ' คือวิธีที่ง่ายที่สุดในการทดลองเป็นอันดับแรก เครื่องมือนี้สามารถเลิกทำการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของแฟ้มระบบของคอมพิวเตอร์ที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหา 'การคืนค่าระบบ' ไม่มีผลกระทบต่อแฟ้มส่วนบุคคลของคุณเช่น อีเมล เอกสาร หรือภาพถ่าย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ 'การคืนค่าระบบ' คืออะไร

เมื่อต้องการเปิด 'การคืนค่าระบบ'

  1. เปิด 'การคืนค่าระบบ' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์ การคืนค่าระบบ จากนั้นในรายการผลลัพธ์ ให้คลิก การคืนค่าระบบ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

  2. ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอของคุณ

การใช้ 'ศูนย์ปฏิบัติการ' เพื่อตรวจหาวิธีการแก้ไขปัญหา

Windows จะสร้างรายงานเมื่อเกิดปัญหาฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์บางประการ 'ศูนย์ปฏิบัติการ' สามารถตรวจสอบได้ว่ามีวิธีการแก้ไขปัญหาที่รายงานมาหรือไม่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ 'ศูนย์ปฏิบัติการ' ตรวจสอบปัญหาอย่างไร

เมื่อต้องการตรวจหาวิธีการแก้ไขปัญหา

  1. เปิด 'ศูนย์ปฏิบัติการ' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิก แผงควบคุม จากนั้นภายใต้ ระบบและความปลอดภัย ให้คลิก ตรวจทานสถานะคอมพิวเตอร์ของคุณ

  2. คลิก การบำรุงรักษา

  3. ภายใต้ ตรวจหาการแก้ไขปัญหาของรายงานปัญหา ให้คลิก ตรวจหาการแก้ไขปัญหาWindows จะแจ้งให้คุณทราบถ้ามีวิธีการแก้ไขปัญหาใดๆ สำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ

หมายเหตุ

  • ปัญหาและวิธีแก้ไขปัญหาบางอย่างจะสามารถดูและแก้ไขได้โดยผู้ดูแลเท่านั้น เข้าสู่ระบบโดยใช้ บัญชีผู้ดูแล เพื่อดูปัญหาเหล่านี้

การตรวจหาการปรับปรุงซอฟต์แวร์ด้วย Windows Update

การปรับปรุงล่าสุดจาก Microsoft อาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้ Windows Update ช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณมีการปรับปรุงอยู่เสมอด้วยการปรับปรุงระบบล่าสุดและ โปรแกรมควบคุม คุณสามารถตรวจสอบ Windows Update ด้วยตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีการปรับปรุงล่าสุดสำหรับ Windows 7 ติดตั้งอยู่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การปรับปรุง: คำถามที่ถามบ่อย

เมื่อต้องการตรวจหาการปรับปรุง

  1. เปิด Windows Update ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์ Update จากนั้นในรายการผลลัพธ์ ให้คลิก Windows Update

  2. ในบานหน้าต่างด้านซ้าย ให้คลิก ตรวจหาการปรับปรุง แล้วรอสักครู่ขณะที่ Windows กำลังค้นหาการปรับปรุงล่าสุดสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ

  3. ถ้าคุณเห็นข้อความที่บอกคุณว่าการปรับปรุงพร้อมใช้งาน หรือบอกให้คุณตรวจทานการปรับปรุง ให้คลิกที่ข้อความเพื่อดูและเลือกการปรับปรุงดังกล่าว

  4. ในรายการ ให้คลิกการปรับปรุงเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม เลือกกล่องกาเครื่องหมายสำหรับการปรับปรุงใดๆ ที่คุณต้องการติดตั้ง แล้วคลิก ตกลง

  5. คลิก ติดตั้งการปรับปรุง

    อ่านและยอมรับเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้สิทธิ แล้วคลิก เสร็จสิ้น ถ้าการปรับปรุงนั้นต้องการ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

การค้นหาโปรแกรมควบคุมบนเว็บไซต์ของผู้ผลิต

ถ้าคุณเพิ่งติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น การ์ดเสียงหรือการ์ดแสดงผลโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ที่ติดตั้งอย่างไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดปัญหา

โปรดตรวจสอบว่าคุณมีโปรแกรมควบคุมล่าสุดสำหรับอุปกรณ์ที่ติดตั้ง โดยทั่วไป คุณสามารถค้นหาโปรแกรมควบคุมในเว็บไซต์ของผู้ผลิตอุปกรณ์ โปรแกรมควบคุมส่วนใหญ่จะติดตั้งเองหลังจากที่คุณดาวน์โหลด โดยทั่วไปแล้วคุณสามารถคลิกสองครั้งที่แฟ้มเพื่อเริ่มการติดตั้ง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การปรับปรุงโปรแกรมควบคุม: การเชื่อมโยงที่แนะนำ

ถ้าโปรแกรมควบคุมไม่ได้เป็นแบบติดตั้งตัวเอง ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

เมื่อต้องการปรับปรุงโปรแกรมควบคุม

คุณต้องเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลเพื่อให้สามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้

  1. เปิดตัวจัดการอุปกรณ์โดยคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิก แผงควบคุม คลิก ระบบและความปลอดภัย จากนั้นภายใต้ ระบบ ให้คลิก ตัวจัดการอุปกรณ์ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

  2. ในรายการประเภทของฮาร์ดแวร์ ค้นหาอุปกรณ์ที่คุณต้องการปรับปรุง แล้วคลิกสองครั้งที่ชื่ออุปกรณ์

  3. คลิกแท็บ โปรแกรมควบคุม คลิก ปรับปรุงโปรแกรมควบคุม แล้วทำตามคำแนะนำ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

การใช้เซฟโหมดเพื่อแก้ไขปัญหา

เซฟโหมด จะเริ่ม Windows ในสถานะที่จำกัด เฉพาะแฟ้มและโปรแกรมควบคุมพื้นฐานที่จำเป็นในการเรียกใช้ Windows เท่านั้นที่เริ่มทำงาน ซึ่งสามารถช่วยคุณแก้ไขปัญหาซอฟต์แวร์ได้

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าโปรแกรมทำงานทันทีที่คุณเริ่ม Windows และไม่สามารถปิดโปรแกรมได้ คุณสามารถเริ่ม Windows ในเซฟโหมดได้ แล้วจึงลองถอนการติดตั้งโปรแกรม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ เซฟโหมดคืออะไร

เมื่อต้องการเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ในเซฟโหมด

  1. เอาแผ่นฟลอปปีดิสก์ ซีดี และดีวีดีทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่

    คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิกลูกศรที่อยู่ถัดจากปุ่ม ปิดเครื่องรูปภาพของปุ่ม 'ปิดเครื่อง' แล้วคลิก เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่
  2. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณติดตั้งระบบปฏิบัติการเพียงระบบเดียว ให้กดแป้น F8 ค้างไว้ในขณะที่เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ คุณต้องกด F8 ก่อนที่โลโก้ Windows จะปรากฏขึ้นมา ถ้าโลโก้ Windows ปรากฏขึ้นมา คุณจะต้องลองอีกครั้งโดยรอจนกระทั่งพร้อมท์การเข้าสู่ระบบ Windows ปรากฏขึ้น แล้วจึงปิดเครื่องและเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบ ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นระบบปฏิบัติการที่คุณต้องการเริ่มในเซฟโหมด แล้วกด F8

  3. บนหน้าจอ ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบขั้นสูง ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นตัวเลือกเซฟโหมดที่คุณต้องการ แล้วกด Enter สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือก ให้ดูที่ ตัวเลือกการเริ่มต้นขั้นสูง (ที่มีเซฟโหมด)

  4. เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิของผู้ดูแล

เมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในเซฟโหมด คุณจะเห็นคำว่า เซฟโหมด ที่มุมของหน้าจอ เมื่อต้องการออกจากเซฟโหมด ให้เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ และให้ Windows เริ่มระบบตามปกติ

การตรวจหาข้อผิดพลาดของฮาร์ดดิสก์และหน่วยความจำในคอมพิวเตอร์

ข้อผิดพลาดบางอย่างอาจเกิดจากปัญหาของฮาร์ดดิสก์ หรือ หน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม (RAM) ในคอมพิวเตอร์ของคุณมากกว่าจะเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับ Windows หรือซอฟต์แวร์อื่นที่ทำงานในคอมพิวเตอร์ของคุณ

Windows 7 มีเครื่องมือที่ช่วยในการระบุและแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์บางประการ คุณอาจจำเป็นต้องติดต่อผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เพื่อขอรับการสนับสนุนในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาดร้ายแรง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การตรวจสอบข้อผิดพลาดในไดรฟ์ และ การวินิจฉัยปัญหาหน่วยความจำในคอมพิวเตอร์ของคุณ

เมื่อต้องการตรวจหาข้อผิดพลาดของฮาร์ดดิสก์

  1. เปิด 'คอมพิวเตอร์' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก คอมพิวเตอร์

  2. คลิกขวาที่ไดรฟ์ที่คุณต้องการตรวจสอบ แล้วคลิก คุณสมบัติ

  3. คลิกแท็บ เครื่องมือ จากนั้น ภายใต้ การตรวจสอบข้อผิดพลาด ให้คลิก ตรวจสอบเดี๋ยวนี้ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

    • เมื่อต้องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับแฟ้มและโฟลเดอร์ที่การสแกนตรวจพบโดยอัตโนมัติ ให้เลือก แก้ไขข้อผิดพลาดระบบแฟ้มโดยอัตโนมัติ ไม่เช่นนั้นการตรวจสอบดิสก์จะรายงานเฉพาะปัญหาเท่านั้นแต่ไม่ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

    • เมื่อต้องการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ให้เลือก สแกนและพยายามกู้คืนเซกเตอร์ที่เสียหาย การสแกนนี้จะพยายามค้นหาและแก้ไขข้อผิดพลาดในทางกายภาพของไดรฟ์ ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

    • เมื่อต้องการตรวจสอบทั้งข้อผิดพลาดของแฟ้มและข้อผิดพลาดทางกายภาพ ให้เลือกทั้ง แก้ไขข้อผิดพลาดระบบแฟ้มโดยอัตโนมัติ และ สแกนและพยายามกู้คืนเซกเตอร์ที่เสียหาย

  4. คลิก เริ่ม

เมื่อต้องการตรวจสอบปัญหาของหน่วยความจำ

  1. เปิด 'เครื่องมือวินิจฉัยหน่วยความจำ' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก แผงควบคุม ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์ หน่วยความจำ แล้วคลิก วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ของคุณ ต้องการสิทธิระดับผู้ดูแล ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลหรือการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือทำการยืนยัน

  2. เลือกเวลาที่จะเรียกใช้เครื่องมือ ถ้าคุณเลือกเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่และเรียกใช้เครื่องมือทันที ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณบันทึกงานและปิดโปรแกรมที่เรียกใช้ทั้งหมดแล้ว 'เครื่องมือวินิจฉัยหน่วยความจำ' จะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเริ่มระบบของ Windows ใหม่

ถ้าคุณไม่สามารถเริ่ม Windows ได้เลย

เครื่องมือต่อไปนี้สามารถช่วยคุณถอนการติดตั้งหรือคืนค่าการเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์ ซ่อมแซมแฟ้มเริ่มต้นระบบ Windows และคืนค่าระบบของคุณจากสำเนาสำรองก่อนหน้า หากไม่มีคำแนะนำใดๆ แก้ไขปัญหาได้ คุณสามารถติดตั้ง Windows 7 ใหม่

เครื่องมือหลายๆ อย่างต่อไปนี้ตั้งอยู่ในเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' เมนูนี้ถูกติดตั้งไว้ก่อนหน้าในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ของคุณ และในสื่อการติดตั้ง Windows 7

ในขณะพยายามกู้คืน Windows

  • หากคุณใช้แท็บเล็ตพีซีหรือคอมพิวเตอร์อื่นที่มีหน้าจอสัมผัส คุณอาจต้องเชื่อมต่อแป้นพิมพ์และเมาส์เพื่อใช้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' และเครื่องมืออื่นๆ ในเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ ตัวเลือกการกู้คืนระบบใน Windows 7 มีอะไรบ้าง

  • ถ้า Windows 7 ได้รับการติดตั้งไว้ก่อนหน้าในคอมพิวเตอร์ของคุณ แสดงว่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของคุณอาจติดตั้งตัวเลือกการกู้คืนอื่นๆ ไว้ให้แล้ว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอ่านเอกสารประกอบที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์

แสดงทั้งหมด

การทดลองใช้เซฟโหมดเพื่อเริ่ม Windows

เซฟโหมด จะเริ่ม Windows ในสถานะที่จำกัด เฉพาะแฟ้มและโปรแกรมควบคุมพื้นฐานที่จำเป็นในการเรียกใช้ Windows เท่านั้นที่เริ่มทำงาน ซึ่งสามารถช่วยคุณแก้ไขปัญหาซอฟต์แวร์ได้

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าโปรแกรมควบคุมการ์ดแสดงผลที่เสียหายทำให้ Windows ไม่สามารถแสดงผลได้ หรือถ้าโปรแกรมทำงานทันทีที่คุณเริ่ม Windows และไม่สามารถปิดลงได้ คุณสามารถเริ่ม Windows ในเซฟโหมดก่อนที่โปรแกรมควบคุมหรือโปรแกรมจะเริ่มทำงานแล้วจึงพยายามแก้ไขปัญหา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ เซฟโหมดคืออะไร

เมื่อต้องการเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ในเซฟโหมด

  1. เอาแผ่นฟลอปปีดิสก์ ซีดี และดีวีดีทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่

    คลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' คลิกลูกศรที่อยู่ถัดจากปุ่ม ปิดเครื่องรูปภาพของปุ่ม 'ปิดเครื่อง' แล้วคลิก เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่
  2. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณติดตั้งระบบปฏิบัติการเพียงระบบเดียว ให้กดแป้น F8 ค้างไว้ในขณะที่เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ คุณต้องกด F8 ก่อนที่โลโก้ Windows จะปรากฏขึ้นมา ถ้าโลโก้ Windows ปรากฏขึ้นมา คุณจะต้องลองอีกครั้งโดยรอจนกระทั่งพร้อมท์การเข้าสู่ระบบ Windows ปรากฏขึ้น แล้วจึงปิดเครื่องและเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบ ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นระบบปฏิบัติการที่คุณต้องการเริ่มในเซฟโหมด แล้วกด F8

  3. บนหน้าจอ ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบขั้นสูง ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นตัวเลือกเซฟโหมดที่คุณต้องการ แล้วกด Enter สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือก ให้ดูที่ ตัวเลือกการเริ่มต้นขั้นสูง (ที่มีเซฟโหมด)

  4. เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิของผู้ดูแล

เมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในเซฟโหมด คุณจะเห็นคำว่า เซฟโหมด ที่มุมของหน้าจอ เมื่อต้องการออกจากเซฟโหมด ให้เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ และให้ Windows เริ่มระบบตามปกติ

การใช้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' เพื่อแก้ไขแฟ้มการเริ่มต้นระบบของ Windows

'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาของระบบบางประการที่อาจทำให้ Windows ไม่สามารถเริ่มทำงานได้ เช่นแฟ้มระบบที่ขาดหายหรือเสียหายไป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ: คำถามที่ถามบ่อย

'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' ได้รับการออกแบบมาเพื่อเริ่มต้นโดยอัตโนมัติถ้าตรวจพบปัญหาของระบบบางอย่าง แต่คุณยังสามารถเรียกใช้เครื่องมือด้วยตนเองได้

เมื่อต้องการเรียกใช้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' โดยใช้ตัวเลือกการกู้คืนที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้า

  1. ให้นำฟลอปปีดิสก์ ซีดี และดีวีดีทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่โดยใช้ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของคอมพิวเตอร์

  2. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณติดตั้งระบบปฏิบัติการเพียงระบบเดียว ให้กดแป้น F8 ค้างไว้ในขณะที่เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ คุณต้องกด F8 ก่อนที่โลโก้ Windows จะปรากฏขึ้นมา ถ้าโลโก้ Windows ปรากฏขึ้น คุณจะต้องลองอีกครั้งโดยรอจนกระทั่งพร้อมท์การเข้าสู่ระบบ Windows แสดงขึ้น แล้วปิดเครื่องและเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบ ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นที่ระบบปฏิบัติการที่คุณต้องการซ่อมแซม แล้วกด F8 ค้างไว้

  3. บนหน้าจอ ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบขั้นสูง ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นที่ ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วกด Enter (ถ้า ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ ไม่ได้แสดงเป็นตัวเลือก แสดงว่าคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีตัวเลือกการกู้คืนที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้า หรือผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณปิดไว้)

  4. เลือกรูปแบบแป้นพิมพ์ แล้วคลิก ถัดไป

  5. บนเมนู ตัวเลือกการกู้คืนระบบ ให้คลิก ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ แล้วทำตามคำแนะนำ

เมื่อต้องการเรียกใช้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' โดยใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์ หรือดิสก์การซ่อมแซมระบบ

ถ้าระบบคอมพิวเตอร์ของคุณเสียหายอย่างรุนแรง และคุณไม่สามารถเข้าถึงเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' บนคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถเข้าถึงเมนูนั้นได้โดยใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์ หรือใช้ดิสก์การซ่อมแซมระบบถ้าคุณสร้างไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อต้องการใช้วิธีการนี้ คุณต้องเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ (เริ่มต้นระบบ) โดยใช้ดิสก์หรือ USB แฟลชไดรฟ์

  1. ใส่แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์ หรือดิสก์การซ่อมแซมระบบ แล้วจึงปิดคอมพิวเตอร์ของคุณ

  2. เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่โดยใช้ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของคอมพิวเตอร์

  3. ถ้าได้รับพร้อมท์ ให้กดแป้นใดๆ แล้วทำตามคำแนะนำที่ปรากฏขึ้น

  4. ในหน้า ติดตั้ง Windows หรือในหน้า ตัวเลือกการกู้คืนระบบ โปรดเลือกภาษาของคุณและการกำหนดลักษณะอื่นๆ แล้วจึงคลิก ถัดไป

  5. ถ้าคุณกำลังใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows ให้คลิก ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ

  6. เลือกการติดตั้ง Windows ที่คุณต้องการจะซ่อมแซม แล้วคลิก ถัดไป

  7. บนเมนู ตัวเลือกการกู้คืนระบบ ให้คลิก ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ แล้วทำตามคำแนะนำ

การเลิกทำการเปลี่ยนแปลงล่าสุดโดยใช้ 'การคืนค่าระบบ'

คุณสามารถใช้ 'การคืนค่าระบบ' จากเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' ซึ่งจะทำงานเหมือนกับการเรียกใช้ 'การคืนค่าระบบ' ปกติโดยมีข้อยกเว้นหนึ่งข้อคือ 'การคืนค่าระบบ' จะไม่สามารถสร้างจุดคืนค่าใหม่ได้ในโหมดนี้ ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถเลิกทำการดำเนินการคืนค่าได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเรียกใช้ 'การคืนค่าระบบ' อีกครั้ง และเลือกจุดคืนค่าอื่นได้ ถ้ามีจุดคืนค่าอยู่

เมื่อต้องการเรียกใช้ 'การคืนค่าระบบ' โดยใช้ตัวเลือกการกู้คืนที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้า

  1. ให้นำฟลอปปีดิสก์ ซีดี และดีวีดีทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่โดยใช้ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของคอมพิวเตอร์

  2. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณติดตั้งระบบปฏิบัติการเพียงระบบเดียว ให้กดแป้น F8 ค้างไว้ในขณะที่เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ คุณต้องกด F8 ก่อนที่โลโก้ Windows จะปรากฏขึ้นมา ถ้าโลโก้ Windows ปรากฏขึ้น คุณจะต้องลองอีกครั้งโดยรอจนกระทั่งพร้อมท์การเข้าสู่ระบบ Windows แสดงขึ้น แล้วปิดเครื่องและเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบ ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นที่ระบบปฏิบัติการที่คุณต้องการซ่อมแซม แล้วกด F8 ค้างไว้

  3. บนหน้าจอ ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบขั้นสูง ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นที่ ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วกด Enter (ถ้า ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ ไม่ได้แสดงเป็นตัวเลือก แสดงว่าคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีตัวเลือกการกู้คืนที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้า หรือผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณปิดไว้)

  4. เลือกรูปแบบแป้นพิมพ์ แล้วคลิก ถัดไป

  5. บนเมนู ตัวเลือกการกู้คืนระบบ ให้คลิก การคืนค่าระบบ แล้วทำตามคำแนะนำ

เมื่อต้องการเรียกใช้ 'การคืนค่าระบบ' โดยใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์ หรือดิสก์การซ่อมแซมระบบ

ถ้าระบบคอมพิวเตอร์ของคุณเสียหายอย่างรุนแรง และคุณไม่สามารถเข้าถึงเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' บนคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถเข้าถึงเมนูนั้นได้โดยใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์ หรือใช้ดิสก์การซ่อมแซมระบบถ้าคุณสร้างไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อต้องการใช้วิธีการนี้ คุณต้องเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ (เริ่มต้นระบบ) โดยใช้ดิสก์

  1. ใส่แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์ หรือดิสก์การซ่อมแซมระบบ แล้วจึงปิดคอมพิวเตอร์ของคุณ

  2. เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่โดยใช้ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของคอมพิวเตอร์

  3. ถ้าได้รับพร้อมท์ ให้กดแป้นใดๆ แล้วทำตามคำแนะนำที่ปรากฏขึ้น

  4. ในหน้า ติดตั้ง Windows หรือในหน้า ตัวเลือกการกู้คืนระบบ โปรดเลือกภาษาของคุณและการกำหนดลักษณะอื่นๆ แล้วจึงคลิก ถัดไป

  5. ถ้าคุณกำลังใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows ให้คลิก ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ

  6. เลือกการติดตั้ง Windows ที่คุณต้องการจะซ่อมแซม แล้วคลิก ถัดไป

  7. บนเมนู ตัวเลือกการกู้คืนระบบ ให้คลิก การคืนค่าระบบ แล้วทำตามคำแนะนำ

การคืนค่าคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้สำเนาสำรองของอิมเมจระบบ

ถ้าคุณใช้ Windows Complete PC เพื่อสร้างสำเนาสำรองของอิมเมจระบบเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสำรองข้อมูล คุณจะสามารถใช้อิมเมจระบบเพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์ของคุณ

อิมเมจระบบคือสำเนาของพาร์ติชัน บนฮาร์ดดิสก์ของคุณที่มี Windows นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทุกอย่างบนพาร์ติชันนั้นในวันที่ที่คุณสร้างอิมเมจ ซึ่งรวมถึง Windows โปรแกรมของคุณ และข้อมูลผู้ใช้ เช่น เอกสาร รูปภาพ และเพลง คุณต้องสร้างอิมเมจระบบก่อนที่จะใช้ตัวเลือกนี้

เมื่อคุณคืนค่าคอมพิวเตอร์ของคุณจากอิมเมจระบบ เนื้อหาของฮาร์ดดิสก์ของคุณจะถูกแทนที่ด้วยเนื้อหาจากอิมเมจระบบ ซึ่งหมายถึงว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณทำ โปรแกรมที่คุณติดตั้งไว้ หรือ แฟ้มที่คุณบันทึกหลังจากสร้างอิมเมจระบบอาจจะสูญหายถ้าคุณไม่ได้สำรองข้อมูลล่าสุดไว้

เมื่อต้องการคืนค่าจากอิมเมจระบบโดยใช้ตัวเลือกการกู้คืนที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้า

  1. ให้นำฟลอปปีดิสก์ ซีดี และดีวีดีทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่โดยใช้ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของคอมพิวเตอร์

  2. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณติดตั้งระบบปฏิบัติการเพียงระบบเดียว ให้กดแป้น F8 ค้างไว้ในขณะที่เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ คุณต้องกด F8 ก่อนที่โลโก้ Windows จะปรากฏขึ้นมา ถ้าโลโก้ Windows ปรากฏขึ้น คุณจะต้องลองอีกครั้งโดยรอจนกระทั่งพร้อมท์การเข้าสู่ระบบ Windows แสดงขึ้น แล้วปิดเครื่องและเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่

    • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบ ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นที่ระบบปฏิบัติการที่คุณต้องการซ่อมแซม แล้วกด F8 ค้างไว้

  3. บนหน้าจอ ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบขั้นสูง ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นที่ ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วกด Enter (ถ้า ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ ไม่ได้แสดงเป็นตัวเลือก แสดงว่าคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีตัวเลือกการกู้คืนที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้า หรือผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณปิดไว้)

  4. เลือกรูปแบบแป้นพิมพ์ แล้วคลิก ถัดไป

  5. บนเมนู ตัวเลือกการกู้คืนระบบ ให้คลิก การกู้คืนอิมเมจระบบ แล้วทำตามคำแนะนำ

เมื่อต้องการคืนค่าจากอิมเมจระบบโดยใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์ หรือแผ่นดิสก์การซ่อมแซมระบบ

ถ้าระบบคอมพิวเตอร์ของคุณเสียหายอย่างรุนแรง และคุณไม่สามารถเข้าถึงเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' บนคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถเข้าถึงเมนูนั้นได้โดยใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์ หรือใช้ดิสก์การซ่อมแซมระบบถ้าคุณสร้างไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อต้องการใช้วิธีการนี้ คุณต้องเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ (เริ่มต้นระบบ) โดยใช้ดิสก์

  1. ใส่แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์ หรือดิสก์การซ่อมแซมระบบ แล้วจึงปิดคอมพิวเตอร์ของคุณ

  2. เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่โดยใช้ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของคอมพิวเตอร์

  3. ถ้าได้รับพร้อมท์ ให้กดแป้นใดๆ แล้วทำตามคำแนะนำที่ปรากฏขึ้น

  4. ในหน้า ติดตั้ง Windows หรือในหน้า ตัวเลือกการกู้คืนระบบ โปรดเลือกภาษาของคุณและการกำหนดลักษณะอื่นๆ แล้วจึงคลิก ถัดไป

  5. ถ้าคุณกำลังใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows ให้คลิก ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ

  6. เลือกการติดตั้ง Windows ที่คุณต้องการจะซ่อมแซม แล้วคลิก ถัดไป

  7. บนเมนู ตัวเลือกการกู้คืนระบบ ให้คลิก การกู้คืนอิมเมจระบบ แล้วทำตามคำแนะนำ

การติดตั้ง Windows 7 ใหม่

ถ้าคุณไม่สามารถกู้คืน Windows 7 ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ คุณสามารถติดตั้ง Windows 7 อีกครั้งโดยใช้แผ่นดิสก์การติดตั้งแผ่นเดิมหรือแฟ้มตั้งค่า Windows 7 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การติดตั้ง Windows 7 และการติดตั้งใหม่

การติดตั้ง Windows 7 ใหม่จะลบโปรแกรมใดๆ ที่คุณได้ติดตั้งและจะคืนค่าเป็นการตั้งค่าเริ่มต้นของ Windows คุณจะต้องคืนค่าแฟ้มผู้ใช้ของคุณ และติดตั้งโปรแกรมใดๆ ที่คุณเคยติดตั้งใหม่โดยใช้แฟ้มหรือแผ่นดิสก์การติดตั้งดั้งเดิม

เมื่อต้องการติดตั้ง Windows 7 โดยใช้ตัวเลือก 'กำหนดเอง' และมีการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์

เมื่อต้องการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ในระหว่างการติดตั้ง Windows 7 คุณต้องเริ่มการทำงานหรือเริ่มต้นระบบคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์

  1. เปิดคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วใส่แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือเสียบ USB แฟลชไดรฟ์ แล้วปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

  2. เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่

  3. กดปุ่มใดๆ เมื่อได้รับการพร้อมท์ แล้วทำตามคำแนะนำที่ปรากฏขึ้น

  4. บนหน้า ติดตั้ง Windows ให้ป้อนภาษาและการกำหนดลักษณะอื่นๆ แล้วคลิก ถัดไป

    หากหน้า ติดตั้ง Windows ไม่ปรากฏขึ้น และระบบไม่ได้ขอให้คุณกดแป้นใดๆ คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าบางอย่างของระบบ เมื่อต้องการเรียนรู้วิธีการทำสิ่งนี้ ให้ดูที่ การเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ของคุณจากแผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows 7 หรือ USB แฟลชไดรฟ์

  5. บนหน้า กรุณาอ่านเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้สิทธิ หากคุณยอมรับเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ให้คลิก ฉันยอมรับเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้สิทธิ แล้วคลิก ถัดไป

  6. บนหน้า คุณต้องการการติดตั้งชนิดใด ให้คลิก กำหนดเอง

  7. บนหน้า คุณต้องการติดตั้ง Windows ไว้ที่ใด ให้คลิก ตัวเลือกไดรฟ์ (ขั้นสูง)

  8. คลิกพาร์ติชันที่คุณต้องการเปลี่ยนแปลง คลิกตัวเลือกการฟอร์แมตที่คุณต้องการดำเนินการ แล้วทำตามคำแนะนำ

  9. เมื่อคุณฟอร์แมตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้คลิก ถัดไป

  10. ทำตามคำแนะนำในการติดตั้ง Windows 7 จนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงการตั้งชื่อคอมพิวเตอร์ของคุณและการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้เริ่มต้น